Skip to content
ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์
  • Creative Learning
    Unique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long LearningEveryone can be an Educator
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning TheoryGrowth & Fixed MindsetGritEF (executive function)
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์
How to enjoy life
1 January 2026

‘ปีใหม่’ ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง ให้พื้นที่ตนเองได้หยุดนิ่ง กลับมาทบทวนชีวิต ฟังเสียงความรู้สึกอย่างจริงจัง

เรื่อง ชัค ชัชพงศ์ ภาพ ninaiscat

  • ปีใหม่ไม่จำเป็นต้อง ‘เข้มแข็ง’ หรือเปลี่ยนเป็นคนใหม่ทันที เพราะปัญหาและพฤติกรรมซ้ำๆ มักมีรากทางจิตใจลึกๆ ที่ยังไม่ได้รับการรับฟัง
  • การวางใจหลังปีเก่าที่เลวร้ายสู่ปีใหม่ที่สดใสขึ้นอาจไม่ใช่การรีบเก่ง รีบดีขึ้น รีบเป็นอะไรเสมอไป แต่อาจเป็นการอนุญาตให้ตนเองได้เปราะบาง เสียใจ เศร้า ผิดหวัง แทนที่จะรีบเข้มแข็ง
  • เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นคนใหม่ที่เข้มแข็งมากกว่าเดิม แต่เป็นคนเก่าที่เข้าใจรอยร้าวในใจตัวเองให้มากขึ้น แล้วนั่นก็จะทำให้เราเติบโตอย่างงดงามในทิศทางของเรา 

ทุกเทศกาลปีใหม่ ฟีดเฟซบุ๊กมักเต็มไปด้วยความข้อความตกผลึกสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในปีถีดไป ปีใหม่จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการละทิ้งสิ่งเก่า และการตั้งหน้าตั้งตาสู่สิ่งใหม่ ซึ่งเราอาจเคยได้ได้ยินคำอวยพรที่บอกว่า “เริ่มต้นใหม่ด้วยความเข้มแข็ง” หรือ “ทิ้งเรื่องแย่ๆ ไว้ที่ปีเก่า” แต่ว่าความจริงแล้ว ปีใหม่และปีเก่าอาจไม่ได้แตกต่างกันเช่นนั้นเหมือนเส้นแบ่งของเวลา เพราะตัวตนของเราก็ยังเป็นคนเดิม ความตั้งใจที่ดีเหล่านี้จึงอาจสามารถอยู่ได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะเลือนหายไป และชีวิตก็วนกลับมาสู่รูปแบบเดิมอีกครั้ง 

วงจรความล้มเหลวของการเดินไปข้างหน้าและย้อนหลังกลับไปมาไม่ใช่ความล้มเหลวเพราะการไม่มีวินัย หรือไม่เข้มแข็งมากพอซะทีเดียว แต่หากมองในมุมจิตวิเคราะห์ที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่า มนุษย์มีแนวโน้มจะทำรูปแบบเดิมซ้ำๆ มากกว่าการเปลี่ยนแปลง แม้รูปแบบนั้นจะสร้างความทุกข์ใจให้ตนเองก็ตาม เพราะสำหรับสมองแล้ว ความคุ้นชินมักจะปลอดภัยมากกว่าความไม่รู้จัก สมองจึงพยายามยึดเกาะรูปแบบการคิดหรือการกระกระทำเดิม ไม่ใช่เพราะสิ่งนั้นดีหรือไม่ดี แต่เพราะสิ่งนั้นทำให้รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ และเราจะทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เป็นสาเหตุของพฤติกรรม คำพูด การมีความสัมพันธ์กับคนนั้นๆ จะถูกประมวลผลอย่างปลอดภัย 

ทางจิตวิเคราะห์เรียกกระบวนทำซ้ำว่า Repetitive Compulsion ซึ่งเป็นแรงขับภายในที่ทำให้เรากลับไปคิด รู้สึก และกระทำในรูปแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะรูปแบบที่เคยเชื่อมโยงกับความเจ็บปวดในอดีต ไม่ใช่เพราะเราต้องการความทุกข์ แต่เพราะจิตใจเราต้องฉายภาพนั้นซ้ำไปซ้ำมาเพื่อเปิดโอกาสให้เราได้กลับไปจัดการความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นในอดีตด้วยการทำให้มันกลับมาเกิดขึ้นในปัจจุบัน 

ใช่ครับ บางส่วนของปีที่เลวร้าวอาจเกิดจากปัจจัยภายนอกที่นอกเหนือการควบคุม แต่บางส่วนอาจเกิดจากการกระบวนการทางจิตใจที่ทำให้เกิดทำซ้ำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเห็นได้จากรูปแบบของเหตุการณ์เลวร้ายที่ไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่ แต่เป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น 

คนที่ชอบปล่อยให้ห้องรกซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจไม่ใช่เพียงแค่คนไม่มีระเบียบ แต่บางกรณีอาจเป็นการฉายภายซ้ำของประสบการณ์ที่ไม่ได้มีใครใส่ใจหรือถูกดูแล  

คนที่ชอบกินมื้อดึก อาจไม่ใช่คนที่หิวกระหายแค่ทางกาย แต่อาจใช้การกินเป็นการปลอบประโลมความรู้สึกเจ็บปวด โดดเดี่ยว ว่างเปล่าที่เคยเผชิญเมื่อนานมาแล้วจนเกือบถูกลืมแต่ไม่ได้จางหายไป  

การเจอคนไม่เห็นคุณค่า อาจไม่ใช่เพียงแค่การเลือกคนผิด แต่อาจเป็นการทำให้เกิดประสบการณ์การไม่ถูกเลือก ตัวเล็ก ไม่สำคัญซ้ำๆ 

การไม่ค่อยได้ใช้เวลากับคนรัก อาจไม่ใช่เพราะไม่มีเวลาว่าง แต่อาจเพราะการรักษาระยะห่างบางอย่างทำให้รู้สึกปลอดภัยมากกว่าความใกล้ชิด 

การใช้เงินฟุ่มเฟือย อาจไม่ใช่สิ่งสะท้อนปัญหาวินัยการเงินอย่างเดียว แต่อาจกำลังฉายภาพซ้ำของความต้องการการควบคุมในชีวิต 

เมื่อมองรูปแบบเหล่านี้รวมกันจะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมักมีสาเหตุทางจิตใจเชิงลึกซ่อนอยู่ที่มีอิทธิพลต่อการเกิดความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งแม้จะเป็นปัญหาเดียวกัน แต่ละคนก็จะมีที่มาที่ไปที่แตกต่างกัน ด้วยความซับซ้อนเหล่านี้ การเรียกร้องให้ตัวเองต้องเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ต้องเข้มแข็งขึ้น ต้องไม่ทำเหมือนเดิมในปีใหม่จึงอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมในระยะยาว หากแต่เป็นการยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ตนเอง และเป็นการปิดหูไม่ฟังสิ่งที่จิตใจกำลังพยายามบอก 

ในช่วงเวลาที่ผ่านพ้นมาจากความเลวร้าย ความผิดหวัง ความล้มเหลว ตัวตนเรามักจะเปราะบางลง การพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องมีประสิทธิภาพ (productive) เมื่อมองในระดับผิวอาจเป็นเหมือนการหวังดีกับตนเอง แต่หากเราเหนื่อยล้าอยู่แล้วนั่นอาจเป็นการเฆี่ยนตีตนเองทางอ้อมด้วยเจตนาที่ดี ไม่ต่างจากการบังคับให้คนที่ขาหักต้องรีบวิ่งไปต่อ เอาเข้าจริง เราอาจทำได้ก็ได้ แต่จะเป็นผลดีในระยะยาวไหมก็อาจจะตอบได้ยาก 

การวางใจหลังปีเก่าที่เลวร้ายสู่ปีใหม่ที่สดใสขึ้นอาจไม่ใช่การรีบเก่ง รีบดีขึ้น รีบเป็นอะไรเสมอไป แต่อาจเป็นการอนุญาตให้ตนเองได้เปราะบาง เสียใจ เศร้า ผิดหวัง แทนที่จะรีบเข้มแข็ง เพราะปีที่เลวร้ายมักพรากบางอย่างจากเราไป ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ ความหวัง ความฝันเกี่ยวกับตนเองหรือความสัมพันธ์ต่างๆ สถานะ การไม่ได้ให้พื้นที่กับการเสียใจ เศร้ามากพอ อาจทำให้การสูญเสียหรือล้มเหลวในปีที่ผ่านมานั้นไม่ได้ถูกประมวลอย่างแท้จริง 

อนุญาตให้ตนเองได้อยู่กับความรู้สึกที่เคยถูกหลีกเลี่ยง อนุญาตให้ตนเองผิดหวังสิ่งที่ยังค้างคา อนุญาตให้ตนเองโกรธสิ่งที่ไม่เคยพูด อนุญาตให้ตนเองเศร้าในแบบที่รู้สึกอย่างแท้จริง ปีใหม่ในความหมายที่ผมอยากเขียนถึงในบทความจึงไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่แบบวิ่งไปข้างหน้า แต่คือการให้พื้นที่ตนเองได้หยุดนิ่ง กลับมาทบทวนชีวิต ฟังเสียงที่ตนเองรู้สึกอย่างจริงจัง 

สุขภาพจิตที่ดีอาจไม่ใช่การตัดปีที่เลวร้ายออกไปจากชีวิต ลืมมันไป ไม่ต้องนึกถึง เบี่ยงเบนตนเองให้มากที่สุด แต่คือการหลอมรวมประสบการณ์เหล่านั้นเข้ามาในจิตใจ (Ego Integration) ผมเชื่อว่าเสมอว่าเมื่อความเจ็บปวดได้รับการมองเห็นและได้ยินมากพอ เราจะค่อยๆ เข้มแข็งขึ้นจากข้างใน โดยที่ไม่ต้องบังคับให้ตนเองต้องเข้มแข็งแบบเฆี่ยนตีตนเอง และประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ถูกได้ยินมากพอก็จะไม่ได้ถูกฉายซ้ำอีกต่อไป 

เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นคนใหม่ที่เข้มแข็งมากกว่าเดิม แต่เป็นคนเก่าที่เข้าใจรอยร้าวในใจตัวเองให้มากขึ้น แล้วนั่นก็จะทำให้เราเติบโตอย่างงดงามในทิศทางของเรา 

สุดท้ายปีใหม่นี้ แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่า เราต้องเป็นคนใหม่ ต้องเป็นคนเข้มแข็ง ต้องเป็นคนที่ดีขึ้น อาจเริ่มต้นก่อนว่า ทำไมที่ผ่านมาเราถึงเป็นแบบนั้น และอนุญาตให้ตนเองได้ถอยกลับมาทบทวนตนเอง รวมถึงได้รู้สึกสิ่งต่างๆ มากพอ แล้วเราก็จะค่อยๆ เดินไปข้างหน้าเอง

สวัสดีปีใหม่ครับ

Tags:

ปีใหม่ชีวิค2026

Author:

illustrator

ชัค ชัชพงศ์

นักจิตวิทยาที่เขียนบทความเพื่อช่วยให้คนเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง FB: Chuck Chatpong

Illustrator:

illustrator

ninaiscat

ทิพยา ทิพย์พันธ์ (ninaiscat) เป็นนักวาดภาพประกอบและนักออกแบบกราฟิกอิสระ ชอบแมว (เป็นชีวิตจิตใจ) ชอบทำกับข้าว กินกาแฟทุกวันและมีความฝันว่าอยากมีบ้านสักหลังที่เชียงใหม่

Related Posts

  • How to enjoy lifeSocial Issues
    Rage Bait: เมื่อการยั่วให้โกรธคือเทคนิคหาแสงยุคใหม่ คนทำได้ยอด คนดูได้แย่-สุขภาพจิตตกต่ำ

    เรื่อง ศุภณัฐ เติมชัยอนันต์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Relationship
    ‘Man Child’ ผู้ชายไม่รู้จักโต ที่ชอบสร้างมลพิษทางอารมณ์บั่นทอนความสัมพันธ์

    เรื่อง ยุรพร ยมนาค ภาพ พิมพ์พาพ์

  • Life classroom
    ‘โลกคือห้องเรียนที่ไม่มีผนัง’ การเดินทางที่แท้จริงคือการเรียนรู้จากประสบการณ์และเติบโตจากความเข้าใจตนเอง: ปรินซ์ – ธรรมนูญ วิศิษฏ์ศักดิ์

    เรื่อง อภิบาล ว่องวงษ์รักษ์

  • Book
    อ่านอะไรดีช่วงสิ้นปี ปีที่สุดปังและเปลี่ยนผ่าน ของขวัญจากคอลัมนิสต์ The Potential2020

    เรื่อง The Potential

  • Book
    ส่งท้ายปี 2020 ด้วยหนังสือ 10 เล่ม ที่เหมาะกับการอ่านเพื่อการ ‘มูฟออน’

    เรื่อง ขนิษฐา ธรรมปัญญาภัทรอนงค์ สิรีพิพัฒน์

  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts
  • Creative Learning

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel