Skip to content
มายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูล
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    Growth & Fixed MindsetGritEF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning Theory
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
มายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูล
Creative learning
31 August 2026

ห้องเรียนพหุวัฒนธรรมที่เปลี่ยนความแตกต่างเป็นพลังแห่งการเรียนรู้: ครูเอ็กซ์-ธีรพล ชิณพันธ์ โรงเรียนวัดช่องนนทรี

เรื่อง The Potential

  • ด้วยบริบทโรงเรียนที่มีนักเรียนต่างชาติต่างภาษาจำนวนมาก ทำให้ ครูเอ็กซ์-ธีรพล ชิณพันธ์ แห่งโรงเรียนวัดช่องนนทรี ต้องหาแนวทางการออกแบบการเรียนรู้ที่จะช่วยให้เด็กปรับตัวได้ เห็นคุณค่าในตัวเอง และมีเส้นทางเดินต่อไปสู่อนาคต
  • ครูเอ็กซ์พัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของนักเรียนต่างชาติในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยได้รับทุนจากโครงการ ‘ครูกทม. ปล่อยแสง’ ซึ่งไม่เพียงสอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องสิทธิ คุณค่า เป้าหมายชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ยังมุ่งเน้นให้ผู้ปกครองเห็นเส้นทางการศึกษาของเด็ก
  • “ห้องเรียนคือสถานที่แรกที่เด็กจะได้เรียนรู้บทเรียนเรื่องของความแตกต่าง ความหลากหลาย หากครูมองข้ามเชื้อชาติ ความยากดีมีจน มองไปที่ความเป็นมนุษย์ในตัวเด็กแล้ว ความแตกต่าง ความหลากหลายจะไม่ใช่รอยต่อ รอยแบ่งแยก แต่จะเป็นพลังแห่งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน”

“ถ้าวันหนึ่งมีเด็กเดินเข้ามาในห้องเรียน แล้วเขาไม่พูดภาษาไทย นับถือศาสนาที่ไม่คุ้นเคย หรือเติบโตมาในวัฒนธรรมที่แตกต่าง คุณจะมองเด็กคนนี้อย่างไร?

เด็กต่างชาติ เด็กที่มีปัญหา หรือ เป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่ต้องการโอกาสในการเรียนรู้”

ครูเอ็กซ์ – ธีรพล ชิณพันธ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร เริ่มต้นตั้งคำถามที่อาจไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่กำลังชวนทุกคนให้ทบทวนมุมมองต่อเด็กในโรงเรียนในสังกัด กทม. ที่เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ในเวที Ed Talk (Inspiration-Talk) เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ ภายใต้งาน ‘ครูกทม.ปล่อยแสง’ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) 

ในความหลากหลาย เด็กต้องปรับหรือห้องเรียนต้องเปลี่ยน? 

โรงเรียนวัดช่องนนทรีอยู่ในเขตยานนาวา ซึ่งมีทั้งโรงงานอุตสาหกรรม แหล่งการค้าและใกล้ย่านเศรษฐกิจหลัก โดยพื้นที่สามารถเชื่อมต่อกับสาทร สีลม และพระราม 3 ทำให้มีแรงงานข้ามชาติจำนวนมากเข้ามาอยู่อาศัยตามแหล่งชุมชน เนื่องจากมีค่าครองชีพไม่สูงนัก ห้องเรียนของโรงเรียนวัดช่องนนทรีจึงไม่ได้มีเพียงเด็กไทย แต่ยังมีเด็กจากเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เนปาล อินเดีย ไปจนถึงหลายประเทศในทวีปแอฟริกา ความหลากหลายเช่นนี้ย่อมเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับคุณครูในการออกแบบการเรียนรู้ที่โอบรับเด็กทุกคน 

ครูเอ็กซ์เล่าว่า ครั้งแรกที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ยอมรับว่ามีความกังวลว่าจะสื่อสารกับเขาอย่างไร พูดกันด้วยภาษาอะไร และจะทำอย่างไรให้เด็กเข้าใจบทเรียนเดียวกัน ทำอย่างไรให้เขามีความสุขหรือสนุกกับกิจกรรมการเรียนรู้ 

“มีตัวอย่างเด็กนักเรียนเคสหนึ่ง เป็นเด็กผู้หญิงที่มาจากประเทศกินี ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา เธอจะมีเสียงที่ค่อนข้างทุ้มต่ำ และไม่ค่อยพูด ไม่สบตาครู เวลาอ่านหนังสือจะขยับแค่ริมฝีปากโดยไม่มีเสียงออกมา พอได้ปรึกษาผู้ปกครองจึงพบว่าเด็กมีบาดแผลทางจิตใจจากการที่เขามีเสียงทุ้มต่ำ”

ช่วงแรก ครูเอ็กซ์พยายามช่วยเหลือเด็กในหลายวิธี ทั้งให้รุ่นพี่ชาวแอฟริกันมาพูดคุย หรือพยายามส่งเด็กไทยที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเข้าไปชวนพูดคุย แต่สุดท้ายนอกจากไม่ได้ผลแล้ว การพยายามทำให้เด็กรู้สึกว่า ‘ตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง’ ของห้องเรียนอาจกลายเป็นการกดดันเด็กโดยไม่ตั้งใจ

“วันหนึ่งในวิชานาฏศิลป์ ระหว่างแบ่งกลุ่มซ้อมรำ อยู่ๆ เด็กก็ตะโกน เฮ้ ออกมา เราก็เดินไปดู สิ่งที่พบคือเด็กคนนี้กำลังยืนร้องไห้ ขณะที่เพื่อนๆ บอกว่า ‘ครูขาเพื่อนพูดออกมาแล้ว เสียงน่ารักมากเลย’ ในใจตอนนั้นทำได้แค่จับไหล่เด็กเบาๆ และหันไปบอกเด็กๆ คนอื่นว่า ‘ไม่เป็นไรลูก หนูทำดีแล้ว เพื่อนแค่ตกใจ’ จากเหตุการณ์นี้ทำให้รู้เลยว่า ความจริงแล้วเด็กเขาอาจจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ เขาอาจจะอยากเติบโตในมุมที่เขาเลือก เพราะบาดแผลหรือปมบางอย่าง เราก็ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้ มันเป็นสิ่งที่เขาต้องก้าวข้ามผ่านไปด้วยตัวเอง” 

ความพยายามในการช่วยเหลือกลับกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ครูเอ็กซ์เริ่มมองปัญหาพฤติกรรมของเด็กแตกต่างไปจากเดิม ขณะเดียวกันกระบวนการพัฒนาครูในโครงการครูกทม.ปล่อยแสง ได้ชวนเขาให้หันกลับมามอง ‘ความเป็นมนุษย์ของตัวเอง’ และเข้าใจว่าผู้เรียนแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างเฉพาะตัว ซึ่งทำให้ครูเอ็กซ์ไม่ตัดสินหรือพยายามเปลี่ยนแปลงเด็กอีกต่อไป แต่เลือกที่จะอยู่เคียงข้าง สนับสนุน และรอวันที่เด็กพร้อมจะเปล่งประกายตัวตนด้วยตนเอง 

“เราก็คอยดูการเติบโตและการก้าวเดินของเขาไปเรื่อยๆ สนับสนุนในสิ่งที่เขาต้องได้รับ กระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โรงเรียนมีกิจกรรมชมรมที่เปิดให้เด็กเลือกทำกิจกรรมในสิ่งที่สนใจ เด็กคนนี้ขึ้นมาที่ชมรมเต้น ตอนแรกก็คิดว่าเด็กที่แทบไม่เคยแม้แต่จะพูดจะเต้นได้จริงหรือเปล่า แต่พอเริ่มเปิดเพลงปรากฏว่าเธอเต้นได้ดีมาก เต้นสวยมาก พอถึงเวลาที่ต้องแสดงในงานโรงเรียน คุณครูทั้งโรงเรียนต่างประหลาดใจและดีใจมากที่ได้เห็นเด็กมีความสุขและกล้าแสดงออก” 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจสะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งเด็กไม่ได้ต้องการให้ผู้ใหญ่รีบเข้าไปแก้ปัญหา เพียงแต่ต้องการ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ เพื่อให้เขาค่อยๆ ก้าวข้ามบาดแผลของตัวเอง

ครูเอ็กซ์เล่าว่า เมื่อเด็กรู้สึกมีความปลอดภัยกับโรงเรียน ปลอดภัยกับคุณครู ปลอดภัยกับเพื่อน เขาจะกล้าแสดงตัวตนออกมา กล้าที่จะเป็นตัวเองและแสดงศักยภาพออกมา ดังนั้นในการจัดการเรียนรู้ ครูต้องไม่เน้นแต่เรื่องเนื้อหาวิชาความรู้ แต่ต้องผลักดันให้เด็กเห็นคุณค่าตัวเอง เห็นศักยภาพและความเป็นตัวตนของตัวเองด้วย

“ตอนนี้ผมเริ่มปรับเปลี่ยนความคิดจากที่เคยคิดว่า เด็กคนนี้ปรับตัวเข้ากับห้องเรียนเราได้หรือยัง เป็นห้องเรียนของเราปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับเด็กคนนี้แล้วหรือยัง” 

