Skip to content
ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    Growth & Fixed MindsetGritEF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning Theory
  • Life
    Myth/Life/CrisisLife classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy life
  • Voice of New Gen
  • Playground
    BookMovieSpace
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)
Unique School
17 August 2026

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 บ้านหลังที่ 2 ที่โอบกอดเด็กเปราะบาง ด้วยหัวใจ ‘ครูนางฟ้า’: ผอ.พัทธยา ชนะพันธ์

เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 เป็นโรงเรียนประจำที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่สอนหนังสือตามหลักสูตร แต่ครูที่นี่ดูแลสุขภาพใจของเด็กด้วยหัวใจ เป็นเสมือนพ่อแม่คนที่ 2 ของเด็กทุกคน
  • ดร.พัทธยา ชนะพันธ์ หรือ ‘ผอ.กุ้ง’ ใช้ Angel Model เป็นเหมือนเข็มทิศการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่มีชีวิต เปลี่ยนวิธีคิดจาก ‘การจัดการพฤติกรรม’ สู่ ‘การเข้าใจความเป็นมนุษย์’ โดยมีแนวคิดหลัก พัฒนาบทบาท ‘ครู’ สู่ ‘ครูนางฟ้า’ เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจและเชื่อมโยงความรู้สึกกับเด็ก
  • ผลลัพธ์จากความทุ่มเทของผอ.กุ้งและคณะครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 ในการดำเนินโครงการครูนางฟ้า ไม่เพียงช่วยให้เด็กๆ มีพัฒนาการทางอารมณ์และ EQ สูงขึ้น กล้าเปิดใจมากขึ้น เด็กกลุ่มเสี่ยงลดลง ความรุนแรงลดลง การหนีเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด คุณครูเองก็ทำงานอย่างมีความสุขเช่นกัน

“เยียวยาหัวใจก่อน เติมความรู้ทีหลัง 

เมื่อใจปลอดภัยการเรียนรู้จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง”

นี่คือแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ของ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย โรงเรียนประจำสำหรับเด็กด้อยโอกาส ภายใต้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ที่มอบโอกาสทางการศึกษาให้เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเด็กยากจน เด็กกำพร้า เด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาครอบครัว หรือเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเป็น ‘บ้านหลังที่ 2 ที่ปลอดภัย’ ให้พวกเขาได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมี ดร.พัทธยา ชนะพันธ์ หรือ ‘ผอ.กุ้ง’ เป็นทั้งผู้อำนวยการ และ ‘แม่’ ของเด็กๆ ทั้งโรงเรียน 

“โรงเรียนของพวกเราดูแลเด็กตลอด 24 ชั่วโมง ในหนึ่งภาคเรียนผู้ปกครองมารับกลับได้นะคะ แต่บางคนเขาไม่มีแม้แต่บ้านจะกลับ เพราะว่าที่โรงเรียนของเรารับเด็กมาจากบ้านพักเด็ก จากสถานสงเคราะห์อื่นๆ ที่เขาส่งต่อมาเรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกับเรา เพราะเขาดูแลได้แค่ความเป็นอยู่ พอมาอยู่กับเราปุ๊บ เราต้องดูแลทุกๆ เรื่องค่ะ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของวิชาการ 

เราไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือตามหลักสูตร แต่เราดูแลสุขภาพใจของเด็กด้วย ดูแลแม้กระทั่งกินยังไง นอนยังไง และก็อยู่ยังไง เป็นเหมือนพ่อแม่คนที่ 2 ของเขา”

ผอ.กุ้ง เริ่มต้นแนะนำโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 ให้กับทุกๆ คนฟัง ระหว่างการเสวนาหัวข้อ ‘สุขภาพจิตเยาวชน (โครงการครูนางฟ้า)’ ในงาน ‘สุขมาราธอน ครั้งที่ 2 SOOK CITY’ ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และสถาบันพัฒนาระบบบริการสุขภาพองค์รวม (สพบ.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย พร้อมกล่าวอย่างหนักแน่นถึงเป้าหมายของโรงเรียนว่า 

