สื่อสารกับเด็กๆ อย่างสันติ: ครูต้องสอนด้วยหัวใจไม่ใช่ไม้เรียว

แม้ลึกๆ แล้วคือความรักและหวังดี แต่การที่ครูบอกว่าเด็กๆ ทำผิดหรือโง่ นอกจากบรรยากาศเรียนรู้จะไม่เกิดขึ้น ความสัมพันธ์ครู-นักเรียนจะดิ่งลงเรื่อยๆ  ครู-นักเรียนเริ่มต้นกันใหม่ได้ด้วยการสื่อสารความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา คิดถึงใจเขาใจเรา แบบยีราฟ-สัตว์บกที่มี ‘หัวใจ’ ใหญ่ที่สุด มันจึงพร้อมจะแบ่งปันความรัก ความเมตตากรุณาทั้งกับตัวเองและคนอื่น 

‘ครูฝ้าย’ ครูผู้ชักใยและชวนเด็กๆ ออกไปใช้ชีวิตนอกห้องเรียนด้วย Project Based Learning

การให้เด็กร่วมทำโปรเจ็คท์จะช่วยเติมเต็มทักษะที่ขาดหายไปได้ เพราะหนึ่งทีมต้องมีสมาชิกที่มีทักษะหลากหลาย ถึงจะก่อให้เกิดงานที่มีคุณภาพ บรรลุตามเป้าหมายได้ เด็กจะได้เรียนรู้ทักษะอืนๆ ที่นอกเหนือจากความถนัดของตัวเอง

ทักทายด้วยรอยยิ้มก่อนเริ่มคาบ เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนให้ดีขึ้น

เริ่มต้นคาบเรียนด้วยการทักทายและรอยยิ้มแจ่มใส ปล่อยพลังเชิงบวกให้กัน ช่วยสนับสนุนการมีส่วนร่วมเชิงวิชาการของเด็ก สร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมในห้องเรียนนักเรียน ลดปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดของครูได้อีกด้วย

กล้าที่จะสอน: ตัวตน ซื่อตรง เสมอภาค และหัวใจที่ไม่หวั่นกลัวของคนเป็นครู

หนังสือ ‘กล้าที่จะสอน’ รวบรวมจากการพูดคุยกับครูในพื้นที่ต่างๆ จนได้ข้อสรุปว่า การสอนที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่มาจากตัวตน ความซื่อตรง ความรักในอาชีพและความมีสำนึกในวิชาชีพของครู

where are you ครูแนะแนว?

 “ที่โรงเรียน ‘เรียน’ เป็น part วิชาการ  ครูแนะแนวเป็น part ชีวิต” – KHAE

‘ครูหยกฟ้า’ ไพลิน ลิ้มวัฒนชัย: ครูแนะแนวมีอยู่จริง จริงๆ

สุภาพสตรีร่างบางคนนี้คือครูแนะแนวเพียงคนเดียวของนักเรียนกว่า 200 คน ทุกคนต้องได้ปรึกษากับครูแบบตัวต่อตัว ทั้งเรื่องเรียน รัก ปัญหาอื่นๆ ในชีวิต ในวันที่วิชาแนะแนวคือคาบว่างของเด็กๆ แต่การมาของ ‘ครูหยกฟ้า’ ช่วยยืนยันกับเราว่าครูแนะแนวยังมีอยู่จริง – จริงๆ

1 2 3 6