ครูเอ็กซ์อธิบายต่อว่า “เราต้องสร้างห้องเรียนเพื่อที่จะรองรับเด็กที่มีความแตกต่างหลากหลาย ต้องสร้างโอกาสและพื้นที่ให้เด็กต่างชาติ ได้พูดภาษาของตัวเอง ได้เล่าถึงวัฒนธรรมตัวเอง ทำให้เขาได้แสดงความเป็นตัวตน ซึ่งเด็กไทยก็จะได้ประโยชน์จากการได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างไปด้วย” 

พัฒนา ‘ชุดกิจกรรม’ รับมือห้องเรียนพหุวัฒนธรรม

นอกจากการปรับห้องเรียนให้รองรับเด็กที่มีความหลากหลาย ครูเอ็กซ์ยังพัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของนักเรียนต่างชาติในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยได้รับทุนนวัตกรรม จากโครงการ ‘ครูกทม. ปล่อยแสง’

“สาเหตุที่เลือกนำปัญหาของสังคมพหุวัฒนธรรมมาส่งเสริม เนื่องจากเคยได้รับโอกาสจากสำนักการศึกษากรุงเทพมหานครและจุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัยให้เข้าร่วมโครงการครูอาสาสอนภาษาและวัฒนธรรมไทยที่วัดไทยในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นั่นเราได้พบกับพี่น้องชาวไทยที่ต่างหอบหิ้วโอกาสและความฝันข้ามน้ำข้ามทะเลไปเพื่อมองหาชีวิตที่ดีกว่า ผมได้เรียนรู้ รับฟัง และสัมผัสว่าการต้องอยู่ต่างที่ต่างถิ่นลำบากเพียงใด เขามองอนาคตแบบไหน เข้าใจเลยว่าการไปอยู่โดยที่ไม่ได้เป็นพลเมืองประเทศเขารู้สึกอย่างไร สิ่งเหล่านี้ทำให้เราอยากช่วยเหลือคนชาติอื่นที่มาอยู่ประเทศเรา”

สิ่งที่น่าสนใจในชุดกิจกรรมเพื่อการปรับตัวของนักเรียนต่างชาติ คือ การไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เด็ก แต่ให้ความสำคัญและเริ่มต้นทำกิจกรรมกับ ‘ผู้ปกครอง’

ครูเอ็กซ์ เล่าว่า ที่ผ่านมางานวิจัยจำนวนมากมักมุ่งเน้นที่ตัวเด็ก ขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว ครอบครัวคือปัจจัยสำคัญในการผลักดันอนาคตทางการศึกษา เด็กจะก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้น ต้องมีผู้ปกครองสนับสนุน ดังนั้นเป้าหมายแรกคือ ผู้ปกครองต้องเข้าใจและรู้ก่อนว่าโอกาสทางการศึกษาของลูกเขาจะเดินไปได้ไกลขนาดไหน หรือประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง หลายคนไม่รู้ว่าถ้าลูกเรียนจบปริญญาตรี เขาสามารถขอสัญชาติไทยได้ ความรู้เหล่านี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้เขาเห็นเส้นทางการศึกษาของลูกหลาน เข้าใจโอกาสที่มีอยู่ในประเทศไทย 

ขณะเดียวกัน เด็กๆ ก็ได้เรียนรู้เรื่องสิทธิ คุณค่าในตัวเอง เป้าหมายชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมที่หลากหลาย

“ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ เด็กๆ เริ่มมองเห็นอนาคตของตัวเอง และรู้ว่าต้องเดินไปอย่างไรเพื่อไปถึงจุดนั้น เช่น บางคนอยากเป็นหมอ ก็เริ่มรู้ว่าสิ่งที่เขาต้องโฟกัสคืออะไร วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เริ่มมีจุดมุ่งหมายและรู้ว่าต้องดึงทรัพยากรอะไรในโรงเรียนมาใช้เพื่อพาตนเองไปสู่เป้าหมายนั้น 

และสิ่งหนึ่งที่ทีมจะพูดกับผู้ปกครองและเด็กเสมอ คือ ครูเป็นเพียงคนที่ถือไฟส่องทางให้ ส่วนจะเดินไปถึงปลายทางหรือไม่นั้นอยู่ที่ตัวผู้ปกครองและเด็ก”

ต้องยอมรับว่าหลายครั้งที่กระแสสังคมมักตั้งคำถามว่า “ทำไมประเทศไทยต้องช่วยเหลือหรือให้การศึกษาเด็กต่างด้าวหรือแรงงานข้ามชาติ” ประเด็นนี้ ครูเอ็กซ์ ชวนมองในอีกมุมว่า การส่งเสริมให้เด็กแรงงานข้ามชาติได้รับการศึกษาและเติบโตเป็น ‘คนที่มีคุณภาพ’ อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของสิทธิมนุษยชน แต่คือการลงทุนที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศในระยะยาว

“อยากให้มองว่าห้องเรียนคือภาพสะท้อนของสังคมในอนาคต ท่านคิดว่าอยากให้บุตรหลานของเราอยู่ในสังคมแบบไหน สังคมที่หวาดระแวง หวาดกลัวความแตกต่าง เชื้อชาติที่หลากหลาย หรือสังคมที่เคารพและเรียนรู้ความแตกต่าง ความแตกต่างไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่เป็นความจริงที่เราต้องเรียนรู้และอยู่ร่วมกัน หากเราสามารถส่งเสริมให้เด็กกลุ่มนี้เป็นคนที่มีการศึกษาก็จะเพิ่มกำลังคนที่มีคุณภาพให้ประเทศได้ แต่ถ้าเด็กกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงการศึกษา ติดอยู่ในวงจรยากจน สุดท้ายเขาก็จะเป็นปัญหาสังคมในอนาคต”

สุดท้ายเมื่อถามว่า โรงเรียนวัดช่องนนทรีมีเด็กแตกต่างหลากหลายเชื้อชาติมากเช่นนี้ มีปัญหาการบูลลี่เด็กต่างชาติบ้างหรือไม่?

ครูเอ็กซ์ตอบว่า มีแน่นอน แต่สิ่งที่โรงเรียนทำคือส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ถึงความหลากหลาย เริ่มจากการให้ทุกคนเห็นคุณค่าในตัวเอง สอนให้รู้ว่าทุกคนมีสิทธิมนุษยชนเท่ากัน ทุกคนเกิดมาบนโลกใบนี้มีสิทธิในการใช้ชีวิต รักษาพยาบาล และมีสิทธิในการเล่าเรียน เมื่อเขารู้ว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน พอมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เขาก็จะเคารพในสิทธิของตัวเองและผู้อื่น ทุกวันนี้ปัญหาบูลลี่ลดน้อยลงมาก ไม่ใช่เพราะความหลากหลายหายไป แต่เพราะเด็กเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันและเติบโตมากับความแตกต่างจนกลายเป็นเรื่องปกติ

“ห้องเรียนคือสถานที่แรกที่เด็กจะได้เรียนรู้บทเรียนเรื่องของความแตกต่าง ความหลากหลาย หากครูมองข้ามเชื้อชาติ ความยากดีมีจน มองไปที่ความเป็นมนุษย์ในตัวเด็กแล้ว ความแตกต่าง ความหลากหลายจะไม่ใช่รอยต่อ รอยแบ่งแยก แต่จะเป็นพลังแห่งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์”

ภายใต้บริบทเฉพาะของโรงเรียนวัดช่องนนทรี นี่คือภาพสะท้อนที่ทำให้เห็นว่า เมื่อคุณครูเปิดใจยอมรับความแตกต่างและเข้าใจผู้เรียนในฐานะมนุษย์ ห้องเรียนจะกลายเป็นพื้นที่ที่เด็กทุกคนสามารถฝันถึงอนาคตได้เท่าเทียมกัน

Tags:

โรงเรียนวัดช่องนนทรีครูเอ็กซ์-ธีรพล ชิณพันธ์ครูปล่อยแสงแนวทางการออกแบบการเรียนรู้ห้องเรียนพหุวัฒนธรรม

Author:

illustrator

The Potential

กองบรรณาธิการ The Potential

Related Posts

  • Creative Leaning
    ‘ก้าวสู่รส ก้าวสู่ราก ก้าวสู่โลก’ ห้องเรียน Gastronomy ที่ชวนเด็กเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่ชีวิตจริง: โรงเรียนวิชิตสงคราม ภูเก็ต

    เรื่อง กนกพิชญ์ อุ่นคง ภาพ ปริสุทธิ์

  • Unique School
    โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 บ้านหลังที่ 2 ที่โอบกอดเด็กเปราะบาง ด้วยหัวใจ ‘ครูนางฟ้า’: ผอ.พัทธยา ชนะพันธ์

    เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • Creative Leaning
    ‘ห้องเรียนใบใหญ่ในวิถีปากบาง’ การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กรักบ้านและจัดการตัวเองได้: ผอ.ศกลวรรณ สุขมี โรงเรียนบ้านปากบาง

    เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • Education trend
    Gamification EP1: ‘เกม’ กับ ‘การศึกษา’ เปลี่ยนความน่าเบื่อให้เป็นเรื่องสนุกท้าทาย โดยไม่ทำลายความรักเรียน

    เรื่อง ศุภณัฐ เติมชัยอนันต์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • SpaceCreative learning
    วิดีโอเกมจะกลายมาเป็นบทเรียนได้อย่างไร

    เรื่อง อรรถพล ประภาสโนบล ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel