- แนวคิดการพัฒนาตนเองแบบ Angel Energy มีพื้นฐานมาจากการค้นหาตัวตนเชื่อมโยงกับพลังงานดีของเหล่าเทวดานางฟ้า มุ่งเน้นการมองหาความสงบสุขภายใน ความเมตตา และการปลอบโยน ซึ่งไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่ผู้หญิงเท่านั้น
- หัวใจสำคัญของ Angel Energy คือ ‘การรักตัวเอง’ ในแบบที่เราเป็น ยอมทั้งข้อดีและข้อเสีย สิ่งที่เราชอบและไม่ชอบในตัวเอง หรือแม้แต่สิ่งที่น่าผิดหวังในอดีต และพร้อมเปิดพื้นที่ให้ตนเองได้เติบโตจากความผิดพลาดล้มเหลวนั้น
- คีย์เวิร์ดที่จะช่วยคุณประกอบร่าง Angel Energy ในตัวเอง ประกอบด้วย การเห็นคุณค่าในตัวเอง ฟังเสียงภายในตนเอง ความรู้สึกสงบในใจ ความเมตตากรุณา การแสดงความรู้สึกขอบคุณ การให้อภัยและการเยียวยา
Do you believe in fairies? Tinkerbell
ในโลกที่รายล้อมด้วยพลังงานลบ เทวดานางฟ้าอาจเป็นเพียงเรื่องหลอกเด็กอีกเรื่องนึงที่เราไม่สามารถนำมาใช้ปลอบประโลมจิตใจได้อีกแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า ‘Angel Energy’ หรือพลังงานนางฟ้านั้นมีอยู่จริงในตัวเรา
Angel Energy นี้ไม่ใช่พลังอำนาจเหนือธรรมชาติ แต่คือศักยภาพในการรับมือกับอารมณ์ความรู้สึกที่รายล้อมและกดดัน โดยไม่เผลอไปกดข่มอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง แต่เป็นการปรับจูนความคิดเพื่อรักษาความสงบสุขในใจ ซึ่งพลังงานนี้มีอยู่แล้วในตัวทุกคน เพียงแค่คุณอาจมองข้ามไป
บทความนี้อยากชวนทุกคนปลุกพลังนางฟ้าในตัวเรา ด้วยการทำความเข้าใจตนเอง เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตนเอง ปรับโหมดให้อบอุ่นอ่อนโยนและใจดีกับตัวเองมากขึ้น และเมื่อคุณเติมแสงสว่างในตัวเองมากพอแล้ว Angel Energy ก็จะเปล่งประกายพร้อมรับมือกับโลกที่ยากจะคาดเดาและอาจจะไม่ใจดีสักเท่าไรนัก
ความเชื่อมโยงของ นางฟ้า กับ การพัฒนาตนเอง
แนวคิดการพัฒนาตนเองแบบ ‘Angel Energy’ หรือ ‘พลังงานนางฟ้า’ ได้รับการกล่าวอ้างในเชิงจิตวิทยาการพัฒนาตนเองยุคใหม่ มีพื้นฐานมาจากการค้นหาตัวตนเชื่อมโยงกับพลังงานดีของเหล่าเทวดานางฟ้า ผู้คอยช่วยเหลือและส่งเสริมสิ่งดีงาม เป็นการผสานเรื่องของความเชื่อ จิตวิญญาณ (Spirituality) และพลังบวก (Positive Energy) มุ่งเน้นการมองหาความสงบสุขภายใน ความเมตตา และการปลอบโยน ซึ่งไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่ผู้หญิงเท่านั้น
โดยคำว่า ‘Angel Energy’ ปรากฏครั้งแรกในเชิงวิชาการด้านจิตวิญญาณ จากหนังสือ Angel Energy: How to Harness the Power of Angels in Your Everyday Life โดย John Randolph Price (1995) อธิบายถึง คลื่นพลังงานที่บริสุทธิ์ที่มนุษย์สามารถเชื่อมต่อได้ โดยเน้นการดึงพลังบวกภายในของเทวดานางฟ้าซึ่งเป็นต้นแบบพลังชีวิต มาประยุกต์ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นได้ เพื่อให้เป็นตัวเราอย่างแท้จริง
สอดคล้องกับแนวคิดทางจิตวิทยาแนวมนุษยนิยมของ Carl Rogers เกี่ยวกับการค้นพบตัวตนที่แท้จริงตามศักยภาพของตนเอง ซึ่งจะมีความเป็นไปได้เมื่อมีความสอดคล้องระหว่างสิ่งที่แต่ละบุคคลมองตนเองตามตัวตนที่เป็นจริง (Real Self) กับตัวตนในอุดมคติ (Ideal Self) แบบที่ตนเองต้องการจะเป็นหรือคิดว่าควรจะเป็น
โดยเขาเชื่อว่า บุคคลจะสามารถค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเองได้ก็ต่อเมื่อพวกเขามีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง หรือความเคารพตนเองในเชิงบวก ทั้งนี้ บุคคลจะมีแรงจูงใจตามธรรมชาติในการพัฒนาตนเอง และเข้าใจตนเอง เมื่อพวกเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมรับฟังมุมมองที่หลากหลาย การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างไม่มีอคติและจริงใจ
พึงพอใจในตัวเอง ตามแบบฉบับของ Angel Energy
แน่นอนว่า บุคคลมีแนวโน้มที่จะยอมรับในส่วนที่ดีมีคุณค่าหรือด้านบวกของตัวเอง และมักจะปฏิเสธข้อบกพร่องและด้านที่ไม่สวยงามของตัวเอง เนื่องจากไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เราจะยอมรับด้านลบของตัวเองได้ทั้งหมด หากแต่การยอมรับตัวเองอย่างที่ตัวเองเป็นอยู่ จะส่งผลดีต่อการรักและเห็นคุณค่าในตนเอง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เราต้องยอมรับให้ได้เสียก่อนว่าเรามีลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ด้วย และเมื่อนั้นเราจะสามารถก้าวไปสู่การพัฒนาตนเองอย่างแท้จริงได้ ซึ่งพ้องกับแนวคิดของ Jeffrey Borenstein ประธานมูลนิธิวิจัยสมองและพฤติกรรม ที่ว่า “การรักตัวเองคือสภาวะของการเห็นคุณค่าในตัวเอง ที่เติบโตมาจากการกระทำที่สนับสนุนการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของเรา”
หัวใจสำคัญของ Angel Energy จึงเริ่มจาก ‘การรักตัวเอง’ ในแบบที่ พึงพอใจในสิ่งที่เป็นเรา เข้าไปสำรวจภายในจิตใจอย่างรอบด้านและยอมรับมันโดยไม่หลอกตัวเอง ทั้งข้อดีและข้อเสีย สิ่งที่เราชอบและไม่ชอบในตัวเอง หรือแม้แต่สิ่งที่น่าผิดหวังในอดีต และพร้อมเปิดพื้นที่ให้ตนเองได้เติบโตจากความผิดพลาดล้มเหลวนั้น
เรียกได้ว่าเป็นการรักในทุกมิติของตัวเองอย่างซื่อสัตย์ ไม่กดทับปิดบังความเปราะบางของตัวเอง อนุญาตให้อารมณ์ด้านลบทั้งหลายเกิดขึ้น ไม่แสร้งแสดงออกว่าฉันผ่านมันไปได้อย่างราบรื่น หากแต่ซึมซับอารมณ์นั้นได้และรับรู้มัน
เป็นการผสานตัวตน ความคิด อารมณ์ความรู้สึก และพฤติกรรม สร้างความแข็งแกร่งภายในตัวเรา พร้อมสนับสนุนให้กล้าเผชิญทุกสถานการณ์ของตัวเอง รวมถึงสถานการณ์ที่อาจต้องสัมพันธ์กับผู้อื่น สร้างความสมดุลในชีวิต
ที่สำคัญก็คือ เมื่อเห็นตัวเองชัดเจน เราจะไม่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เข้าใจว่าเราไม่ได้โดดเด่นกว่าใคร แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่าคนอื่นด้วย จากนั้นใจของเราจะเปิดกว้าง ยอมรับผู้อื่นอย่างมีเมตตาเห็นอกเห็นใจ ไม่ลดทอนคุณค่าของใคร ตระหนักว่าทุกคนมีคุณค่าในตัวเองตามเส้นทางที่แตกต่างกัน มองในสิ่งที่เขาเป็น ยอมรับและสนับสนุนผู้อื่นได้อีกด้วย
นักสังคมสงเคราะห์คลินิก Sharon Martin อธิบายว่า “คนที่รักตัวเองอย่างแท้จริง จะตระหนักถึงข้อบกพร่องของตนเอง รับรู้ความผิดพลาด ยอมรับและใส่ใจในข้อบกพร่องเหล่านั้น การรักตัวเองไม่ได้ขัดขวางการเอื้ออาทรผู้อื่น แต่เป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละคนแสดงความเมตตาต่อตัวเองเช่นเดียวกัน”
ตั้งค่าตัวเอง ประกอบร่าง Angel Energy ในตัวเรา
ถึงตรงนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธว่า Angel Energy เป็นแนวคิดที่ดีในการยกระดับจิตใจเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นมากขึ้น แต่คำถามที่อาจอยู่ในใจใครหลายๆ คนก็คือ “แล้วเราจะตั้งค่า Angel Energy ในตัวเองให้ชัดเจนขึ้นได้อย่างไร” …ต่อไปนี้คือแนวทางการปรับมุมมองความคิดที่จะช่วยให้คุณสามารถประกอบร่างนางฟ้าในตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
– การเห็นคุณค่าในตัวเอง (Inner Worth) เชื่อมั่นจากภายในว่าตัวเรามีคุณค่าเพราะเราเป็นเรา ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราทำสำเร็จ เมื่อเรามั่นคงในคุณค่าของตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข เราจะมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ไม่หวั่นไหวตามความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ยอมรับอย่างมั่นใจว่า ‘แค่ฉันเป็นฉัน นั่นก็ดีพอแล้ว’ กล้าหาญที่จะเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่พัฒนาแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ ยอมรับข้อบกพร่องและข้อจำกัดของตนเอง เห็นโอกาสในการเรียนรู้เพื่อเติบโต
– ฟังเสียงภายในตนเอง (Inner Voice) ซึ่งไม่ใช่การตามใจตัวเอง แต่เป็นมุมมองที่เรามองตัวเองว่าเป็นแบบไหน และรับฟังเสียงหัวใจของตัวเอง ให้ค่ากับความรู้สึกของตัวเอง การที่ค่อยๆ พิจารณาความต้องการภายในจริงๆ ช่วยให้มีอิสระทางความคิด ตัดสินใจชัดเจนขึ้น ไม่หลงทางไปตามกระแสสังคม เลือกทำในสิ่งที่ตอบโจทย์ที่แท้จริงของตัวเอง เลือกเข้าหาพลังงานบวก และกล้าที่จะปฏิเสธอย่างนุ่มนวลด้วยเหตุผลที่ชัดเจน เพื่อรักษาสัมพันธภาพที่มีคุณภาพ
– ความรู้สึกสงบในใจ (Serenity) มีความพึงพอใจในชีวิต อยู่กับตัวเองได้ มีความสุขกับปัจจุบัน รู้สึกผ่อนคลายกับสิ่งรอบตัว ยอมรับสิ่งต่างๆ ตามที่มันเป็น และปล่อยวางได้เมื่อทำเต็มที่แล้ว ลดความวิตกกังวลและกดดันลง เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ดีที่สุดจะมาเมื่อถึงเวลาของมัน
มองเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำสำเร็จได้ ซึ่งทำให้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น เช่น การดูแลตนเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แสวงหาโอกาสใหม่ๆ ลองทำสิ่งที่ไม่ถนัด บอกตัวเองว่า “ฉันจะลองทำดูสักตั้ง”
– ความสุขจากภาวะจิตใจที่สงบ เป็นพื้นฐานของ ความเมตตากรุณา (Compassion) ปฏิบัติต่อตัวเองอย่างอ่อนโยนและเข้าใจ เมื่อเผชิญความทุกข์หรือช่วงเวลาที่ยากลำบาก เปิดใจพูดคุยกับตัวเองเหมือนเพื่อนสนิท ทบทวนว่าเราอาจกำลังใจร้ายกับตัวเองเกินไปหรือไม่
ปรับมุมมองลบๆ ที่มีต่อตนเอง ลดการตำหนิลงแต่เพิ่มความเข้าใจ มองหาสิ่งที่เราทำได้ดี โฟกัสที่จุดแข็งและใช้มันเป็นพลังในการก้าวต่อไป และจากความเมตตาต่อตนเองนี้เอง ส่งต่อเป็นความปรารถนาดีต่อผู้อื่น เกิดการแผ่ขยายความเห็นอกเห็นใจกันและเชื่อมโยงกันได้อย่างสันติสุข
– การแสดงความรู้สึกขอบคุณ (Gratitude) การฝึกขอบคุณ เป็นการขยายมุมมองของการมองสิ่งต่างๆ ในทิศทางบวกมากขึ้น สว่างมากขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น เกิดความพึงพอใจแม้เพียงสิ่งเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการรู้สึกขอบคุณสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมิตรภาพรอบข้าง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว อบอุ่นใจและไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
การจดบันทึกขอบคุณสิ่งต่างๆ พร้อมเหตุผลดีๆ หรือที่รู้จักกันว่า ‘บันทึกขอบคุณ’ (Gratitude journal) เป็นคำแนะนำของ Robert A. Emmons นักจิตวิทยาเชิงบวก เช่น ขอบคุณต้นไม้สีเขียว ที่ทำให้ฉันมีอากาศบริสุทธิ์หายใจ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ และเมื่อเราย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่เคยเขียน ‘ขอบคุณ’ ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย
– การให้อภัยและการเยียวยา (Forgiveness & Healing) เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ปลดล็อกจากความทุกข์ที่ทับถมอยู่ภายใน เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่ตนเอง และพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างอิสระ
การให้อภัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการเยียวยาจิตใจ เข้าใจและยอมรับตัวเองในด้านที่อ่อนแอที่สุด มองมันด้วยความห่วงใยเห็นอกเห็นใจ เป็นแนวทางนำไปสู่การให้อภัยผู้อื่น และเป็นกำลังใจให้พวกเขาฟื้นฟูตัวเองได้ด้วยเช่นกัน
จากการเปิดรับตัวเองและสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานดีๆ เหล่านี้ ส่งเสริมให้เรานำมาพัฒนาตัวตนและจิตใจให้แข็งแรง เพื่อขับเคลื่อนตัวเองให้เติบโตมากขึ้น ดังแนวคิดของนักจิตวิทยาแนวมนุษยนิยม Abraham Maslow ที่ว่า “บุคคลมีแนวโน้มที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นไปตามศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ เพื่อไปสู่เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตนเอง”
รักษาระดับ Angel Energy ให้พร้อมเปล่งประกายในชีวิตจริง
เมื่อเราเริ่มทำงานกับภายในตนเองอย่างเข้าใจ ยอมรับและเคารพตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข เหมือนเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง เมื่อนั้น เราจะสามารถให้คำแนะนำกับตัวเองอย่างตรงไปตรงมา มอบโอกาสให้ตัวเองได้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ตั้งใจหันหลังให้กับรูปแบบการตอบสนองอัตโนมัติตามธรรมชาติแบบเดิมๆ ที่ไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง
การรักษาพลังงานดีๆ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับทุกมิติของตัวเองอย่างแท้จริง คุณจะได้เห็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะนำพาเราไปสู่การประกอบร่างนางฟ้าจากภายในสู่ภายนอก เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ท้าทายอารมณ์ตัวเองที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่นและเหมาะสม
จริงอยู่ที่สถานการณ์ยากลำบาก มักจะกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงให้เกิดขึ้นได้ และเมื่อนึกย้อนไป หลังจากที่คุณได้รับมอบหมายงานอย่างไม่เป็นธรรมซ้ำอีกครั้ง คุณก็อาจแสดงอาการฉุนเฉียวออกไปอีกเช่นเคย แต่คราวนี้มีบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย คุณรู้สึกผิดหวังกับพฤติกรรมทางลบของตัวเอง และเกิดการโต้เถียงอยู่ในใจ “ฉันคิดว่าฉันดีขึ้นแล้วนะ” “เช้านี้ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าจะเข้าประชุมอย่างมีสติ” นั่นแสดงให้เห็นว่า คุณตระหนักถึงความรู้สึกของตัวเองได้ว่า ตอนนี้คุณโกรธ โมโห หรือน้อยใจ ไม่หลบหนีหรือซ่อนเร้นมันเอาไว้
และในระหว่างที่คุณได้สังเกตการเดินทางของอารมณ์ จะพบว่า หากเราจดจ่ออยู่กับการมองเข้าไปในใจตัวเอง ใช้เวลาทบทวนและตระหนักรู้ในการกระทำอันไม่พึงประสงค์นั้น การแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ตามอัตโนมัติ ตามความเคยชินนั้น จะชะลอลงไปชั่วขณะ
สอดคล้องกับข้อมูลการวิจัยการด้านกลไกการรับมือหรือปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ระบุว่าการถอยออกมาสักก้าวหนึ่งและหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ร่างกายสงบลง จะช่วยให้มีสติและตัดสินใจได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็น การเว้นระยะห่างทางอารมณ์ ไม่ให้ถูกควบคุมได้ง่าย
ช่วงเวลาที่กระบวนการทำความเข้าใจตนเองดำเนินไป ใช้เวลาไตร่ตรอง จัดระบบความรู้สึกนึกคิด ไม่หลีกหนีมันแล้วทำงานกับมัน ช่วงเวลานั้นเอง เป็นเวลาสำคัญที่เราจะเลือกชุดการกระทำ คุณอาจสนองตอบเพียงแค่ถอนหายใจ บ่นพึมพำกับตัวเอง ไม่ระเบิดอารมณ์ออกไป หรือนัดเพื่อนกินดื่มสังสรรค์อย่างที่เคยทำ เพื่อกลบเกลื่อนความเหงาความเศร้าข้างใน
เมื่อบ่มเพาะตัวเองอย่างสม่ำเสมอตามแนวทางนี้ จะช่วยให้คุณเรียนรู้ที่จะสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของตัวเองได้เร็วขึ้น และพบว่าอารมณ์ความรู้สึกจะถูกกลั่นกรองมากขึ้น จัดการกับมันได้ดีขึ้น แล้วมันจะคลี่คลายและลดน้อยลงไปได้
ตามหลักจิตวิทยา ความต้องการพื้นฐานด้านจิตใจนั้นชี้ชัดว่า การได้รับอิสระในการเลือกและรับผิดชอบต่อชีวิตตนเอง จะนำพาตัวเองไปสู่จุดที่เติบโตมากขึ้น สร้างคุณค่าในตนเองอย่างยั่งยืน
แน่นอนว่าธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง มักเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความสับสน หากแต่สถานการณ์ที่ท้าทายอารมณ์ความรู้สึก มักมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นซ้ำๆ ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยที่จะฝึกทำงานกับความรู้สึกด้านลบของตัวเอง เฝ้ามองความรู้สึกนั้น รับรู้และเตรียมตัว ด้วยความเชื่อมั่นว่าเราสามารถพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้ตามศักยภาพของตัวเอง
ตามที่ Kristin Neff นักจิตวิทยาการศึกษาให้มุมมองไว้ว่า “การพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองในด้านต่างๆ นั้น ไม่ใช่เพราะคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง หรือไม่ยอมรับตัวเองในแบบที่เป็นอยู่ แต่เนื่องมาจากความห่วงใยตัวเอง ปรารถนาให้มีสุขภาพดีและมีความสุขมากขึ้น”
อย่างไรก็ดี แม้ว่าทัศนคติหรือมุมมองเชิงบวกจะส่งผลดีต่อสุขภาพจิต และความพึงพอใจในชีวิตโดยรวม แต่ก็ต้องตั้งอยู่บนหลักความสมดุลของการมองตามความเป็นจริง ไม่คาดหวังแต่เพียงผลลัพธ์ที่ดี และไม่บังคับตัวเองหรือผู้อื่นให้รู้สึกบวกตลอดเวลา จนอาจกลายเป็นปัญหาได้
เพราะที่สุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ เราจะรู้สึกชอบตัวเองที่เราได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เติบโตขึ้น รักและมีความสุขกับตัวเองมากขึ้น นั่นจึงจะเรียกได้ว่าเป็นการปรับเข้าสู่โหมดนางฟ้าในแบบฉบับของตัวเอง …เป็นนางฟ้าในโลกความเป็นจริงที่เปล่งประกายเพื่อความสงบและมั่นคงในหัวใจตัวเอง พร้อมส่งต่อพลังงานดีๆ สู่คนรอบข้างต่อไป
“You don’t need someone to complete you. You only need someone to accept you completely.” Rapunzel (Tangled)
อ้างอิง
Angel Energy: How to Harness the Power of Angels in Your Everyday Life
Basic Psychological Needs – ความต้องการพื้นฐานด้านจิตใจ – คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Forgiveness: The Gift We Give Ourselves – Whole Health Library
Healthy Coping: 24 Mechanisms & Skills For Positive Coping
Optimism lengthens life, study finds — Harvard Gazette
Self-Actualization In Psychology: Theory, Examples & Characteristics
The Importance of Psychology in Our Daily Lives – How Psychology can Help You?
The Power of Self-Love | Psychology Today
The science of self-love: the evidence-based benefits of loving
yourself