“เราจะทำยังไงให้โรงเรียนเป็นบ้านหลังที่ 2 ให้กับเขา ให้เขาอยู่อย่างมีความสุข อยู่แล้วเขามีความรู้สึกว่า ในโรงเรียนแห่งนี้ไว้ใจได้ อยากจะเล่าเรื่องอะไรก็เล่าได้” 

‘ครูนางฟ้า’ (Angle Model) เข็มทิศการในสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก

ผอ.กุ้ง เล่าว่าตอนย้ายมาที่โรงเรียนแห่งนี้ใหม่ๆ โรงเรียนเป็นเหมือนศูนย์รวมเด็กกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กทำร้ายตัวเอง มีความคิดไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ มีภาวะซึมเศร้า โดนกระทำชำเรา ติดยาเสพติด เกเร ทะเลาะวิวาท ไม่เข้าเรียน กลายเป็นความหนักใจที่ไม่รู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไร

“เด็กบางคนไม่พูด ไม่แสดงออก ไม่สบตา แอบไปร้องไห้อยู่คนเดียว บางคนก็แสดงออกด้วยพฤติกรรมที่รุนแรง ทะเลาะวิวาท การที่เด็กๆ เหล่านี้ต่างกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต เป็นโจทย์ให้เรามาคิดร่วมกันกับคณะครูว่าจะดำเนินการยังไงต่อ”

กระทั่งในปี พ.ศ. 2566 คุณหมอดวงดาว ศรียากูล และคุณหมอสันติ ลาภเบญจกุล ไปเป็นวิทยากรในการอบรมข้าราชการครูในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ผอ.กุ้ง จึงได้รู้จักกับโครงการ ‘ครูนางฟ้า’ ซึ่งเป็นต้นแบบในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน โดยพัฒนาครูให้เป็นผู้ค้นหา ดูแล และส่งต่อเด็กกลุ่มเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

“ผอ.กุ้งสนใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพจิต ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้จิตวิทยาสังคมเชิงบวก ก็ได้เรียนเชิญท่านไป แต่ด้วยเวลาน้อยมากในวันนั้นก็ได้แค่ 3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ทิ้งค่ะ คือเราอยากจะทำยังไงให้ลูกๆ ของเราอยู่อย่างมีความสุข ก็ติดตามกับคุณหมอมาตลอด” 

หลังจากนั้นมาโรงเรียนจึงใช้แนวปฏิบัติที่เรียกว่า พื้นที่ปลอดภัยทางใจ…ด้วยหัวใจ ‘ครูนางฟ้า’ (Angel Model) สู่สถานศึกษาแห่งความสุขที่มีชีวิต โดย Angel Model เป็นเหมือนเข็มทิศการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่มีชีวิต เปลี่ยนวิธีคิดจาก ‘การจัดการพฤติกรรม’ สู่ ‘การเข้าใจความเป็นมนุษย์’ โดยมีแนวคิดหลัก พัฒนาบทบาท ‘ครู’ สู่ ‘ครูนางฟ้า’ เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจและเชื่อมโยงความรู้สึกกับเด็ก

สำหรับ Angel Model ที่ ผอ.กุ้ง นำมาปรับใช้เป็นแนวปฏิบัตินั้น ประกอบไปด้วย… 

  • A – Awareness สร้างความ ‘ตระหนัก’ และออกแบบระบบดูแลสุขภาพใจ โดยครูทุกคนจะมีเป้าหมายเดียวกันว่า ‘ความปลอดภัยทางใจคือความสำเร็จที่แท้จริง’
  • N – Nurture บ่มเพาะจิตวิญญาณครูนางฟ้า ให้มีความเมตตาและสื่อสารเชิงบวก โดยเน้นสร้างความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างครูและนักเรียน
  • G – Guidabce ชี้แนะเชิงป้องกัน โดยครูเป็นพี่เลี้ยงที่เฝ้าสังเกต และดูแลสภาวะอารมณ์เด็กอย่างใกล้ชิด
  • E – Empowerment เสริมพลังทางใจ ผ่านห้องเวทมนต์ 7 มุม ที่ใช้ Deep Listening และ Digital Reflection Log (สมุดบันทึกสะท้อนความคิดประจำวัน) 
  • L – Learning เรียนรู้ร่วมกัน ใช้ Dashboard วิเคราะห์ข้อมูล ถอดบทเรียน และสร้างคลังพลังบวก

โดยในระยะแรก ผอ.กุ้ง สร้างครูแกนนำจำนวน 10 คน ก่อนจะขยายต่อจนปัจจุบันคุณครูทุกคนของโรงเรียนผ่านการอบรมเป็นครูนางฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์

“ขั้นแรกเราจะสร้างความตระหนัก Awareness ให้กับคุณครูทุกคน ซึ่งต้นสังกัดของเราบอกว่าความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ความปลอดภัยนั้นมีทั้งทางกายและทางใจถูกมั้ยคะ ทางกายเราดูแลได้ เจ็บไข้ได้ป่วย เราอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ใจมันต้องใช้เทคนิคมันมีวิธีการ ใช้จิตวิทยาสังคมเชิงบวก”

“ขั้นที่ 2 ก็คือ Nurture นะคะ ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญของพวกเราเลย คุณหมอ ทีมสหวิชาชีพแล้วก็เครือข่าย เข้ามาช่วยเต็มที่เลยค่ะ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะไปไม่ถูกทิศถูกทางเลย ทีมคุณหมอสันติคุณหมอดวงดาวไปช่วยอบรมเชิงปฏิบัติการ ไปบ่มเพาะจิตวิญญาความเป็นครู ความเมตตา และเรื่องของการสื่อสาร จะสื่อสารยังไงเด็กถึงจะมีพลังบวก เด็กถึงจะหัวใจพองโต เด็กถึงจะอยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้นะคะ”

“จากนั้นคุณครูก็คอยประคับประคอง Guidance เป็นไกด์คอยชี้แนะว่า ถ้าเป็นแบบนี้เราจะมีวิธีการบริหารหรือจัดการความเครียดของตัวเองอย่างไร ในขณะนั้น Empowerment ก็คือเราจะเสริมพลังบวกไปเรื่อยๆ เพราะที่โรงเรียนเรามีสารพันปัญหานะคะ คำว่าสารพันปัญหาคือเด็กที่ด้อยโอกาสทุกประเภทอยู่กับเรา มาจากสถานพินิจก็มี ติดยาเสพติดจากข้างนอกมาก็มี หรือพ่อแม่ทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน เด็กมีปัญหาทุกๆ เรื่องที่โรงเรียนอื่นไม่รับแล้ว โรงเรียนของเรารับทุกวัน ไม่มีวันหยุด”

และไม่ว่าเด็กจะมีปัญหามาอย่างไร ผอ.กุ้งย้ำว่า “โรงเรียนนี้จะเป็นโรงเรียนสุดท้ายที่เขาจะมาอยู่กับเรา เราจะมีหน้าที่ทำยังไงให้เขาอยู่กับเราแล้วมีความสุข โรงเรียนให้อาหารทุกมื้อ มีเงินแค่ 400 บาทมาอยู่กับเรา 200 บาทแรก คือเป็นค่าประกันชีวิตเขาเองที่ผู้ปกครองต้องจ่าย อีก 200 บาท เป็นค่าประกันของเสียหาย นอกนั้นอาหาร 3 มื้อ ความเป็นอยู่ทุกอย่างอย่างเสื้อผ้าหน้าผมเราดูแล ข้าวของเครื่องใช้ต้นสังกัดให้เรามานะคะ ทีนี้ส่วนในเรื่องของการดูแลเยียวยาจิตใจนั้น เราก็ได้ใช้แนวทางปฏิบัติของคุณครูนางฟ้า ซึ่งได้ผลจริงๆ นะคะ”

นอกจากนี้ ผอ.กุ้ง พร้อมทั้งคุณครูในโรงเรียนยังพัฒนาแนวทางปฏิบัติในการดูแลใจของครูนางฟ้า สู่ ‘ห้องเวทมนต์’ (Magic Room) พื้นที่ปลอดภัยเพื่อการเยียวยา ประยุกต์ใช้แนวคิดครูนางฟ้าสร้างพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เลือกใช้ตามความรู้สึก ประกอบด้วย 7 มุมกิจกรรมบำบัด (Therapeutic Corners) ที่ออกแบบตามสภาวะจิตใจ ได้แก่

  1. มุมเปิดใจ พูดคุยระบายความรู้สึก
  2. มุมผ่อนคลาย พักใจ ลดความตึงเครียด 
  3. มุมศิลปะบำบัด สื่อสารผ่านงานศิลป์
  4. มุมสมาธิ ฝึกสติและความนิ่งภายใน 
  5. มุมนวดผ่อนคลาย คลายความเครียดทางกาย 
  6. มุมเกมบำบัด เสริมความสัมพันธ์ และทักษะอารมณ์ 
  7. มุมดนตรี พื้นที่แสดงออกผ่านเสียงเพลง 

การเยียวยาหัวใจต้องเริ่มจากการยอมรับ เห็นคุณค่า และเข้าใจความเป็นมนุษย์

ผลลัพธ์จากความทุ่มเทของผอ.กุ้งและคณะครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 ในการดำเนินโครงการครูนางฟ้า ไม่เพียงช่วยให้เด็กๆ มีพัฒนาการทางอารมณ์และ EQ สูงขึ้น กล้าเปิดใจมากขึ้น เด็กกลุ่มเสี่ยงลดลง ความรุนแรงลดลง การหนีเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด คุณครูเองก็ทำงานอย่างมีความสุขเช่นกัน 

“เด็กที่เคยทำร้ายร่างกาย แรกๆ เลยเขาแก้ปัญหาชีวิตตัวเองไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ไปทำไม เขาก็ใช้มีด หรือใช้ของมีคม ซึ่งเราดูแลในเรื่องของความปลอดภัยอยู่แล้วนะคะ แต่เขาก็จะไปหาพวกตะปูที่อยู่ตามสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในโรงเรียนหรืออะไรก็ได้ที่สามารถทำร้ายตัวเองได้ เขาก็จะมากรีดแขนตัวเองค่ะ เราเห็นแล้วทำไมทำร้ายตัวเองอย่างนี้ล่ะลูก ตอนแรกก็ถามคำถามแบบนี้ แต่พอได้เรียนรู้วิธีการจากคุณหมอ เราก็จะไม่เกิดคำถามว่า ทำไม ทำไม และทำไม เราก็จะให้เขารู้สึกเองว่าไว้ใจครูได้ รู้สึกว่าอยากจะเล่าอะไรให้ครูฟัง เขาก็ค่อยมาเล่านะคะ”

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 จังหวัดเลย ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ คือภาวะผู้นำเชิงนโยบายที่เข้มแข็งและอบอุ่น ครูเปิดใจ รับฟัง ไม่ตัดสิน ไม่สั่งสอน นวัตกรรมยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย ดูแลได้ทุกที่ทุกเวลา และมีเครือข่ายสนับสนุนเข้มแข็ง 

“ในส่วนของเครือข่ายสำคัญที่สุด คือตาข่ายรองรับชีวิตของเด็กๆ เลย ลำพังโรงเรียนมีแค่ผู้บริหาร ครู ครูหอพัก ครูประจำชั้น ผู้ปกครองไม่สามารถที่จะดูแลเด็กได้ ถ้าไม่มีภาคีเครือข่ายที่หนักแน่นที่เข้มแข็งเข้าไปช่วย โดยเฉพาะในเรื่องของครูนางฟ้านะคะ อันนี้สำคัญจริงๆ เพราะถ้าคุณครูก็มีแต่วิชาชีพครู  ไม่มีวิชาชีพในเรื่องของเทคนิคการดูแลสุขภาพจิต สุขภาพใจของเด็ก ถ้าไม่ได้คุณหมอไม่ได้ทีมเครือข่าย คิดว่าไม่ประสบผลสำเร็จ 

อย่างห้องเวทมนตร์ก็เหมือนกัน ถ้าไม่ได้รับงบสนับสนุน ซึ่งตอนนี้พวกเราขยายเครือข่าย ขยายไปทุกหอพัก โรงเรียนมีทั้งหมด 13 หอพัก แล้วก็มี 4 อาคารเรียนนะคะ ตอนนี้ห้องเวทมนตร์เราขยายไปไว้ทุกอาคารเลยค่ะ ให้เด็กเข้าถึงได้ง่าย ในห้องเวทมนตร์จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย มีมุมให้ทำกิจกรรมต่างๆ แต่ครูนางฟ้าก็เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่กอดได้ สัมผัสได้ สื่อสารได้ ให้กำลังใจลูกๆ ของเราได้ ให้เขาได้มีชีวิตที่สดใส และเขาจะได้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ไม่สร้างปัญหาให้กับอนาคตค่ะ” ผอ.กุ้ง กล่าวทิ้งท้าย

Tags:

ครูนางฟ้าระบบดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่นในโรงเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52ผอ.พัทธยา ชนะพันธ์Angel Modelพื้นที่ปลอดภัย

Author:

illustrator

นฤมล ทับปาน

มนุษย์อินโทรเวิร์ตระดับอัลตร้า เป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูด ชีวิตแต่ละวันขับเคลื่อนด้วยคาเฟอีน ปัจจุบันมีเป้าหมายระยะสั้นว่าจะเคลียร์กองดองหนังสือที่กองเป็นพะเนินให้หมดในปีนี้

Photographer:

illustrator

ปริสุทธิ์

Related Posts

  • Social Issues
    จากครูผู้สอนสั่ง สู่ครูที่ ‘ฟังอย่างลึกซึ้ง’ และ ‘สื่อสารอย่างเข้าใจ’ ภารกิจติดปีกนางฟ้าให้ครูดูแลหัวใจเด็ก: แพทย์หญิงดวงดาว ศรียากูล

    เรื่อง นฤมล ทับปาน

  • Kru Lisa
    Social Issues
    “การเป็นครูแปลว่าต้องดูแลเด็กตั้งแต่จิตใจ” ครูลีซ่า-นูริทรา แปแนะ ครูนางฟ้าที่ใช้การสื่อสารเชิงบวก รับฟังและอยู่เคียงข้าง

    เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • School of future-building-2
    Transformative learning
    โรงเรียนต้องเป็น ‘โรงสร้าง’ ไม่ใช่ ‘โรงสอน’ สร้างนิเวศการเรียนรู้ หนุนเด็กปล่อยพลัง สร้างสมรรถนะใส่ตัว

    เรื่อง The Potential

  • Deep Listening-nologo
    Character building
    ‘การฟังเป็น’ ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียง แต่ต้องให้ดังไปถึงใจ

    เรื่อง นำชัย ชีววิวรรธน์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • อ่านความรู้จากบ้านอื่น
    “ความคาดหวังของพ่อแม่อาจรังแกลูก” ชวนพ่อแม่ปรับมายเซ็ตในความสัมพันธ์ สร้างพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน กับ ‘พ่อโต้ง’ สุระ จารุศศิธร เพจดีต่อลูก

    เรื่อง นฤมล ทับปาน

  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel