ประชาธิปไตยง่ายๆ เริ่มได้ที่ห้องเรียน

เพราะห้องเรียนคือโลกจำลองของสังคม ห้องเรียนจึงเป็นพื้นที่ที่นักเรียนเรียนรู้ประชาธิปไตยได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยผ่านวิธีง่ายๆ เช่น การให้นักเรียนผลัดกันได้ทดลองเป็นหัวหน้าห้อง หรือ การใช้กระดาษโพสต์อิท (Post-it) เป็นตัวแทนเสียง ทำให้นักเรียนทุกคนสามารถออกเสียงของตัวเองออกมา

Track เพื่อหาตัวเองและคณะที่ใช่ เพราะสายวิทย์-ศิลป์วิ่งตามเด็กๆ ไม่ทันแล้ว

ลืมแผนการเรียนวิทย์-ศิลป์ แบบเดิมไปได้เลย เราจะพาไปรู้จักระบบใหม่ที่เรียกว่า Track ซึ่งแผนกม.ปลาย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนใช้มาเป็นปีที่2 แล้ว เพื่อช่วยเด็กค้นหาตัวตน ความชอบ ความถนัด จะได้เลือกคณะในมหาวิทยาลัยไม่ผิด

หมดเวลาชอล์กแอนด์ทอล์ค มาเรียนรู้อย่างเสรีผ่านห้องเรียน Netflix

วิชาเสรี หรือ​ FE​ (Free Elective) เป็นวิชาเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นตามความสนใจของนักเรียน​โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ข้อมูลสถิติช่วยยืนยันว่า การมีวิชาเลือกเสรี ทำให้นักเรียนสอบตกลดลง และเด็กๆ ส่วนใหญ่เกรดเฉลี่ยดีขึ้น เพราะเขาได้เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ

เก็บความเชื่อเก่าเข้ากรุ แค่ครู ‘แคร์เด็ก’ วินัยในห้องเรียนก็เกิด

ครูควรละทิ้งความเชื่อเก่าๆ เปลี่ยนมาสร้างความไว้ใจและวินัยเชิงบวกในห้องเรียน ด้วยวิธีง่ายๆ แค่แสดงออกว่า ‘แคร์เด็ก’

เพราะครูห้ามและไม่เอาใจใส่ วินัยจึงไม่เกิดในห้องเรียน

หลายครั้ง ‘ระเบียบวินัย’ ในห้องเรียน เกิดจากการดุด่าและสั่งห้ามของครู ในที่สุดอาจทำให้เด็กนักเรียนต่อต้าน ครูควรละทิ้งความเชื่อเก่าๆ เปลี่ยนมาสร้างความไว้ใจและวินัยเชิงบวกในห้องเรียน โดยวิธีง่ายๆ คือการแคร์หัวใจนักเรียน เพราะจะทำให้เด็กมีสมาธิและโฟกัสกับการเรียนได้ดีขึ้น

สื่อสารกับเด็กๆ อย่างสันติ: ครูต้องสอนด้วยหัวใจไม่ใช่ไม้เรียว

แม้ลึกๆ แล้วคือความรักและหวังดี แต่การที่ครูบอกว่าเด็กๆ ทำผิดหรือโง่ นอกจากบรรยากาศเรียนรู้จะไม่เกิดขึ้น ความสัมพันธ์ครู-นักเรียนจะดิ่งลงเรื่อยๆ  ครู-นักเรียนเริ่มต้นกันใหม่ได้ด้วยการสื่อสารความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา คิดถึงใจเขาใจเรา แบบยีราฟ-สัตว์บกที่มี ‘หัวใจ’ ใหญ่ที่สุด มันจึงพร้อมจะแบ่งปันความรัก ความเมตตากรุณาทั้งกับตัวเองและคนอื่น