Skip to content
eco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่น
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    EF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning TheoryGrowth & Fixed MindsetGrit
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
eco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่น

Month: January 2026

ถุงมือปันสุข ‘Happy CP Gloves’ นวัตกรรมที่ออกแบบโดยเด็กประถมเพื่อแก้โจทย์ชีวิตจริงของเด็กพิการทางสมอง
Social Issues
7 January 2026

ถุงมือปันสุข ‘Happy CP Gloves’ นวัตกรรมที่ออกแบบโดยเด็กประถมเพื่อแก้โจทย์ชีวิตจริงของเด็กพิการทางสมอง

เรื่อง The Potential

  • กว่าจะมาเป็นถุงมือปันสุข ‘Happy CP Gloves’ ที่สร้างรอยยิ้มและลดความเจ็บปวดให้เด็กพิการทางสมองได้นั้น ผ่านการระดมสมอง ลองผิดลองถูกมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 8 ปี โดยแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้พวกเขาก้าวสู่ความสำเร็จ คือ ผู้ปกครอง
  • โจทย์สำคัญในการออกแบบคือ ต้องเป็นถุงมือที่ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและลดอาการบาดเจ็บจากการเกร็งมือของเด็กพิการทางสมองได้ ขณะเดียวกันก็เป็นของเล่นเสริมพัฒนาการด้วย
  • ปัจจุบันถุงมือปันสุขนี้ได้ถูกส่งมอบแก่เด็กพิการทางสมอง เพื่อทดลองใช้งานจริง ซึ่งผลตอบรับที่กลับมาทำให้พวกเขายิ้มได้อย่างภาคภูมิใจ

“พวกเราเริ่มต้นคิดทำถุงมือเพื่อเด็กพิการทางสมองตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.5 และช่วยกันพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 8 ปีแล้ว วันนี้สิ่งที่พวกเราคิดฝันสามารถผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ให้น้องๆ ได้ใช้จริง ซึ่งการได้เห็นรอยยิ้มเวลาที่พวกเขาเล่น และได้เห็นว่านวัตกรรมของเราช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้เขาได้ มันคือความสุขครับ” 

ศุภวิชญ์ วรรณดิลก ตัวแทนกลุ่มเยาวชนผู้พัฒนาถุงมือปันสุข Happy CP Gloves กล่าวอย่างภาคภูมิใจที่พวกเขาไม่ลดละความพยายามในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อช่วยลดการบาดเจ็บจากการเกร็งมือของเด็กพิการทางสมอง จนผลงานต้นแบบไม่เพียงได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ ยังได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปแจกจ่ายให้เด็กพิการทางสมองได้ใช้งานจริง

ทีมเวิร์กที่ใช้ Empathy + Creativity แก้โจทย์ยากของเด็กพิการทางสมอง

จากจุดเริ่มต้นในการคิดสิ่งประดิษฐ์เพื่อส่งเข้าร่วมประกวดในโครงการนวัตกรรมนานาชาติที่เกาหลีใต้ (Korea International Youth Olympiad – KIYO 2017) ภายใต้โจทย์เรื่อง ‘ความพิการ’ ศุภวิชญ์ วรรณดิลก และเพื่อนๆ อีก 3 คน ซึ่งขณะนั้นศึกษาอยู่ชั้นประถมฯปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย สุภชีพ สหกิจรุ่งเรือง, ณิชมน สุภัทรเกียรติ และ ไอริณรยา โสตางกูร (ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ได้รวมตัวกันโดยมีอาจารย์จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ และอาจารย์พริ้วฝน เทียนศรี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

“ตอนนั้นมารวมกลุ่มกัน เพราะอยากลองพัฒนานวัตกรรมเพื่อคนพิการ ช่วงแรกระดมสมองอยู่สักพัก คุยกันว่าจะช่วยคนพิการกลุ่มไหน พอดีแม่เพื่อนรู้จักกับศูนย์การเรียนรู้บ้านแม่นก เป็นศูนย์การเรียนรู้ ฟื้นฟู และเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กพิการทางสมอง รวมถึงให้ความรู้พ่อแม่เรื่องการดูแล ก็เลยทำให้พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปที่ศูนย์ฯ ได้พูดคุยกับแม่นก ซึ่งท่านก็เล่าถึงเด็กพิการทางสมองให้ฟัง และได้เข้าไปเยี่ยมน้องๆ” 

เด็กที่มีภาวะสมองพิการ หรือ Cerebral Palsy (CP) มีสาเหตุมาจากสมองที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ได้รับการบาดเจ็บหรือเสียหายอย่างถาวร ส่งผลให้เกิดความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหว โดยอาการจะมีหลากหลายขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง เช่น ด้านการเคลื่อนไหวร่างกายจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เกร็งผิดปกติ การขยับแขนขา ลำตัวใบหน้า ลิ้น รวมถึงการทรงตัวผิดปกติ ด้านพัฒนาการจะมีพัฒนาการล่าช้า พูดช้าหรือไม่พูด หรือมีปัญหาทักษะการช่วยเหลือตนเอง

สุภชีพ สหกิจรุ่งเรือง หนึ่งในผู้พัฒนา Happy CP Gloves เล่าเสริมว่า ปัญหาหนึ่งที่เห็นได้ชัดตอนเข้าไปเยี่ยมน้องๆ คือ มือเขาจะเกร็งตลอดเวลา แม่นกบอกว่า ยิ่งเวลาน้องตกใจก็จะยิ่งกำมือแน่นมาก กำไม่ปล่อยเลย จนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ซึ่งน้องเจ็บปวดมาก แต่ไม่สามารถสื่อสารได้ บางทีกว่าพ่อแม่จะรู้หรือมาช่วยคลายมือให้น้อง มือก็บวมหรือเลือดออกไปแล้ว บางรายกำรุนแรงถึงขั้นนิ้วโป้งหัก นอกจากนี้เวลาที่น้องกำมือไว้นานๆ เหงื่อจะออกที่มือ ทำให้มีความชื้น และเกิดเป็นเชื้อราที่ผิวหนังได้ 

จากเรื่องราวความทุกข์ยากของกลุ่มเด็กพิการทางสมองที่ได้รับฟังและความเจ็บปวดที่ได้สัมผัส กลายเป็นแรงผลักดันให้พวกเขากลับมาระดมสมองและวางแผนอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้แบบร่างไอเดียของ ‘ถุงมือ’ ที่จะช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและลดอาการบาดเจ็บจากการเกร็งมือของเด็กพิการทางสมองได้

ศุภวิชญ์ เล่าว่า โจทย์สำคัญที่ใช้ในการออกแบบคือ ต้องเป็นถุงมือที่ช่วยลดการเกร็งมือ ลดการจิกเล็บเข้าไปในฝ่ามือจนเกิดรอยแผล และป้องกันข้อมือหัก แต่ขณะเดียวกันต้องมีลักษณะที่เหมือนของเล่น เพื่อทำให้น้องๆ สนุกเพลิดเพลินกับการใช้งานและเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการของน้องได้ ที่สำคัญต้องส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ปกครองรู้ว่าน้องกำลังกำมือแรงเกินไป โดยทุกขั้นตอนการออกแบบปรึกษากับแม่นกเพื่อให้ได้ผลงานที่ตอบโจทย์กับปัญหาของน้องๆ เด็กพิการทางสมองได้มากที่สุด 

สุภชีพ สหกิจรุ่งเรือง และ ศุภวิชญ์ วรรณดิลก ตัวแทนกลุ่มเยาวชนผู้พัฒนาถุงมือปันสุข Happy CP Gloves

หลังจากออกแบบตัวถุงมือเสร็จ พวกเขาได้นำแบบร่างเข้าไปนำเสนอที่ บริษัท แปลน ครีเอชั่นส์ จำกัด หรือ PlanToys Thailand บริษัทผู้ผลิตของเล่นไม้สัญชาติไทยที่ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งทางบริษัทให้ความสนใจ และช่วยเหลือให้คำปรึกษา รวมทั้งช่วยผลิตต้นแบบถุงมือของจริงออกมาเพื่อใช้ในการแข่งขัน

สุภชีพ เล่าว่า Happy CP Gloves คือถุงมือที่ผลิตจากผ้าเพื่อความปลอดภัย ตัวถุงมือเน้นใช้สีสันสดใส คือสีแดง เพื่อให้น้องๆ มองเห็นได้ชัด ในถุงมือมีช่องใส่เหล็กดามข้อมือที่เป็นโลหะไร้สนิม เพื่อช่วยดามข้อมือ ป้องกันอาการเกร็ง มือคดงอ และข้อมือหัก นอกจากนี้ตรงกลางยังมีแถบผ้าพิเศษแบบ Velcro (ตีนตุ๊กแก) สำหรับใช้ยึดตุ๊กตา ซึ่งเราออกแบบตัวตุ๊กตามีทั้งกบ กระต่าย เต่า ไก่ ตุ๊กตาทั้งหมดทำจากผ้าและมีความนุ่มนิ่มบีบสนุก ผู้ปกครองสามารถสลับเปลี่ยนตุ๊กตาบนถุงมือได้ 

“นอกจากนี้เรายังออกแบบตุ๊กตาให้สามารถส่งสัญญาณเตือนผู้ปกครอง ในกรณีที่น้องเริ่มกำมือแรงจนเกินไป เช่น ตุ๊กตาไก่ ถ้าบีบแรงจะมีไข่นุ่มหลุดออกมา ส่วนตัวอื่นๆ เช่น กบ กระต่าย เต่า เวลาบีบแรงๆ จะมีเสียง ทั้งนี้ถุงมือมีขนาดฟรีไซซ์ สามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 2-16 ปี (ความยาวรอบมือ 9-18 เซนติเมตร) โดยตัวถุงมือและตุ๊กตาซักทำความสะอาดได้ทั้งหมด” 

ต้นแบบ Happy CP Gloves ถูกส่งเข้าประกวดนวัตกรรมนานาชาติที่ประเทศเกาหลีใต้ Korea International Youth Olympiad – KIYO 2017 และสามารถคว้าเหรียญเงินมาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังคว้ารางวัลชนะเลิศจาก การประกวดโครงงานสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุระดับนานาชาติ International Convention on Rehabilitation Engineering and Assistive Technology (i-CREATe) & World Rehabilitation Robot Convention (WRRC) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนสิงหาคม 2567

แข่งขันจบแต่ความมุ่งมั่นยังไม่จบ ระดมทุนเพื่อส่งต่อนวัตกรรมสู่สังคม

แม้จะเริ่มด้วยความอยากลองพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งเข้าประกวดสักครั้ง แต่หลังจากได้รับรางวัล พวกเขายังฝันต่อ เพราะมองเห็นถึงโอกาสในการนำถุงมือ Happy CP Gloves ไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กพิการทางสมอง 

สุภชีพ เล่าว่า ตอนแรกคิดแค่ทำเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเฉยๆ แต่พอได้รับรางวัลกลับมา เพื่อนๆ ก็เริ่มคิดกันว่าอยากต่อยอดพัฒนาถุงมือให้สามารถผลิตเพื่อช่วยเหลือเด็กพิการทางสมองและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้จริง พวกเราหวังอยากส่งต่อนวัตกรรมคืนกลับสู่สังคมให้ได้ ก็เลยเปิดระดมทุนผ่านมูลนิธิเทใจ ตั้งเป้าระดมทุนจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อผลิตถุงมือออกมาจำนวน 2,000 ชุด สำหรับแจกจ่ายให้เด็กพิการทางสมอง 

“พอเราต้องผลิตจำนวนมาก ต้นแบบที่ออกแบบไว้ก็จำเป็นต้องลดทอนบางอย่างเพื่อให้เหมาะสม ทำให้ชุดถุงมือที่ผลิตจริงจะประกอบด้วยถุงมือ 2 ข้าง และตุ๊กตาแค่ 2 แบบเท่านั้น ได้แก่ เต่ากับไก่ ตุ๊กตาเต่ามีข้อดีคือมีสี่ขา เวลาน้องๆ เอานิ้ววางระหว่างขาจะกางครบพอดี เวลาบีบจะมีเสียงเพื่อสื่อสารและกระตุ้นการฟัง ส่วนตัวไก่จะมีลูกเล่น คือ มีไข่นุ่มๆ ผูกอยู่ข้าง ถ้าบีบแรงๆ ไข่ก็จะหลุดออกมา ในแง่หนึ่งก็เหมือนเป็นของเล่นเด็ก ทำให้เด็กสนุกกับการใช้งาน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเตือนให้ผู้ปกครองรู้ว่าเด็กเริ่มกำมือแรงแล้วนะ ช่วยมาคลายนิ้วหน่อย” 

ปัจจุบันถุงมือ Happy CP Gloves ได้ถูกส่งมอบแก่เด็กพิการทางสมอง เพื่อทดลองใช้งานจริง ซึ่งผลตอบรับที่กลับมาทำให้พวกเขายิ้มได้อย่างภาคภูมิใจ

ศุภวิชญ์ เล่าว่า เวลาเห็นน้องๆ ใช้ถุงมือของพวกเราแล้วสนุก มีรอยยิ้ม ก็ทำให้พวกเรามีความสุข อีกทั้งหลังการใช้งาน ผู้ปกครองก็ยังสะท้อนกลับมาว่า ช่วยป้องกันการเกร็งมือและลดอาการมือเปื่อยได้ โดยหลังจากน้องๆ ใช้งาน มือจะแห้ง ไม่ชื้น ไม่เกิดเชื้อราบนผิวหนัง และไม่บาดเจ็บเหมือนแต่ก่อน ดีใจที่ผลงานของพวกเรามีส่วนช่วยเหลือดูแลน้องๆ ได้

กว่าจะมาเป็นถุงมือ Happy CP Gloves ที่สร้างรอยยิ้มและลดความเจ็บปวดให้เด็กพิการทางสมองได้เช่นวันนี้ พวกเขาบอกว่าผ่านการระดมสมอง การลองผิดลองถูกมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 8 ปี โดยแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้พวกเขาก้าวสู่ความสำเร็จ คือ ผู้ปกครอง 

ศุภวิชญ์ เล่าว่า กว่าจะออกมาเป็นผลงานจริงอย่างที่เห็นทุกวันนี้ พวกเราผ่านการคุยกันเยอะมาก ต้องคิด และช่วยกันปรับแก้ตลอดเวลา ต้องลองผิดลองถูกในทุกขั้นตอน สิ่งที่ยากที่สุด คือ การพัฒนาต้นแบบและผลิตออกมาเป็นชิ้นงานจริง เป็นเรื่องยากมาก เพราะต้องคิดทั้งเรื่องต้นทุน การวางแผน ที่สำคัญคือเรื่องการระดมทุน เรียกได้ว่าเป็นงานของผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งก็ต้องขอบคุณพ่อแม่ของพวกเราทุกคน ผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน รวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษาที่ช่วยเหลือพวกเราเยอะมาก ได้พลังของพ่อแม่ในการสนับสนุนในสิ่งที่พวกเราทำตลอดเส้นทาง จนทำให้เด็กอย่างพวกเราผลิตนวัตกรรมที่ช่วยเหลือสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ล่าสุดทีมเยาวชนผู้พัฒนา Happy CP Gloves ยังร่วมมือ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) ในการผลิตถุงมือ ภายใต้โครงการ Happy Gloves ‘ถุงมือปันสุข เพื่อน้อง เพื่อโลก’ เพื่อส่งมอบให้แก่เด็กพิการทางสมอง 

สุภชีพ เล่าว่า ทางยูนิโคล่ให้การสนับสนุนนำเสื้อผ้าที่ไม่สามารถนำไปบริจาคได้ในโครงการ RE.UNIQLO มารีไซเคิลเป็นผ้าใหม่เพื่อยืดอายุการใช้งาน และมอบให้เป็นวัสดุหลักสำหรับผลิตถุงมือ Happy CP Gloves จำนวน 1,000 ชุด เพื่อส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการแจกจ่ายให้แก่เด็กพิการทางสมองที่ต้องการต่อไป 

“ตั้งแต่แรกเริ่มที่เราทำ ในท้องตลาดยังไม่มีถุงมือที่มีลักษณะเป็นของเล่นแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นถุงมือทางการแพทย์มากๆ แล้วก็จะเป็นถุงมือที่ช่วยป้องกันเล็บจิกเวลาเกร็งมือ กับถุงมือที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องข้อมือผิดรูป ซึ่งแยกกัน แต่ถุงมือ Happy CP Gloves เป็นนวัตรรมที่รวมการแก้ปัญหาทั้งสองอย่างไว้ด้วยกัน เป็นความตั้งใจของพวกเราที่อยากจะช่วยน้องๆ ให้มากที่สุด เป็นความสุขที่ทำได้สำเร็จ ถ้ามีโอกาสที่เราจะสามารถพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยสังคมเพิ่มได้ พวกเราก็อยากทำต่อไปอีกครับ” สุภชีพ กล่าวทิ้งท้าย 

Tags:

ของเล่นเสริมพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์(Creativity)empathyถุงมือปันสุข 'Happy CP Gloves'เด็กพิการทางสมอง

Author:

illustrator

The Potential

กองบรรณาธิการ The Potential

Related Posts

  • Social Issues
    หยุดบูลลี่! ที่การไม่เพิกเฉย เติม Empathy ในหัวใจและในระบบดูแลเด็ก: หมอจอย-ลลิต ลีลาทิพย์กุล

    เรื่อง กนกพิชญ์ อุ่นคง ภาพ ปริสุทธิ์

  • 21st Century skills
    อย่าเอาความคิดผู้ใหญ่ มาทำลายความคิดสร้างสรรค์เด็ก

    เรื่อง The Potential ภาพ BONALISA SMILE

  • Everyone can be an Educator
    เชฟเป้ สารัตถ์ นิ่มละมัย: ชายผู้เป็นทุกอย่างให้ช็อกโกแลต

    เรื่อง วิภาวี เธียรลีลา

  • 21st Century skills
    คิดอย่างสร้างสรรค์ด้วยการทำงานของสมอง 2 ซีก

    เรื่อง The Potential ภาพ บัว คำดี

  • 21st Century skills
    CREATIVE PROCESS : 7 นิสัยทำลายความคิดสร้างสรรค์

    เรื่อง วิภาวี เธียรลีลา

‘ปีใหม่’ ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง ให้พื้นที่ตนเองได้หยุดนิ่ง กลับมาทบทวนชีวิต ฟังเสียงความรู้สึกอย่างจริงจัง
How to enjoy life
1 January 2026

‘ปีใหม่’ ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง ให้พื้นที่ตนเองได้หยุดนิ่ง กลับมาทบทวนชีวิต ฟังเสียงความรู้สึกอย่างจริงจัง

เรื่อง ชัค ชัชพงศ์ ภาพ ninaiscat

  • ปีใหม่ไม่จำเป็นต้อง ‘เข้มแข็ง’ หรือเปลี่ยนเป็นคนใหม่ทันที เพราะปัญหาและพฤติกรรมซ้ำๆ มักมีรากทางจิตใจลึกๆ ที่ยังไม่ได้รับการรับฟัง
  • การวางใจหลังปีเก่าที่เลวร้ายสู่ปีใหม่ที่สดใสขึ้นอาจไม่ใช่การรีบเก่ง รีบดีขึ้น รีบเป็นอะไรเสมอไป แต่อาจเป็นการอนุญาตให้ตนเองได้เปราะบาง เสียใจ เศร้า ผิดหวัง แทนที่จะรีบเข้มแข็ง
  • เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นคนใหม่ที่เข้มแข็งมากกว่าเดิม แต่เป็นคนเก่าที่เข้าใจรอยร้าวในใจตัวเองให้มากขึ้น แล้วนั่นก็จะทำให้เราเติบโตอย่างงดงามในทิศทางของเรา 

ทุกเทศกาลปีใหม่ ฟีดเฟซบุ๊กมักเต็มไปด้วยความข้อความตกผลึกสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในปีถีดไป ปีใหม่จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการละทิ้งสิ่งเก่า และการตั้งหน้าตั้งตาสู่สิ่งใหม่ ซึ่งเราอาจเคยได้ได้ยินคำอวยพรที่บอกว่า “เริ่มต้นใหม่ด้วยความเข้มแข็ง” หรือ “ทิ้งเรื่องแย่ๆ ไว้ที่ปีเก่า” แต่ว่าความจริงแล้ว ปีใหม่และปีเก่าอาจไม่ได้แตกต่างกันเช่นนั้นเหมือนเส้นแบ่งของเวลา เพราะตัวตนของเราก็ยังเป็นคนเดิม ความตั้งใจที่ดีเหล่านี้จึงอาจสามารถอยู่ได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะเลือนหายไป และชีวิตก็วนกลับมาสู่รูปแบบเดิมอีกครั้ง 

วงจรความล้มเหลวของการเดินไปข้างหน้าและย้อนหลังกลับไปมาไม่ใช่ความล้มเหลวเพราะการไม่มีวินัย หรือไม่เข้มแข็งมากพอซะทีเดียว แต่หากมองในมุมจิตวิเคราะห์ที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่า มนุษย์มีแนวโน้มจะทำรูปแบบเดิมซ้ำๆ มากกว่าการเปลี่ยนแปลง แม้รูปแบบนั้นจะสร้างความทุกข์ใจให้ตนเองก็ตาม เพราะสำหรับสมองแล้ว ความคุ้นชินมักจะปลอดภัยมากกว่าความไม่รู้จัก สมองจึงพยายามยึดเกาะรูปแบบการคิดหรือการกระกระทำเดิม ไม่ใช่เพราะสิ่งนั้นดีหรือไม่ดี แต่เพราะสิ่งนั้นทำให้รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ และเราจะทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เป็นสาเหตุของพฤติกรรม คำพูด การมีความสัมพันธ์กับคนนั้นๆ จะถูกประมวลผลอย่างปลอดภัย 

ทางจิตวิเคราะห์เรียกกระบวนทำซ้ำว่า Repetitive Compulsion ซึ่งเป็นแรงขับภายในที่ทำให้เรากลับไปคิด รู้สึก และกระทำในรูปแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะรูปแบบที่เคยเชื่อมโยงกับความเจ็บปวดในอดีต ไม่ใช่เพราะเราต้องการความทุกข์ แต่เพราะจิตใจเราต้องฉายภาพนั้นซ้ำไปซ้ำมาเพื่อเปิดโอกาสให้เราได้กลับไปจัดการความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นในอดีตด้วยการทำให้มันกลับมาเกิดขึ้นในปัจจุบัน 

ใช่ครับ บางส่วนของปีที่เลวร้าวอาจเกิดจากปัจจัยภายนอกที่นอกเหนือการควบคุม แต่บางส่วนอาจเกิดจากการกระบวนการทางจิตใจที่ทำให้เกิดทำซ้ำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเห็นได้จากรูปแบบของเหตุการณ์เลวร้ายที่ไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่ แต่เป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น 

คนที่ชอบปล่อยให้ห้องรกซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจไม่ใช่เพียงแค่คนไม่มีระเบียบ แต่บางกรณีอาจเป็นการฉายภายซ้ำของประสบการณ์ที่ไม่ได้มีใครใส่ใจหรือถูกดูแล  

คนที่ชอบกินมื้อดึก อาจไม่ใช่คนที่หิวกระหายแค่ทางกาย แต่อาจใช้การกินเป็นการปลอบประโลมความรู้สึกเจ็บปวด โดดเดี่ยว ว่างเปล่าที่เคยเผชิญเมื่อนานมาแล้วจนเกือบถูกลืมแต่ไม่ได้จางหายไป  

การเจอคนไม่เห็นคุณค่า อาจไม่ใช่เพียงแค่การเลือกคนผิด แต่อาจเป็นการทำให้เกิดประสบการณ์การไม่ถูกเลือก ตัวเล็ก ไม่สำคัญซ้ำๆ 

การไม่ค่อยได้ใช้เวลากับคนรัก อาจไม่ใช่เพราะไม่มีเวลาว่าง แต่อาจเพราะการรักษาระยะห่างบางอย่างทำให้รู้สึกปลอดภัยมากกว่าความใกล้ชิด 

การใช้เงินฟุ่มเฟือย อาจไม่ใช่สิ่งสะท้อนปัญหาวินัยการเงินอย่างเดียว แต่อาจกำลังฉายภาพซ้ำของความต้องการการควบคุมในชีวิต 

เมื่อมองรูปแบบเหล่านี้รวมกันจะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมักมีสาเหตุทางจิตใจเชิงลึกซ่อนอยู่ที่มีอิทธิพลต่อการเกิดความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งแม้จะเป็นปัญหาเดียวกัน แต่ละคนก็จะมีที่มาที่ไปที่แตกต่างกัน ด้วยความซับซ้อนเหล่านี้ การเรียกร้องให้ตัวเองต้องเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ต้องเข้มแข็งขึ้น ต้องไม่ทำเหมือนเดิมในปีใหม่จึงอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมในระยะยาว หากแต่เป็นการยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ตนเอง และเป็นการปิดหูไม่ฟังสิ่งที่จิตใจกำลังพยายามบอก 

ในช่วงเวลาที่ผ่านพ้นมาจากความเลวร้าย ความผิดหวัง ความล้มเหลว ตัวตนเรามักจะเปราะบางลง การพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องมีประสิทธิภาพ (productive) เมื่อมองในระดับผิวอาจเป็นเหมือนการหวังดีกับตนเอง แต่หากเราเหนื่อยล้าอยู่แล้วนั่นอาจเป็นการเฆี่ยนตีตนเองทางอ้อมด้วยเจตนาที่ดี ไม่ต่างจากการบังคับให้คนที่ขาหักต้องรีบวิ่งไปต่อ เอาเข้าจริง เราอาจทำได้ก็ได้ แต่จะเป็นผลดีในระยะยาวไหมก็อาจจะตอบได้ยาก 

การวางใจหลังปีเก่าที่เลวร้ายสู่ปีใหม่ที่สดใสขึ้นอาจไม่ใช่การรีบเก่ง รีบดีขึ้น รีบเป็นอะไรเสมอไป แต่อาจเป็นการอนุญาตให้ตนเองได้เปราะบาง เสียใจ เศร้า ผิดหวัง แทนที่จะรีบเข้มแข็ง เพราะปีที่เลวร้ายมักพรากบางอย่างจากเราไป ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ ความหวัง ความฝันเกี่ยวกับตนเองหรือความสัมพันธ์ต่างๆ สถานะ การไม่ได้ให้พื้นที่กับการเสียใจ เศร้ามากพอ อาจทำให้การสูญเสียหรือล้มเหลวในปีที่ผ่านมานั้นไม่ได้ถูกประมวลอย่างแท้จริง 

อนุญาตให้ตนเองได้อยู่กับความรู้สึกที่เคยถูกหลีกเลี่ยง อนุญาตให้ตนเองผิดหวังสิ่งที่ยังค้างคา อนุญาตให้ตนเองโกรธสิ่งที่ไม่เคยพูด อนุญาตให้ตนเองเศร้าในแบบที่รู้สึกอย่างแท้จริง ปีใหม่ในความหมายที่ผมอยากเขียนถึงในบทความจึงไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่แบบวิ่งไปข้างหน้า แต่คือการให้พื้นที่ตนเองได้หยุดนิ่ง กลับมาทบทวนชีวิต ฟังเสียงที่ตนเองรู้สึกอย่างจริงจัง 

สุขภาพจิตที่ดีอาจไม่ใช่การตัดปีที่เลวร้ายออกไปจากชีวิต ลืมมันไป ไม่ต้องนึกถึง เบี่ยงเบนตนเองให้มากที่สุด แต่คือการหลอมรวมประสบการณ์เหล่านั้นเข้ามาในจิตใจ (Ego Integration) ผมเชื่อว่าเสมอว่าเมื่อความเจ็บปวดได้รับการมองเห็นและได้ยินมากพอ เราจะค่อยๆ เข้มแข็งขึ้นจากข้างใน โดยที่ไม่ต้องบังคับให้ตนเองต้องเข้มแข็งแบบเฆี่ยนตีตนเอง และประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ถูกได้ยินมากพอก็จะไม่ได้ถูกฉายซ้ำอีกต่อไป 

เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นคนใหม่ที่เข้มแข็งมากกว่าเดิม แต่เป็นคนเก่าที่เข้าใจรอยร้าวในใจตัวเองให้มากขึ้น แล้วนั่นก็จะทำให้เราเติบโตอย่างงดงามในทิศทางของเรา 

สุดท้ายปีใหม่นี้ แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่า เราต้องเป็นคนใหม่ ต้องเป็นคนเข้มแข็ง ต้องเป็นคนที่ดีขึ้น อาจเริ่มต้นก่อนว่า ทำไมที่ผ่านมาเราถึงเป็นแบบนั้น และอนุญาตให้ตนเองได้ถอยกลับมาทบทวนตนเอง รวมถึงได้รู้สึกสิ่งต่างๆ มากพอ แล้วเราก็จะค่อยๆ เดินไปข้างหน้าเอง

สวัสดีปีใหม่ครับ

Tags:

ปีใหม่ชีวิค2026

Author:

illustrator

ชัค ชัชพงศ์

นักจิตวิทยาที่เขียนบทความเพื่อช่วยให้คนเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง FB: Chuck Chatpong

Illustrator:

illustrator

ninaiscat

ทิพยา ทิพย์พันธ์ (ninaiscat) เป็นนักวาดภาพประกอบและนักออกแบบกราฟิกอิสระ ชอบแมว (เป็นชีวิตจิตใจ) ชอบทำกับข้าว กินกาแฟทุกวันและมีความฝันว่าอยากมีบ้านสักหลังที่เชียงใหม่

Related Posts

  • How to enjoy life
    Time Anxiety: เมื่อ ‘ความกังวลเรื่องเวลา’ กำลังพรากความสุขไปจากเรา

    เรื่อง ศุภณัฐ เติมชัยอนันต์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Relationship
    มนุษย์กับเอไอ: ความรักในโลกยุคใหม่ หรือแค่กลบเกลื่อนความเดียวดายในโลกดิจิทัล

    เรื่อง สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • How to enjoy lifeSocial Issues
    Rage Bait: เมื่อการยั่วให้โกรธคือเทคนิคหาแสงยุคใหม่ คนทำได้ยอด คนดูได้แย่-สุขภาพจิตตกต่ำ

    เรื่อง ศุภณัฐ เติมชัยอนันต์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Book
    อ่านอะไรดีช่วงสิ้นปี ปีที่สุดปังและเปลี่ยนผ่าน ของขวัญจากคอลัมนิสต์ The Potential2020

    เรื่อง The Potential

  • Book
    ส่งท้ายปี 2020 ด้วยหนังสือ 10 เล่ม ที่เหมาะกับการอ่านเพื่อการ ‘มูฟออน’

    เรื่อง ขนิษฐา ธรรมปัญญาภัทรอนงค์ สิรีพิพัฒน์

Posts navigation

Newer posts

Recent Posts

  • ทิศทางการศึกษาไทยที่อยากให้รัฐบาลใหม่ไปพ้นจากวังวนผลประโยชน์ทางการเมือง
  • Toxic Positivity: เลิกปฏิเสธอารมณ์และบอกให้ตัวเอง(หรือใคร)ต้องกดข่มมันไว้ด้วยคำว่า ‘คิดบวก’
  • ‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ พื้นที่ชีวิตของเด็กเปราะบางที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน: พระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น
  • Time Anxiety: เมื่อ ‘ความกังวลเรื่องเวลา’ กำลังพรากความสุขไปจากเรา
  • หยัดยืน:  ราคาที่ต้องจ่ายในการเลือก ‘ยืนยัน’ ความเชื่อของตัวเอง เมื่อชีวิตมาถึงจุดตัด-ทางแยก

Recent Comments

  • Existential crisis: วิกฤตชีวิตที่มาพร้อมกับคำถาม “แล้วฉันอยู่เพื่ออะไร” – EducationNet on Midlife Crisis: เมื่อเป็นผู้ใหญ่ ทำไมใจถึงวิกฤต
  • The Psychological Wounds of Winnie the Pooh and His Friends: Exploring Characters from a Classic Literary Work - World Today News on วินนีเดอะพูห์ : ด้วยหัวใจอันแหว่งวิ่น และความลับในป่าลึก
  • Exploring the Psychological Wounds of Winnie the Pooh and Friends: A Fascinating Analysis - Archyde on วินนีเดอะพูห์ : ด้วยหัวใจอันแหว่งวิ่น และความลับในป่าลึก
  • 6 วิธีฝึกสอนให้ลูกเป็นเด็กมี Critical Thinking ทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในอนาคต – โรงเรียนมารีวิทยา ป on CRITICAL THINKING: สอนเด็กให้รู้คิด ผิดหรือถูกก็ใช้วิจารณญาณเป็น
  • Best รูป พลเมือง ดี Update New – Haiduongcompany.com on สอนและสร้างพลเมืองประชาธิปไตย เรื่องไม่ง่ายที่ครูทำได้

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025
  • July 2025
  • June 2025
  • May 2025
  • April 2025
  • March 2025
  • February 2025
  • January 2025
  • December 2024
  • November 2024
  • October 2024
  • September 2024
  • August 2024
  • July 2024
  • June 2024
  • May 2024
  • April 2024
  • March 2024
  • February 2024
  • January 2024
  • December 2023
  • November 2023
  • October 2023
  • September 2023
  • August 2023
  • July 2023
  • June 2023
  • May 2023
  • April 2023
  • March 2023
  • February 2023
  • January 2023
  • December 2022
  • November 2022
  • October 2022
  • September 2022
  • August 2022
  • July 2022
  • June 2022
  • May 2022
  • April 2022
  • March 2022
  • February 2022
  • January 2022
  • December 2021
  • November 2021
  • October 2021
  • September 2021
  • August 2021
  • July 2021
  • June 2021
  • May 2021
  • April 2021
  • March 2021
  • February 2021
  • January 2021
  • December 2020
  • November 2020
  • October 2020
  • September 2020
  • August 2020
  • July 2020
  • June 2020
  • May 2020
  • April 2020
  • March 2020
  • February 2020
  • January 2020
  • December 2019
  • November 2019
  • October 2019
  • September 2019
  • August 2019
  • July 2019
  • June 2019
  • May 2019
  • April 2019
  • March 2019
  • February 2019
  • January 2019
  • December 2018
  • November 2018
  • October 2018
  • September 2018
  • August 2018
  • July 2018
  • June 2018
  • May 2018
  • April 2018
  • March 2018
  • February 2018
  • January 2018
  • December 2017
  • November 2017

Categories

  • Uncategorized
  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel