Skip to content
มายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูล
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    GritEF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning TheoryGrowth & Fixed Mindset
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
มายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูล
Life classroom
28 October 2026

“วิชาการจะก้าวไกลแค่ไหน อย่าลืมวิชาทางใจ” ดีเจอ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ชวนทุกเจนรับฟังให้มาก ตัดสินให้น้อยลง

เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • ดีเจอ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ชวนทุกเจนกลับมาทบทวนความสำคัญของการรับฟัง ในวันที่สังคมเต็มไปด้วยเสียงพูดและการวิพากษ์วิจารณ์ จนพื้นที่สำหรับการทำความเข้าใจซึ่งกันและกันค่อยๆ ลดน้อยลง
  • การเรียนรู้เรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิต เป็นทักษะสำคัญที่เด็กควรได้เรียนรู้ควบคู่ไปกับวิชาการ ผู้ใหญ่จึงต้องเปิดใจรับฟัง ไม่รีบตัดสินด้วยประสบการณ์หรือความคิดของตัวเอง
  • ความแตกต่างระหว่างวัยและความคิดไม่ใช่สิ่งที่ต้องเอาชนะ แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้ร่วมกัน เพราะเป้าหมายของการศึกษาไม่ใช่แค่การสร้างเด็กเก่ง แต่คือการทำให้เด็กเติบโตเป็นคนที่มีความสุขและภาคภูมิใจในตัวเอง

ไม่ว่าจะอยู่เจนไหนเชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักหรือคุ้นเคยกับรายการ ‘Club Friday’ พื้นที่รับฟังและถอดบทเรียนความรัก ที่มี ‘พี่อ้อย-พี่ฉอด’ ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี ให้สติหรือมุมมองความคิดสะท้อนกลับ เพื่อเปลี่ยนความเจ็บปวดจากความรักให้กลายเป็นภูมิต้านทานชีวิตของทั้งผู้เล่าและผู้ฟัง ซึ่ง​ถ้าพูดถึง Club Friday หลายคนมักจะนึกถึงประโยคฮีลใจ หรือมุมมองความรักที่เฉียบคมและลึกซึ้งจากสองพิธีกรอยู่เสมอ

บนเวที ED Talk ‘Life Symphony: ท่วงทำนองการเรียนรู้ เพื่อชีวิตที่เติบโตและยั่งยืน’ หัวข้อ ‘Stay Curious, Stay Alive: ยิ่งเรียนรู้ยิ่งมีชีวิต’ ในงาน National Education Forum 2026 Powered By TEP ดีเจอ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ดีเจและผู้บริหาร GMM หยิบยกประสบการณ์จากการทำรายการ Club Friday และ Club Friday Show On Tour ที่ไปรับฟังและตอบทุกปัญหาหัวใจให้กับน้องๆ วัยรุ่นถึงรั้วโรงเรียน มาเล่า โดยใจความสำคัญนั้นอยากชวนทุกคนหันมา ‘รับฟัง’ กันมากขึ้น เพราะการฟังคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

“…วันนี้พวกเรากำพร้าคนฟัง ในโซเชียลก็มีแต่คนพูดค่ะ ใครก็ตามที่ลงอะไรในโซเชียล สิ่งที่ตามมาคือคอมเมนต์วิพากวิจารณ์ ด่าได้เลยโดยที่ยังไม่ทันฟังเขาเลย ไม่มีใครบนโลกนี้หรอกค่ะที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วอยากถามตัวเองว่า จะทำเลวอะไรดี ทุกคนก็อยากเป็นคนดีคนหนึ่งทั้งนั้น เพราะฉะนั้นบางทีเราก็ต้องฟังกันหน่อย”

ฟังให้เป็น เย็นให้พอ อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสิน

‘การฟัง’ คือประตูบานแรกที่นำไปสู่ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) กัน เมื่อบทสนทนาไร้ซึ่ง ‘ผู้รับฟัง’ ก็ไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึก มุมมอง หรือความต้องการของกันและกันได้ วงสนทนานั้นอาจเต็มไปด้วยอคติและการยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง และอาจพลาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือมุมมองที่แตกต่างออกไป

ดีเจอ้อย เล่าจากประสบการณ์ในการตอบปัญหาความรักจากรุ่นสู่รุ่นว่า “ปัญหาความรัก คือหนึ่งในเรื่องการเรียนรู้ของวัยรุ่น” 

“ในฐานะที่เป็นดีเจคนหนึ่งที่อยู่กับความรัก บางคนอาจจะมองว่าเรื่องความรักเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ใดๆ ก็ตาม เด็กวันนี้เราเรียนรู้เรื่องการใช้ชีวิตกับมนุษย์กันน้อยมากนะคะ วันนี้เราเริ่มอยู่กับหน้าจอ จนไม่รอเจอหน้าคน ยิ่งวันนี้ที่มี AI …ไม่ได้รังเกียจ AI เลยนะ แต่เด็กไทยมีภาวะขนาดไหนกับการรับมือกับ AI ได้เป็นอย่างดี”

และนอกจากการเรียนรู้วิชาการแล้ว เด็กๆ จำเป็นอย่างยิ่งต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กัน 

“จากที่ออนทัวร์มา คำถามเรื่อง ‘เพศศึกษา’ เป็นเรื่องที่เด็กวัยรุ่นถามกันเยอะค่ะ วันนี้วิชาการทางการศึกษาจะก้าวไกลขนาดไหน อย่าลืมวิชาทางใจ ซึ่งเด็กวันนี้เขาต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันค่ะ ต่อให้เป็นผู้ใหญ่ เป็นครู เราต้องบอกตัวเองค่ะ เรียนจบไม่ได้สิ้นสุดการเรียนรู้ เรากำลังเปลี่ยนครูคนใหม่ และครูคนใหม่ไม่จำเป็นต้องอาวุโสกว่าเสมอไป เราต้องเรียนรู้เหมือนกันค่ะว่าวันนี้โลกมันไปถึงทางไหนแล้ว” 

เมื่อเด็กๆ มีความอยากรู้อยากเห็น แล้วถามคำถามที่ผู้ใหญ่อาจจะรู้สึกว่าเขินอายที่จะตอบ ดีเจอ้อยมองว่า อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธที่จะตอบ หรือรีบสวนกลับไปว่า “อย่ามาถามคำถามแบบนี้ แก่แดดจังเลย” พร้อมขีดเส้นใต้หนาๆ ว่า “ไม้บรรทัดของเราใช้กับเขาไม่ได้แล้วค่ะ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราไม่สอน ครูตามโซเชียลจะเข้ามาสอนเขาทันที วันนี้ก็เลยอยากเป็นส่วนเล็กๆ ในการสะท้อนว่า เราจะทำยังไงดีนะให้น้องๆ ได้เรียนรู้ ‘วิชาทางใจ’ ไปด้วย”

“ไม่ว่าเราจะทำการศึกษาให้ไปได้ขนาดไหนก็ตามที การใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ต้องเจอมนุษย์ ต้องทำงานด้วยกัน ต่อให้เด็กจะโวยแทบตายนะคะว่า “ไม่ชอบเพื่อนคนนี้เลยค่ะ เห็นแก่ตัว” หนูต้องเรียนรู้อยู่กับคนเห็นแก่ตัวยังไงให้ตัวเองบาดเจ็บหัวใจน้อยที่สุด 

ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็น เมื่อไหร่ก็ตามออกไปทำงาน คืออย่าโทษฉัน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสังคมหมดเลย คนนั้นเป็นอย่างนี้ คนนี้เป็นอย่างนั้น วันไหนก็ตามไปเจอโลกใจร้าย “โอ๊ย! ทำไมโลกใจร้ายกับฉันจังเลย” ตัดช่องน้อยแต่พอตัว จบ! เราไม่อยากให้เด็กไทย เรียนไปโดดตึกไปค่ะ…พูดตรงๆ เพราะฉะนั้นพวกเราควรจะต้องเป็นส่วนหนึ่งใน ‘การรับฟัง’ ค่ะ เรื่องเศร้าแค่เล่าก็เบาลง นี่คือสิ่งที่ Club Friday ทำมาทั้งชีวิตค่ะ”

“ไม่เห็นด้วยช่วยอยู่ข้างๆ ก่อน” ประโยคนี้ของดีเจอ้อย สะท้อนถึงหัวใจสำคัญของการฟังด้วยใจ (Empathetic Listening) ได้อย่างดี

“ในฐานะคนที่ทำคลับฟรายเดย์ ถ้าใครเคยฟังมีมือที่สามก็โทรเข้ามา แล้วเราสามารถบอกได้หรอคะว่า มือที่สามคะวางสายนะคะ ไม่คุยกับคนผิดศีลข้อ 3 ค่ะ ไปบีนต้นงิ้วที่บ้านนะคะ ต่อให้เรารู้ว่าเขาผิด แต่ในเมื่อเขาโทรมา เขาคงอยากทำในสิ่งที่ถูก เพราะฉะนั้นเรียนรู้ ให้กำลังใจค่ะ” 

“สำหรับคุณครู อาจารย์ คนทำงานการศึกษาทุกคน วันนี้เรามีคนฟังน้อยมากจริงๆ นะคะ แล้วหลายๆ คนก็มักจะ อะไรก็เด็กเจน Z เจน Z เป็นอย่างนั้น เจน Z ไม่เข้าใจ เจน Z ชอบตั้งคำถาม เจน Z ไม่มีสัมมาคารวะ คำถามคือ เจนไหนเลี้ยงมาคะ? เขาเกิดมาแล้วเป็นเจน Z อย่างที่เราด่าได้ทุกวันจริงหรือ?”

การเลี้ยงดูจากครอบครัวจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หล่อหลอมวิธีคิดและการใช้ชีวิตของเด็ก ดีเจอ้อยยกตัวอย่างว่า การเลี้ยงลูกให้เหมือนเทวดาและนางฟ้าของครอบครัว บาดเจ็บไม่ได้ คือการทำให้เด็กรู้สึกว่าโลกต้องใจดีกับเขาเสมอไป และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่โลกใจร้าย จึงตัดสินใจในแบบที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

“เรามาเป็นมนุษย์ที่สามารถฟังกันได้จริงๆ ดีกว่า ไม่เห็นด้วยช่วยอยู่ข้างๆ ก่อน เพราะไม่ว่าจะเรื่องความรัก เรื่องการใช้ชีวิต ปัญหาอันดับหนึ่งคือการสื่อสาร 

จริงๆ พูดได้กับพูดเป็นไม่เหมือนกัน วันนี้เราต้องยอมรับค่ะ เบอร์เป็นพันๆ เบอร์ในสมาร์ทโฟน สไลด์จนหมดหน้าจอบางทีมีปัญหายังไม่รู้จะโทรหาใครเลย ที่สุดแล้วขนาดพวกเรายังไม่มีคนฟังเลย เราอยากให้ใครสักคนหนึ่งนั่งฟังค่ะ” 

“วันนี้พวกเรากำพร้าคนฟัง เลยอยากให้ฟังกันมากขึ้น ในโซเชียลก็มีแต่คนพูดค่ะ ใครก็ตามที่ลงอะไรในโซเชียล สิ่งที่ตามมาคือคอมเมนต์วิพากวิจารณ์ ด่าได้เลยโดยที่ยังไม่ทันฟังเขาเลย ไม่มีใครบนโลกนี้หรอกค่ะที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วอยากถามตัวเองว่า จะทำเลวอะไรดี ทุกคนก็อยากเป็นคนดีคนหนึ่งทั้งนั้น เพราะฉะนั้นบางทีเราก็ต้องฟังกันหน่อย”

ฟังกันให้มากขึ้น ตัดสินกันให้น้อยลง เรียนรู้ความแตกต่างอย่างเข้าใจ 

แม้ดีเจอ้อยจะไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษา ไม่ใช่นักการศึกษา แต่จากประสบการณ์การฟัง ทำให้ได้เรียนรู้ถึงความเปราะบางในใจของคนแต่ละคน และได้วิธีคิดกลับมาใช้กับตัวเองว่า “เราควรฟังกันให้มาก ตัดสินกันให้น้อย” “ไม่เห็นด้วย ช่วยอยู่ข้างๆ ก่อน” ไม่ว่าเจนไหนเราสามารถเรียนรู้ไปกับด้วยกันได้ 

“เด็กในเจนน้องๆ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่บางทีวิธีคิดของเขาเราเองตำหนิไว้ก่อน เพราะเราใช้ไม้บรรทัดของเราค่ะ ไม้บรรทัดของเราอาจจะไม่ใช่ไม้บรรทัดของโลกนี้เสมอไป เราเลยต้องฟังกัน ครั้งนึงพี่อ้อยเคยได้รางวัลจากกรมสุขภาพจิตค่ะ รางวัลที่ได้มันเป็นโล่รูปหู ก็เลยถามเขาว่าทำไมมันเป็นรูปหูละ เขาก็บอกว่าพี่อ้อยลองสะกดคำว่า Heart ที่แปลว่าหัวใจดูสิ ในคำว่า Heart มีคำว่า Ear อยู่ตรงกลางค่ะ ดังนั้น คุณไม่มีวันได้ใจถ้าไม่ใช้การฟัง”

การฟัง จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือในการสร้างความเข้าใจหรือกระชับความสัมพันธ์ แต่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน เพราะเมื่อใดที่เราขาดหูที่รับฟังด้วยใจ โลกของเราก็จะเต็มไปด้วยเสียงของการตัดสินและการปะทะกันทางความคิด ซึ่งดีเจอ้อยได้ขยายความถึงความท้าทายในสังคมวันนี้ไว้ว่า 

“โลกเราวันนี้ความน่ากลัวคือ เราเหยียดคนที่คิดต่างด้วย แล้วก็ทะเลาะกันไม่เลิก แล้วทะเลาะคนละเรื่องด้วย เพราะเราคิดว่าเขาต้องคิดเหมือนเราสิโลกถึงเจริญ ไม่จริงค่ะ เราเรียนรู้ด้วยความต่าง รถทุกคันมีเบรกก็ต้องมีคันเร่ง รถคันไหนมีแต่คันเร่งเดี๋ยวก็ชน รถคันไหนมีแต่เบรกก็ไม่ต้องแล่น แต่เบรกกับคันเร่งต้องไม่มัวนั่งด่ากันอยู่นั่นว่าเบรกอยู่นั่นแหละ แกก็เร่งอยู่นั่นแหละ 

ทุกองค์กรในโลกนี้ควรมีคนที่เป็นเบรก และควรมีคนที่เป็นคันเร่ง แบบที่ต้องไม่พยายามเปลี่ยนกัน แค่เรียนรู้ความต่างของกันและกัน และความ ‘ต่างเจน’ คือหนึ่งในนั้นค่ะ อย่ามัวแต่เหยียดว่าเจนนี้เป็นอย่างนี้ คุยกับเจน Z ไม่รู้เรื่อง ไม่แน่นะคนที่คุยกับเจน Z ไม่รู้เรื่องอาจจะคุยกับเจนเดียวกันไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เพราะมันไม่ได้อยู่ที่เราคุยกับใครมันอยู่ที่เราสื่อสารเป็นยังไงด้วย ยอมรับเถอะค่ะว่าโลกนี้มันมีความต่าง แล้วบางทีคิดแบบเธออาจจะไม่ผิด คิดแบบฉันก็ไม่ผิดเช่นกัน 

เขาอาจจะต่างวัยกับเรา อาจจะมีวิธีคิดอะไรบางอย่างที่ต่างกับเรา ถ้าเราต่างเรียนรู้วิธีคิดซึ่งกันและกันเราจะค้นพบว่าที่สุดแล้ว ไม่มีใครผิดที่สุดหรือถูกที่สุด เราแค่ต้องเอาความต่างนั้นจับมือกันแล้วเดินไปข้างหน้าให้ได้”

อย่างไรก็ตาม ดีเจอ้อยได้ส่งต่อพลังใจและข้อคิดสำคัญไปยังบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนในยุคที่โลกหมุนไวและเต็มไปด้วยความท้าทายนี้ว่า

“ความยากของยุคนี้คือความรู้อันไหนมันจริงนะ ความรู้อันไหนมันไม่จริงนะ เราจึงต้องเรียนรู้ทุกสิ่ง และต่อให้เราทำงานด้านการศึกษามากี่สิบปีก็ตาม โลกมีเรื่องใหม่ที่สอนใจเราทุกวันนะคะ และไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษาอย่างเดียว เราอย่าลืมความสุขในการใช้ชีวิตด้วย เราจะทำงานด้านการศึกษาได้ไม่ดีนัก ถ้าชีวิตรัก ชีวิตครอบครัว หรือแม้แต่การดูแลตัวเองของเรายังดูแลได้ไม่ดี

วันนี้จะทำงานด้านไหนก็ตามนะคะ อย่าลืมการใช้ชีวิตค่ะ เรากำลังจะสอนเด็กแบบนั้นเหมือนกัน หนูเรียนเก่งอย่างเดียวไม่รอดนะลูก หนูต้องเรียนรู้วิธีการทำให้ตัวเองกลายเป็นเด็กเก่งที่มีความสุข หนูกำลังจะทำให้ตัวเองเป็นคนที่ภาคภูมิใจในความเป็นตัวเอง” 

Tags:

วัยรุ่นempathyพี่อ้อย Club Fridayดีเจอ้อยการฟังด้วยใจ

Author:

illustrator

นฤมล ทับปาน

มนุษย์อินโทรเวิร์ตระดับอัลตร้า เป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูด ชีวิตแต่ละวันขับเคลื่อนด้วยคาเฟอีน ปัจจุบันมีเป้าหมายระยะสั้นว่าจะเคลียร์กองดองหนังสือที่กองเป็นพะเนินให้หมดในปีนี้

Photographer:

illustrator

ปริสุทธิ์

Related Posts

  • Everyone can be an Educator
    มากกว่ารักษ์ คือการเรียนรู้ที่เห็นคุณค่าตัวเองและมรดกภูมิปัญญา: โนรา Gen Z ‘ชาดา สังวรณ์’ 

    เรื่อง ชุติมา ซุ้นเจริญ

  • Social Issues
    ‘ความไม่แน่นอน คือ สิ่งที่พวกเรากำลังเผชิญ’ เสียงจากนักเรียนม.6 ต่อสถานการณ์โควิด-19 และอนาคตที่ยังมองไม่เห็นทาง

    เรื่อง เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • How to get along with teenager
    “พื้นที่อิสระและการยอมรับ” เสียงในใจของเด็กรุ่นใหม่ที่อยากให้พ่อแม่ได้ยิน

    เรื่อง เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

  • Voice of New Gen
    BEARHUG: เพราะสงสัยและสื่อสารอย่างนักสำรวจ จึงเป็นยูทูบเบอร์ที่อยู่รอด

    เรื่อง รชนีกร ศรีฟ้าวัฒนา

  • Education trend
    วัยรุ่นวัยเรียนและจิตวิทยาแห่งการ ‘โกง’

    เรื่อง ณิชากร ศรีเพชรดี

  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel