Skip to content
ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์
  • Creative Learning
    Unique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long LearningEveryone can be an Educator
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning TheoryGrowth & Fixed MindsetGritEF (executive function)
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์
Creative learning
7 September 2026

‘วงจรความดี วิถีบ้านกลับ’ คุณธรรมที่เด็กออกแบบเองและพกกลับบ้านได้: โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์)

เรื่อง นฤมล ทับปาน

  • จากโครงงานความดี สู่นวัตกรรม ‘ธนาคารความดี วิถีบ้านกลับ’ (CBK Good Bank) พื้นที่บันทึกความตั้งใจและการลงมือทำความดีในทุกๆ วัน ก่อนขยายผลจาก ‘โรงเรียน’ สู่ ‘บ้าน’ ด้วยแนวคิด ‘วงจรความดี วิถีบ้านกลับ’
  • ‘วงจรความดี วิถีบ้านกลับ’ เป็นการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนแต่ละห้อง สำรวจปัญหาใกล้ตัว หรือว่าความดีที่อยากทำ อีกทั้งเป็นพื้นที่ในการร่วมกันสร้างพฤติกรรมเชิงบวกที่มองเห็นได้ โดยเปลี่ยนจากคำสอนลอยๆ ให้กลายเป็น คุณธรรมอัตลักษณ์ (Identity Morals) และ พฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวก (Key Behavior Indicators)
  • ‘ธนาคารความดี วิถีบ้านกลับ’ จึงไม่ได้เป็นเพียงสมุดบันทึกความดีธรรมดา แต่มีกระบวนการในการพัฒนาคุณธรรมให้กับเด็กๆ ทำให้เห็นถึงความตั้งใจ และเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการทำความดีทีละเล็กทีละน้อย ท้ายที่สุดแล้วพฤติกรรมเชิงบวกที่เกิดขึ้นก็จะกลายเป็นนิสัยติดตัวเด็กๆ ไปตลอด 

ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนโลกไปอย่างรวดเร็ว บทบาทของสถานศึกษาหรือโรงเรียน นอกจากการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีทักษะความรู้รอบด้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรทำควบคู่กันไปก็คือ การพัฒนาจิตใจและจริยธรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อสิ่งยั่วยุ และเสริมคุณลักษณะของเด็กให้พร้อมที่จะเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพของสังคม

จากแนวคิดสู่แนวทางการสนับสนุนให้สถานศึกษาออกแบบการเรียนรู้เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดขึ้นจริง ภายใต้ ‘โครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม’ โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมกว่า 500 โรงเรียน และหนึ่งในต้นแบบสถานศึกษาที่พิสูจน์ว่าพลังความดีสามารถส่งต่อได้ ก็คือ โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์) อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี 

โรงเรียนแห่งนี้ได้ออกแบบการเรียนรู้ผ่านโครงงานความดี โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของทั้งโรงเรียน จนได้นวัตกรรม ‘ธนาคารความดี วิถีบ้านกลับ’ (CBK Good Bank) พื้นที่บันทึกความตั้งใจและการลงมือทำความดีในทุกๆ วัน ก่อนขยายผลจาก ‘โรงเรียน’ สู่ ‘บ้าน’ ด้วยแนวคิด ‘วงจรความดี วิถีบ้านกลับ’ เพื่อเป็นการหล่อหลอมให้เด็ก ครอบครัว และชุมชน ร่วมกันก้าวเดินบนวิถีแห่งโรงเรียนคุณธรรม ร่วมกันสร้างสังคมที่น่าอยู่และยั่งยืนอย่างแท้จริง

ครูอรรถพร ฟักแฟง และ ครูทองหลั่น เวียนนอก โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์)

จุดเริ่มต้นจากปัญหาเล็กๆ สู่การลงมือทำจริง 

เส้นทางสู่โรงเรียนคุณธรรมของโรงเรียนชุมชนบ้านกลับ เริ่มจากการมองเห็นปัญหาที่เด็กยังขาดระเบียบวินัยและความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเองและส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นของเล่นที่กระจัดกระจายหลังเลิกเล่น รองเท้าที่วางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ หรือเศษขยะที่บดบังความสะอาดในพื้นที่ส่วนรวม กลายมาเป็นโจทย์สำคัญที่คุณครูไม่ได้เลือกที่จะแก้ไขด้วยการออกคำสั่งหรือทำโทษ หากแต่ใช้ ‘โครงงานความดี’ เป็นเครื่องมือที่ชวนเด็กๆ คิด วิเคราะห์ และมองเห็นผลกระทบจากพฤติกรรมเหล่านั้นด้วยตนเอง จนนำมาสู่การลงมือแก้ปัญหา ที่ขับเคลื่อนโดยตัวนักเรียนเอง ควบคู่ไปกับการมี ‘สมุดธนาคารความดี วิถีบ้านกลับ’ (CBK Good Bank) เป็นพื้นที่บันทึกความตั้งใจและการลงมือทำในทุกๆ วัน เปลี่ยนหน้าที่ที่น่าเบื่อให้กลายเป็นความภาคภูมิใจที่พวกเขาสามารถสัมผัสได้จริง

“จุดเริ่มต้นของเรานะคะ เราไม่ได้มองว่าเด็กนักเรียนเป็นเด็กไม่ดี แต่เรามองว่าจะพัฒนาเด็กแต่ละช่วงวัยอย่างไร อย่างเด็กเล็กๆ น้องอนุบาลเราอยากจะฝึกให้เขาเก็บของเป็นระเบียบ ในระดับประถมเราต้องการให้เขาเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย ส่วนพี่ระดับมัธยมเราต้องการให้เขามีภาวะผู้นำ มีจิตอาสา มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และมีความตระหนัก รักท้องถิ่น โรงเรียนของเราต้องการพัฒนาส่งเสริมคุณธรรมให้กับนักเรียนทุกคน แต่ถ้าเราทำเฉพาะในโรงเรียนมันจะไม่เกิดความยั่งยืน เราอยากจะให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยโรงเรียน ชุมชน ผู้ปกครองร่วมมือกันส่งเสริมการทำความดีของเด็กๆ เน้นย้ำว่าไปในทิศทางเดียวกันค่ะ”

ครูทองหลั่น เวียนนอก โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์) หนึ่งในครูผู้รับผิดชอบโครงการโรงเรียนคุณธรรม กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการบ่มเพาะคุณธรรมให้กับเด็กๆ

“เราเชื่อว่า การทำความดี ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากกิจกรรมเพียงกิจกรรมเดียว หรือจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องร่วมมือกันทั้งผู้บริหาร คุณครู ตัวนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ที่จะส่งต่อความดีเล็กๆ ของเด็กไปในทิศทางเดียวกัน นำมาร้อยเรียงกันและเชื่อมโยงความดีเข้าด้วยกันค่ะ” 

ในการออกแบบการเรียนรู้ ‘โครงงานความดี’ โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์) ใช้แนวทาง 4+6 โมเดล ของมูลนิธิยุวพัฒน์ เป็นกรอบในการพัฒนาคุณธรรมของโรงเรียนทั้งระบบ โดยปรับให้เข้ากับบริบทของโรงเรียนกลายเป็น ‘วงจรความดี วิถีบ้านกลับ’ เป็นการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนแต่ละห้อง สำรวจปัญหาใกล้ตัว หรือว่าความดีที่อยากทำ อีกทั้งเป็นพื้นที่ในการร่วมกันสร้างพฤติกรรมเชิงบวกที่มองเห็นได้ โดยเปลี่ยนจากคำสอนลอยๆ ให้กลายเป็น คุณธรรมอัตลักษณ์ (Identity Morals) และ พฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวก (Key Behavior Indicators) 

ทั้งนี้ คุณธรรมอัตลักษณ์ที่โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์) กำหนดเป็นเป้าหมายในการส่งเสริมให้เด็กมี 6 อย่างด้วยกัน ได้แก่ วินัยดี มีความรับผิดชอบ รอบคอบจิตอาสา นำพาความซื่อสัตย์ ปฏิบัติความพอเพียง และคู่เคียงกตัญญู

ครูอรรถพร ฟักแฟง โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์) หนึ่งในครูผู้รับผิดชอบโครงการโรงเรียนคุณธรรม เล่าต่อว่า 

“นักเรียนแต่ละห้องเรียนของเราจะมีปัญหาและวิธีการแตกต่างกันไป อย่างเช่น ชั้นป.3 ก็ทำโครงงานเรื่องเดินดีชีวีปลอดภัยขึ้นมา ครูหลายๆ ท่านน่าจะเจอปัญหาคล้ายๆ กันใช่ไหมคะ นั่นคือ ลูกๆ เด็กๆ ของเราวิ่งบนอาคารเรียน พอจะเดากันได้ไหมคะว่า เหตุการณ์ต่อไปคืออะไรคะ ลื่น ล้ม ตกบันได และสุดท้ายโดนคุณครูดุด้วย เด็กๆ ก็เลยคิดแก้ปัญหาตรงนี้ขึ้นมา แล้วก็ผลลัพธ์ของเขาก็เป็นที่น่าพึงพอใจค่ะ”

อีกหนึ่งตัวอย่างโครงงานในระดับประถมศึกษาที่น่าสนใจ เช่น ‘นี่ของฉัน…นั่นของเธอ’ สร้างวินัยและคุณธรรมพื้นฐานผ่านการให้นักเรียนรู้จักแยกแยะของของตัวเองและของของผู้อื่น ไม่หยิบของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง 

ทั้งนี้ครูทองหลั่นกล่าวเสริมว่า “สิ่งสำคัญเลยนะคะ เราไม่ได้นับที่จำนวนโครงงานที่เกิดขึ้นหรือว่าชื่อกิจกรรมโครงงานที่สวยงาม แต่เราอยากให้นักเรียนได้เรียนรู้ว่า ปัญหาที่เขาพบ เขามีวิธีการแก้ไขอย่างไร และเมื่อแก้ไขแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง รวมไปถึงความดีที่เขาอยากทำเขาจะทำอะไร และทำอย่างไร”

ส่งต่อความดีจาก ‘โรงเรียน’ สู่ ‘บ้าน’ 

จากโจทย์ที่โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์) เห็นร่วมกันว่า ทำอย่างไรให้การทำความดี เกิดขึ้นได้ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน? เกิดเป็น ‘ธนาคารความดี วิถีบ้านกลับ’ (CBK Good Bank) ซึ่งเป็นตัวช่วยเชื่อมเรื่องราวการทำความดีของเด็กๆ ส่งต่อการทำความดีจากโรงเรียนสู่บ้าน และเปลี่ยนนามธรรมของคำว่า ‘ความดี’ ให้กลายเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ผ่านสมุดความดีและโครงงานที่เด็กๆ ร่วมใจกันทำ 

ครูอรรถพร เล่าว่า “ถ้านักเรียนหยุดอยู่แค่ห้องเรียน ไม่ได้ส่งต่อกลับไปยังที่บ้าน พอกริ่งดังปุ๊บ ความดีที่เขาทำอาจจะหยุดลงแค่ที่โรงเรียน แต่ที่โรงเรียนเรามีวงจรความดี วิถีบ้านกลับ โดยนักเรียนก็จะเกิดความคิด คิดอะไร คิดที่จะแก้ไขปัญหา หรือคิดพัฒนาค่ะ ต่อไปเมื่อเจอปัญหาแล้ว คิดแล้วก็ลงมือทำค่ะ เมื่อลงมือทำเกิดการบันทึก รับรอง ชื่นชม สุดท้ายความดีนั้นก็จะส่งต่อให้คนอื่นรับรู้ และสร้างแรงบันดาลใจต่อไปค่ะ”

โดยสมุดบันทึกความดี เป็นการสร้างแรงจูงใจเชิงบวก เก็บสะสมดอกเบี้ยความดี สามารถถอนความดีออกมาแลกเป็นเกียรติบัตร หรือรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้นักเรียน และเมื่อกลับบ้านพ่อแม่ผู้ปกครองร่วมสังเกตและบันทึกการทำความดีที่บ้าน เช่น ช่วยทำงานบ้าน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ทุกการทำดีมีความหมายและมีคนมองเห็น และสนับสนุนการทำความดีของลูก เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น รวมถึงร่วมทำสิ่งนั้นไปพร้อมๆ กันกับลูก 

‘ธนาคารความดี วิถีบ้านกลับ’ จึงไม่ได้เป็นเพียงสมุดบันทึกความดีธรรมดา แต่มีกระบวนการในการพัฒนาคุณธรรมให้กับเด็กๆ ทำให้เห็นถึงความตั้งใจ และเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการทำความดีทีละเล็กทีละน้อย ท้ายที่สุดแล้วพฤติกรรมเชิงบวกที่เกิดขึ้นก็จะกลายเป็นนิสัยติดตัวเด็กๆ ไปตลอด 

“จากการทำงานผ่านวงจรความดี วิถีบ้านกลับ เด็กๆ ที่นี่ไม่ได้รอให้ครูบอกอย่างเดียว แต่เด็กๆ จะคอยสังเกตและเข้าไปช่วยแก้ปัญหาด้วยตัวเอง นักเรียนของเราได้มีพื้นที่ในการคิด เลือก และลงมือทำความดีด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องให้ใครมาบังคับเขาเลย ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจ แล้วก็ได้รับการยอมรับจากเพื่อน คุณครู แล้วก็ผู้ปกครอง เกิดเป็นวิถีในการทำความดี”

นอกจากนี้ คุณครูยังได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักเรียน โดยใช้การเสริมแรงเชิงบวก เพื่อสร้างบรรยาการที่ปลอดภัยและเปิดกว้างต่อการเรียนรู้ เช่น การชื่นชมที่ความพยายาม เน้นชมความตั้งใจและวิธีการมากกว่าผลลัพธ์ รวมถึงไม่จับผิด แต่พยายามมองหาพฤติกรรมดีๆ เพื่อสร้างกำลังใจในการทำความดี 

“สำหรับคุณครู โรงเรียนของเรามีนวัตกรรมที่สามาถพัฒนานักเรียนได้อย่างเป็นระบบด้วย และเราก็พยายามปรับเปลี่ยนมายเซ็ตคุณครูให้มองที่พฤติกรรมเชิงบวก อย่างเช่น นักเรียนทำไมไม่ใส่รองเท้า นักเรียนคะทำไมวันนี้นักเรียนไม่ต่อคิวรับอาหารคะ เราก็จะเปลี่ยนมายเซ็ตคุณครูค่ะ เป็นพฤติกรรมเชิงบวกของนักเรียนแทน อย่างเช่น วันนี้น่ารักจังเลยค่ะ ใส่รองเท้าไม่เหยียบส้นด้วย วันนี้เดินต่อแถวเหมือนมดเลย อันนี้ก็จะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่จะช่วย เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาความดีของเด็กๆ ค่ะ”

เพราะทุกครั้งที่การทำความดีถูกมองเห็นและได้รับการชื่นชม เครือข่ายความดีจะถูกเชื่อมต่อและขยายออกไปเรื่อยๆ ตามแนวคิด ‘วงจรความดี วิถีบ้านกลับ’

บทความนี้ เรียบเรียงจากงาน Show & Share เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘บนเส้นทางสร้างคนดี สู่สังคมที่ยั่งยืน’ ห้องที่ 3: เพาะพันธุ์คนดี ‘การบูรณาการคุณธรรมสู่การเรียนรู้และวิถีชีวิตในสถานศึกษา’ นำเสนอโดย ครูทองหลั่น เวียนนอก และ ครูอรรถพร ฟักแฟง โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์)

Tags:

การปรับพฤติกรรมเด็กเชิงบวกความดีโรงเรียนชุมชนบ้านกลับ(สราญราษฎร์)โรงเรียนคุณธรรม

Author:

illustrator

นฤมล ทับปาน

มนุษย์อินโทรเวิร์ตระดับอัลตร้า เป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูด ชีวิตแต่ละวันขับเคลื่อนด้วยคาเฟอีน ปัจจุบันมีเป้าหมายระยะสั้นว่าจะเคลียร์กองดองหนังสือที่กองเป็นพะเนินให้หมดในปีนี้

Related Posts

  • positive-parenting-nologo
    Adolescent Brain
    Positive Parenting: เลี้ยงลูกด้วย ‘จิตวิทยาเชิงบวก’ เสริมสร้างสมองที่แข็งแกร่ง

    เรื่อง ศุภณัฐ เติมชัยอนันต์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • School mental health-2
    Social Issue
    ‘รอคอยไม่ได้ เครียดเบื่อหน่าย กลั่นแกล้งกัน ไม่มีเพื่อน’ สัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพจิตของเด็กวัยว้าวุ่น: พญ.ศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์

    เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • Creative learning
    ‘บอร์ดเกม’ เปลี่ยนห้องเรียนแสนน่าเบื่อให้กลายเป็นสนามสนุกคิด: โรงเรียนวัดวังเรือน จังหวัดพิจิตร

    เรื่อง The Potential

  •  The Road: ถึงโลกล่มสลาย…แสงสว่างยังอยู่ในใจเธอเสมอ

    เรื่อง สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

  • Family Psychology
    เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก พ่อแม่จะการประคองอารมณ์ตัวเองและอารมณ์ลูกอย่างไร

    เรื่อง The Potential ภาพ PHAR

  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts
  • Creative Learning

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel