- ความโดดเดี่ยวของจำนวนเฉพาะ (The Solitude of Prime Numbers) เขียนโดย เปาโล จอร์ดาโน เล่าเรื่องราวของ อลิเช และมัตเตีย สองคนที่มีบาดแผลทางใจในวัยเด็ก พวกเขาเปรียบเสมือนเลข ‘จำนวนเฉพาะ’ ที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความโดดเดี่ยว
- บาดแผลทางใจในวัยเด็ก ทำให้ ‘อลิเช’ กลายเป็นคนโดดเดี่ยวที่ถูกโลกปฏิเสธ ในขณะที่ ‘มัตเตีย’ กลายเป็นคนโดดเดี่ยวที่ปฏิเสธโลก จนกระทั่งวันที่ทั้งสองได้พบเจอและรู้จักกัน พวกเขาดึงดูดกันราวกับเกิดมาเพื่อเติมเต็มกัน แต่กลับไม่อาจรวมเป็นหนึ่งเดียว เหมือน ‘จำนวนเฉพาะคู่แฝด’ ที่แม้จะอยู่ใกล้กันแต่ก็มีสิ่งขวางกั้นเสมอ
- ชีวิตคนไม่ใช่คณิตศาสตร์ เรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้คน มันซับซ้อนกว่าการค้นหาเลขจำนวนเฉพาะที่มากที่สุดเสียอีก
[บทความชิ้นนี้เปิดเผยบางส่วนของหนังสือ โดยเฉพาะตอนสำคัญของเรื่อง]
รู้จักเลขจำนวนเฉพาะมั้ยครับ บางคนอาจรู้จัก บางคนอาจตอบว่าลืมไปหมดแล้ว หรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะแอบหลับในวิชาเลข
ไม่เป็นไรครับ ผมจะเล่าให้คุณฟังเอง
จำนวนเฉพาะ (prime number) คือ จำนวนนับที่มีตัวประกอบเพียง 2 ตัว คือ เลข 1 และตัวมันเอง หรือ พูดอีกอย่างหนึ่งว่า จำนวนเฉพาะ คือ ตัวเลขที่ไม่สามารถหารได้ลงตัว ยกเว้นแต่หารด้วย 1 และตัวมันเอง งงมั้ยครับ ก็อย่างเช่นเลข 2 ซึ่งสามารถหารได้ลงตัว ด้วย 1 และ 2 เท่านั้น หรือ เลข 17 ซึ่งหารได้ลงตัว ด้วย 1 และ 17 เท่านั้น อย่างนี้เราเรียกว่า เลขจำนวนเฉพาะ
ตรงข้ามกับเลขจำนวนประกอบ (composite number) คือ จำนวนนับที่มีตัวประกอบมากกว่า 2 ตัว หรือ ตัวเลขที่สามารถหารได้ลงตัว ด้วยเลขอื่นๆ นอกจาก 1 และตัวมันเอง อย่างเช่น เลข 4 ซึ่งหารด้วย 2 ลงตัว หรือเลข 20 ซึ่งหารด้วย 2 ก็ลงตัว หารได้ 10 ก็ลงตัว หรือจะหารด้วย 5 ก็ยังลงตัว แบบนี้เราเรียกว่า เลขจำนวนประกอบ
ที่ต้องอธิบายคร่าวๆ เรื่องเลขจำนวนเฉพาะ ก็เพราะบทความชิ้นนี้กำลังจะเขียนถึงหนังสือนิยายที่มีชื่อว่า ‘ความโดดเดี่ยวของจำนวนเฉพาะ’ ซึ่งแปลโดย ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ ขณะที่ต้นฉบับภาษาอิตาลี คือ ‘La solitudine dei numeri primi’ หรือในฉบับภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า ‘The solitude of prime numbers’ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความหมายตรงกัน
หนังสือเล่มนี้ เป็นผลงานเขียนเล่มแรกของ เปาโล จอร์ดาโน (Paolo Giordano) ขณะที่เขาอายุเพียง 26 ปี และด้วยความที่จอร์ดาโน จบการศึกษาทางด้านทฤษฎีฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ทำให้เขาสามารถหยิบเอาแง่มุมที่น่าสนใจจากคณิตศาสตร์ มาสอดแทรกในเรื่องเล่าของเขาได้อย่างคมคายและน่าสนใจอย่างยิ่ง
ความโดดเดี่ยวของจำนวนเฉพาะ เป็นเรื่องราวของตัวเอก 2 คน คือ อลิเช และมัตเตีย ทั้งคู่ต่างเคยมีบาดแผลในวัยเด็ก ทำให้กลายเป็นคนที่โดดเดี่ยวและแปลกแยกจากสังคม จนกระทั่งวันที่ทั้งสองได้พบเจอและรู้จักกัน
ในวัยเด็ก อลิเช เป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่แบกความคาดหวังหนักอึ้งจากพ่อ ผู้หวังจะปั้นให้เธอกลายเป็นนักสกีมืออาชีพ
น่าเศร้าที่ความคาดหวังจากผู้เป็นพ่อ กลับกลายเป็นแรงกดดันสู่ลูก ร่างกายของเด็กหญิงอายุแค่ 7 ขวบ เริ่มส่งสัญญานแปลกๆ ทุกครั้งที่ถูกบังคับให้เรียนสกี อลิเชจะปวดปัสสาวะอย่างรุนแรง ทั้งที่เธอเข้าห้องน้ำเรียบร้อยก่อนหน้านั้นแล้วก็ตาม
วันสุดท้ายที่อลิเชยังเล่นสกีได้ ราวกับมีบางอย่างเป็นลางบอกเหตุ ร่างกายของเธอแสดงปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรง เธอกลั้นปัสสาวะไม่ไหว จนแอบปล่อยราดลงขาโดยที่นักเรียนสกีคนอื่นๆ ไม่ทันสังเกตเห็น ที่แย่กว่านั้น อลิเชถึงขั้นอึราดออกมาโดยไม่รู้ตัว
ถึงตอนนั้น เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบตัดสินใจว่า เธอได้ข้ออ้างที่จะไม่ต้องเล่นสกีในวันนั้นแล้ว เธอแยกตัวออกจากกลุ่มนักเรียนคนอื่นๆ ลงจากยอดเขาโดยลำพังคนเดียว และในตอนนั้นเอง อลิเชลื่นไถลจากยอดเขาลาดชัน
ขาข้างหนึ่งของอลิเชหักผิดรูป เธอเคลื่อนไหวไม่ได้ ทำได้แค่รอให้มีใครมาพบและช่วยเธอ แต่ไม่มีเลย ราวกับว่า โลกทั้งใบปฏิเสธเธอโดยสิ้นเชิง
อลิเช กลายเป็นคนขาพิการข้างหนึ่งไปตลอดชีวิต เธอเกลียดพ่อที่บังคับให้เธอเรียนสกี เธอเกลียดร่างกายตัวเองที่ทำให้ตัวเองอับอายขายหน้า หลังจากนั้น เธอกินอาหารน้อยถึงน้อยที่สุด เพียงเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ เพียงเพื่อประคับประคองให้ร่างกายผ่ายผอมน่ารังเกียจไม่ผุพังไปเสียก่อน
อลิเช กลายเป็นคนโดดเดี่ยวที่ถูกโลกปฏิเสธ เหมือนเลขจำนวนเฉพาะ ที่ไม่มีเลขอื่นร่วมหารได้ลงตัว
มัตเตีย เด็กชายอัจฉริยะ มีน้องสาวฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนเขาไม่ผิดเพี้ยน แต่น่าเศร้าที่มิเคลาไม่ได้เป็นเด็กฉลาดเหมือนเขา ตรงกันข้าม หนูน้อยเป็นเด็กด้อยพัฒนาทางสมอง แทบไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ ในโลก เธอได้แต่เกาะติดพี่ชายไปทุกหนแห่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของมัตเตีย หากแต่เป็นส่วนที่พิกลพิการและน่าอับอาย
ตอนอยู่ชั้นประถมสาม เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากชวนมัตเตียไปงานปาร์ตี้ฉลองวันเกิดที่บ้านของเขา นั่นเป็นครั้งแรกที่มัตเตียได้รับเชิญ เขาดีใจอย่างบอกไม่ถูก แม่อนุญาตให้มัตเตียไปงานที่บ้านเพื่อนได้ แต่มีข้อแม้ว่า เขาต้องพามิเคลาไปด้วย
มัตเตีย รักน้องสาวฝาแฝดของเขามาก แต่เขาไม่อยากให้เธอไปด้วย เพราะเธอคือส่วนที่พิกลพิการและน่าอับอาย เธอจะต้องทำให้เขาถูกเพื่อนๆหัวเราะเยาะอย่างแน่นอน
ระหว่างทางเดินไปงานปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อน มัตเตียคิดอะไรขึ้นมาได้ เขาปล่อยมือที่กุมมือมิเคลา แล้วบอกให้เธอนั่งรอเขาที่สวนสาธารณะข้างทาง ตัวเขาเองรีบวิ่งไปเล่นสนุกในงานปาร์ตี้เพียงคนเดียว ก่อนจะกลับมาเพื่อพบว่า มิเคลาไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว
นั่นคือ การได้กุมมือน้องสาวเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีใครเจอมิเคลาอีกเลย แม้กระทั่งลงไปงมใต้แม่น้ำก็ไม่เจอร่างของเธอ
เด็กชายหัวใจแตกสลาย เขาเกลียดตัวเอง เกลียดมือตัวเองที่ปล่อยมือน้องสาว มัตเตียหยิบเศษแก้วที่พบบนพื้น กรีดแขนตัวเองช้าๆ ลึกๆ ราวกับจะให้ลึกลงถึงหัวใจที่แสนดำของตัวเอง หลังจากวันนั้น มัตเตีย แทบไม่พูดกับใครเลย
มัตเตีย กลายเป็นคนโดดเดี่ยวที่ปฏิเสธโลก เหมือนเลขจำนวนเฉพาะ ที่ไม่มีเลขอื่นร่วมหารได้ลงตัว
เลขจำนวนเฉพาะ มีมากมายไม่รู้จบ ทุกตัว ยกเว้นเลข 2 ต่างเป็นเลขคี่ โดยเริ่มจาก 2, 3, 5, 7, 11, 13, 17, 19, 23, 29, 31, 41… โดยเลขจำนวนเฉพาะที่มากที่สุดที่มีการค้นพบ คือ 2 ยกกำลัง 77,232,917 แล้วลบออกด้วย 1 ซึ่งถ้าเขียนเป็นตัวเลข จะยาวกว่า 1 ล้านหลัก และต้องใช้คอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ร่วมกันประมวลผลเป็นเวลาหลายวัน กว่าจะค้นพบเลขจำนวนเฉพาะที่มากที่สุดนี้
แต่นั่นไม่ใช่ตำแหน่งที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์ เพราะการค้นหาเลขจำนวนเฉพาะที่มากที่สุด ยังคงเป็นหัวข้อที่นักคณิตศาสตร์ระดับอัจฉริยะจากทั่วโลกให้ความสำคัญ แม้ว่าเลขจำนวนเฉพาะที่มากที่สุด จะยังไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้ก็ตาม
ความน่าสนใจของเลขจำนวนเฉพาะอีกอย่างหนึ่งก็คือ เลขจำนวนเฉพาะบางตัว มีคู่แฝดของมันด้วย เรียกว่า คู่แฝดของจำนวนเฉพาะ ซึ่งหมายถึง เลขจำนวนเฉพาะสองตัว ที่มีผลต่างเท่ากับ 2 อย่างเช่น เลข 3 กับ 5, เลข 15 กับ 17 หรือเลข 39 กับ 41
ราวกับว่า โลกยังใจดี ที่ให้เลขจำนวนเฉพาะบางตัว ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไปนัก จึงมีเลขที่เป็นคู่แฝดของมันมาอยู่ใกล้ๆ
แต่เปล่าเลย โลกใจร้ายเสียมากกว่า เพราะคู่แฝดของจำนวนเฉพาะทุกตัว ล้วนมีเลขอื่นมาขวางกั้น
ใกล้กันแค่ไหน ก็ไม่อาจสัมผัสถึงกันได้
อลิเชและมัตเตีย พบและรู้จักกันในวันที่ต่างคนต่างเป็นเหมือนเลขจำนวนเฉพาะ โดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาและเธอถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยอะไรบางอย่าง ราวกับทั้งคู่เกิดมาเพื่อคู่กัน
มัตเตีย ไม่เคยเอ่ยปากถามเรื่องขาที่กะเผลกของอลิเช อลิเชก็ไม่เคยเอ่ยปากถามเรื่องรอยแผลเป็นมากมายบนแขนของมัตเตีย ราวกับทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า ต่างคนต่างมีบาดแผลที่ไม่ควรไปสะกิดเปิด แค่อยู่เคียงข้างกัน เป็นคู่กันก็เพียงพอแล้ว
แต่น่าเศร้าที่เป็นแค่คู่แฝดของจำนวนเฉพาะ ใกล้กันแค่ไหนก็ไม่มีวันเอื้อมสัมผัสกัน
หลังจบชั้นมัธยม ทั้งคู่เลือกเส้นทางชีวิตที่แตกต่าง และห่างจากกัน มัตเตียศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย เขาค้นพบสิ่งที่ชอบ นั่นคือคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องราวของเลขจำนวนเฉพาะ ตัวเลขที่แสนโดดเดี่ยวเหมือนตัวเขา มัตเตีย ยังนึกถึงอลิเชอยู่เสมอ แต่ไม่เคยคิดที่จะติดต่อไป
อลิเช ไม่ได้เรียนต่อหลังจบชั้นมัธยม เธอค้นพบเส้นทางอาชีพในฐานะช่างภาพ และวันหนึ่ง เธอได้พบรักกับแพทย์หนุ่มอารมณ์ดี ชื่อ ฟาบิโอ แต่อลิเชยังคงคิดถึงมัตเตียอยู่เสมอ ขอเพียงแค่เขาติดต่อมา เธอก็พร้อมจะไปหาเขา
แต่มัตเตียไม่เคยบอก อลิเชทำได้เพียงแค่รอ เหมือนตอนที่เธอขาหัก ได้แต่นอนรอให้มีคนมาช่วย แต่ความช่วยเหลือก็มาช้าไป
วันที่มัตเตียรับปริญญา เขาไม่ได้บอกอลิเช แต่เธอก็รู้และมาเจอเขา วันนั้น มัตเตียได้เปิดใจตัวเองให้อลิเชเข้าถึงมากขึ้น เขาเล่าเรื่องน้องสาวฝาแฝด ที่เป็นบาดแผลในใจมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นเอง เหมือนกับว่า ทั้งคู่เข้าใกล้กันมากที่สุด
แต่ก็เป็นมัตเตียที่ตัดสินใจถอยออกมา เขาเลือกรับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้อลิเชตัดสินใจคบและแต่งงานกับฟาบิโอ
ในช่วงท้ายของเรื่อง ชีวิตแต่งงานของอลิเชพังทลาย เพราะเธอยังไม่หายจากความเกลียดชังร่างกายตัวเอง แม้ว่าในเรื่องจะไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน แต่เป็นไปได้ว่า อลิเชป่วยเป็นโรค anorexia หรือ อาจมีความผิดปกติของพฤติกรรมการกินชนิดอื่น ซึ่งทำให้เธอไม่สามารถมีลูกให้กับสามีได้
อลิเชคิดถึงมัตเตีย เธอตัดสินใจอยากเริ่มต้นใหม่กับเขา อลิเชเขียนจดหมายไปหาเขา เขียนสั้นๆ แค่ว่า มีเรื่องสำคัญจะบอก มัตเตียรีบจับเครื่องบินกลับมาบ้านในทันทีที่ได้รับจดหมาย ทั้งคู่ได้พบกัน เปิดใจให้กัน และขยับเข้าใกล้กันมากที่สุด
เชื่อว่า หลายคนคงเดาได้โดยไม่ต้องอ่านหนังสือว่า เรื่องราวจะจบลงอย่างไร เพราะแค่ชื่อเรื่องก็แทบจะสปอยล์เรื่องราวทั้งหมดของหนังสืออยู่แล้ว
แต่สิ่งสำคัญที่ผมอยากเขียนถึงก็คือ เรื่องราวของมัตเตียและอลิเชอาจแตกต่างไปจากเดิม หากทั้งคู่เกิดในยุคสมัยที่ผู้คนได้เรียนรู้และให้ความสำคัญกับหัวข้อทางจิตวิทยามากกว่าสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นคำว่า บาดแผลทางใจในวัยเด็ก (childhood trauma) ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) หรือการไม่คาดหวังในตัวลูกมากเกินไปของคนเป็นพ่อแม่
หากพ่อไม่ตั้งความหวังสูงจนกลายเป็นแรงกดดันต่ออลิเช เธอก็คงเรียนสกีได้อย่างสนุกสนาน เธอก็คงไม่ประสบอุบัติเหตุขาพิการ และเธอก็อาจเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงาม มีความรักและภาคภูมิใจในตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ
เช่นเดียวกัน หากเด็กๆ ได้รับการปลูกฝังให้มีความเห็นอกเห็นใจกัน มัตเตียก็คงไม่ปล่อยมือจากมิเคลา เขาก็คงเติบโตเป็นชายหนุ่มอัจฉริยะ ผู้ไม่มีทั้งบาดแผลทางใจในวัยเด็ก และบาดแผลทางกายนับไม่ถ้วน
แต่สิ่งสำคัญที่สุด อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า what if… ซึ่งแทบไม่ต่างจากการโบ้ยความผิดไปให้คนอื่น แต่ขึ้นอยู่กับตัวเองเพียงผู้เดียว
หลายครั้งหลายตอนในหนังสือ มัตเตียแสดงให้เราเห็นว่า เขายึดติดอยู่กับคำว่า ‘เลขจำนวนเฉพาะ’ ปักใจเชื่อว่า ตัวเองคือจำนวนเฉพาะที่แสนโดดเดี่ยว และอลิเชก็คือคู่แฝดของจำนวนเฉพาะ คู่ที่อยู่ใกล้กันแต่ไม่อาจเอื้อมสัมผัสถึงกันได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตคนไม่ใช่คณิตศาสตร์ เรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้คน มันซับซ้อนกว่าการค้นหาเลขจำนวนเฉพาะที่มากที่สุดเสียอีก
ถึงกระนั้น ไม่ได้หมายความว่า มัตเตียตัดสินใจผิด เพราะเขาเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง เขารู้ตัวดีว่า คนอย่างเขาไม่เหมาะกับการอยู่กับคนอื่น หากแต่เหมาะกับการอยู่กับตัวเลขมากกว่า
ขณะที่ตอนจบของเรื่อง อลิเช ซึ่งนอนเล่นอยู่ที่สวนสาธารณะ เธอนึกถึงเรื่องราวของมัตเตีย มิเคลา และฟาบิโอ ก่อนที่จะคิดได้ว่า เธอไม่จำเป็นต้องรอใครเลย เหมือนที่เธอเคยรอบนยอดเขาหิมะ เธอไม่ต้องรอมัตเตีย หรือฟาบิโอ
ร่างกายและจิตใจนี้เป็นของเธอ เธอสามารถเลือกเองได้ …แล้วอลิเชก็ลุกขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ใครมาช่วย