Skip to content
eco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่น
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    Learning TheoryGrowth & Fixed MindsetGritEF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trend
  • Life
    Healing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/CrisisLife classroom
  • Voice of New Gen
  • Playground
    BookMovieSpace
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
eco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่น
Character building
20 October 2026

Character Strengths: ค้นหาคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งในตัวคุณ ฝึกฝนและเชื่อมต่อกับโลกด้วยส่วนที่ดีที่สุด

เรื่อง ยุรพร ยมนาค ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • เมื่อผู้คนตระหนักและใช้ลักษณะนิสัยที่เป็นจุดแข็งของตนอย่างตั้งใจ จะรู้สึกได้ถึงความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้น และสร้างเสริมความเป็นตัวตนที่แท้จริง
  • สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งทุกด้านล้วนเป็นส่วนประกอบอยู่ในตัวทุกคน และจุดแข็งทุกข้อล้วนมีประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น 
  • ในบทความนี้ เราจะมาถอดรหัสคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งภายในของตนเองและสังเกตถึงคุณลักษณะที่ดีในผู้อื่น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างความแข็งแกร่งด้านศีลธรรมจรรยา เกื้อหนุนสภาพแวดล้อมเชิงบวก มากกว่าการไปชี้ว่า ลักษณะนิสัยใด ‘ดีหรือไม่ดี’ ‘ถูกหรือผิด’

หลายคนเพิ่งรู้ว่าตัวเองใจสู้หรือมีความมุ่งมั่นมาก ก็เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขันและไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ วิกฤตหรือความยากลำบากอาจกระตุ้นให้เราดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมาใช้ 

หรือบางคนที่มักช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ อาจไม่รู้เลยว่าความเมตตาเป็นหนึ่งในคุณลักษณะเด่นของตนเอง เพียงรู้สึกว่าเป็นพฤติกรรมปกติที่ทำไปตามธรรมชาติเท่านั้น หรือคุณเองที่เคยรู้สึกทึ่งในความสวยงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน นั่นก็เช่นกัน

นักจิตวิทยาเรียกพฤติกรรมเชิงบวกเหล่านี้ว่า Character Strengths หรือ คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็ง โดยพวกเขาเชื่อมั่นว่า บุคคลสามารถแสดงออกถึงสิ่งที่ดีที่สุดที่เป็นจุดเด่นบางอย่างของตนเองได้ 

แนวคิดจิตวิทยาเชิงบวกนี้นำเสนอมุมมองในการค้นหาศักยภาพที่แท้จริงในตัวมนุษย์แต่ละคน เพื่อนำออกมาฝึกฝนและพัฒนาไปสู่การสร้างคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็ง เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มากกว่าไปมุ่งเน้นแก้ไขจุดด้อยของบุคคลเพียงเท่านั้น 

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า เมื่อผู้คนตระหนักและใช้ลักษณะนิสัยที่เป็นจุดแข็งของตนอย่างตั้งใจ จะรู้สึกได้ถึงความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้น และสร้างเสริมความเป็นตัวตนที่แท้จริง

ในบทความนี้ เราจะมาถอดรหัสคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งภายในของตนเองและสังเกตถึงคุณลักษณะที่ดีในผู้อื่น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างความแข็งแกร่งด้านศีลธรรมจรรยา เกื้อหนุนสภาพแวดล้อมเชิงบวก มากกว่าการไปชี้ว่า ลักษณะนิสัยใด ‘ดีหรือไม่ดี’ ‘ถูกหรือผิด’ 

Character Strengths แก่นแท้ภายในที่สะท้อนคุณค่าในตัวเอง

แนวคิดเรื่องจุดแข็งของลักษณะนิสัยมาจากงานวิจัยเชิงลึกด้านคุณลักษณะ โดย คริสโตเฟอร์ ปีเตอร์สัน (Christopher Peterson) นักจิตวิทยาเชิงบวก อธิบายว่า “จุดแข็งของลักษณะนิสัยมีคุณค่าในตัวเอง และถือเป็นปัจจัยภายในที่ทำงานควบคู่ไปกับปัจจัยภายนอก เช่น ความปลอดภัย การศึกษา และสุขภาพ เพื่อวิถีทางแห่งชีวิตที่ดีงาม” 

เนื่องด้วยคำว่า ‘อุปนิสัยหรือลักษณะนิสัย’ (Character) หมายถึงคุณสมบัติในมิติเชิงคุณธรรม จริยธรรม และความดีงามภายใน เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็ง (Character Strengths) จึงแตกต่างจากบุคลิกภาพที่แสดงออกภายนอก (Personality) และเป็นคนละส่วนกับจุดแข็งส่วนบุคคลอื่นๆ เช่น ทักษะ (Skills) พรสวรรค์ (Talents) หรือความสนใจ (Interests) อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องผสมผสานและส่งเสริมซึ่งกัน และมีความสำคัญต่อวิธีการพัฒนาตนเองของบุคคล

ความหมายของ Character Strengths หรือ คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็ง ในงานวิจัยของปีเตอร์สัน จึงสื่อชัดเจนไปถึง แก่นแท้ที่ดีงามภายใน สะท้อนถึง ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ของเรา หล่อหลอมวิธีคิด ความรู้สึก และแสดงออกมาได้อย่างมีพลังและเป็นธรรมชาติที่สุด จนกลายเป็นพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวกทั้งต่อตัวเราเองและผู้อื่น

“คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งเป็นองค์ประกอบทางจิตวิทยาที่ทำให้คุณธรรมปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน ดังนั้น จุดแข็งจึงไม่ใช่เพียงแค่ลักษณะนิสัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกทางศีลธรรมที่เชื่อมโยงเราเข้ากับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายในชีวิต ความสัมพันธ์ หรือชุมชนของเรา”

สำรวจคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งผ่านคุณธรรมหลัก 6 ประการ 

คริสโตเฟอร์ ปีเตอร์สัน ร่วมกับ มาร์ติน เซลิกแมน (Martin Seligman) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้วางรากฐานจิตวิทยาเชิงบวก ได้รวบรวมงานวิจัยไว้ในหนังสือ Character Strengths and Virtues: A Handbook and Classification (2004) หรือ คู่มือ CSV โดยอธิบายว่า คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งของมนุษย์นั้นมีด้วยกัน 24 ประการ และทั้งหมดเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกวัฒนธรรมทั่วโลก ซึ่งทุกคนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง

โดยคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งทั้ง 24 ประการนั้น ถูกจัดให้อยู่ภายใต้หมวดหมู่ใหญ่ที่เรียกว่า ‘คุณธรรม’ (Virtue) แบ่งออกเป็น 6 หมวด ดังนี้ 

1. Wisdom – ปัญญาญาณ เป็นจุดแข็งด้านปัญญาและความรู้ ซึ่งครอบคลุมถึงการได้มาและการประยุกต์ใช้ความรู้ ประกอบด้วย ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity), การตัดสินใจ (Judgement), ความรักในการเรียนรู้ (Love of Learning), มุมมองที่กว้างไกล (Perspective) 

2. Courage – ความกล้าหาญ นี่คือจุดแข็งที่สะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนหรือความมุ่งมั่นที่จะลงมือทำและพิชิตเป้าหมาย แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ประกอบด้วย ความใจกล้า (Bravery), ความเพียรพยายาม (Perseverance), ความซื่อสัตย์ (Honesty), การใช้ชีวิตด้วยพลังงานและความกระตือรือล้น (Zest)

3. Humanity – ความเป็นมนุษย์ คุณลักษณะเชิงบวกด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและผูกมิตรกับผู้อื่น ประกอบด้วย ความรัก (Love), ความเมตตา (Kindness), ความฉลาดทางสังคม (Social Intelligence) 

4. Justice – ความยุติธรรม เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเชิงสังคม โดยมุ่งเน้นการปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสมที่สุดระหว่างบุคคลกับกลุ่มหรือชุมชน เพื่อสนับสนุนวิถีชีวิตชุมชนที่ดี ประกอบด้วย การทำงานเป็นทีม (Teamwork), ความเที่ยงธรรม (Fairness), ความเป็นผู้นำ (Leadership) 

5. Temperance – ความพอประมาณ จุดแข็งด้านนี้ช่วยปกป้องเราจากพฤติกรรมและอารมณ์ที่เกินพอดี ทำให้เรามีความมั่นคงภายในและยับยั่งชั่งใจจากสิ่งเร้าภายนอกได้ ประกอบด้วย การให้อภัย (Forgiveness), ความอ่อนน้อมถ่อมตน (Humility), ความรอบคอบ (Prudence), การควบคุมตนเอง (Self-Regulation)

6. Transcendence – ด้านความเข้าใจโลกและชีวิต เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดส่วนบุคคลไปสู่ความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าซึ่งเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยาก ทว่านำมาซึ่งความหมายในการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย การชื่นชมความงามและความเป็นเลิศ (Appreciation of Beauty and Excellence), การรู้สึกขอบคุณ (Gratitude), ความหวัง (Hope), อารมณ์ขัน (Humour), จิตวิญญาณ (Spirituality)

โดยทั่วไปแล้วคนเรามีความสามารถในการแสดงออกถึงจุดแข็งในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งการกระทำเชิงบวกที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและเราใช้มันบ่อยที่สุด สิ่งนั้นคือ ‘จุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์’ (Signature Strengths)

ในขณะที่บางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ เราก็สามารถดึงออกมาใช้ได้ดีเช่นกัน เรียกว่าเป็น ‘จุดแข็งระดับกลาง’ (Middle Strengths) และระดับล่างสุดคือ ‘จุดแข็งรอง’ (Lesser Strengths) ซึ่งมักต้องใช้ความพยายามในการดึงออกมาใช้มากกว่าจุดแข็งหลักและจุดแข็งกลาง ทั้งนี้ อาจเป็นจุดแข็งที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาหรือนำออกมาใช้อย่างเต็มที่ หรืออาจยังไม่ถูกรับรู้ 

และเพื่อช่วยให้การจำกัดความ ‘จุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์’ (Signature strengths) ได้ชัดเจนขึ้น ไรอัน นีมิก (Ryan Niemiec) และ โรเบิร์ต แมคแกรธ (Robert McGrath) ได้แนะนำไว้ในหนังสือ The Power of Character Strengths (2019) โดยชี้ว่าให้เน้นไปที่ องค์ประกอบ 3E ได้แก่ Essential (เป็นเนื้อแท้), Effortless (ไม่ต้องพยายาม), Energizing (มีพลัง) หมายความว่า

จุดแข็งนั้นเป็นสิ่งบ่งชี้อัตลักษณ์ของบุคคล แสดงออกถึงแก่นแท้ของเรา เป็นสิ่งทำได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ อีกทั้งรู้สึกได้ถึงพลังงานเมื่อได้ทำ และรู้สึกอิ่มเอมมีชีวิตชีวามากที่สุด

สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งทุกด้านล้วนเป็นส่วนประกอบอยู่ในตัวทุกคน และจุดแข็งทุกข้อล้วนมีประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น คุณลักษณะที่ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นจุดแข็งที่โดดเด่นนั้น ไม่ควรตีความว่าเป็นจุดอ่อน แต่เป็นเพียงจุดแข็งที่ด้อยกว่า เมื่อเทียบกับคุณลักษณะอื่นๆ 

ดังนั้น การจะประเมินอุปนิสัยของบุคคลจึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้านและเป็นองค์รวมในหลากหลายมิติมากกว่า ไม่มีตัวชี้วัดเพียงหนึ่งเดียวที่จะบอกว่าใครมีอุปนิสัยที่ดี แต่ละคนจะมีระดับของจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป 

บทบาทของคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็ง กับจังหวะชีวิต

หนึ่งในคำถามที่หลายคนอาจกำลังคิดอยู่ก็คือ คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น จะปรากฎออกมาเมื่อใด หรือเราจะสังเกตเห็นได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า บุคคลสามารถแสดงออกถึงคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งได้ในแง่มุมปกติธรรมดาของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน ในอาชีพการงาน กลุ่มสังคม และในความสัมพันธ์  

ยกตัวอย่างในกรณีของโค้ชกีฬาอาชีพ แน่นอนว่าต้องมีภาวะผู้นำเป็นจุดแข็งพื้นฐาน พร้อมกับความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ รวมถึงความรักที่มีให้กับสมาชิกทีมทุกคน แต่เมื่อถึงฤดูแข่งขัน โค้ชจำเป็นต้องเลือกผู้เล่นที่พร้อมที่สุด เขาอาจจะต้องดึงจุดแข็งด้านอื่นออกมาใช้นำ เพื่อการตัดสินใจอย่างเที่ยงธรรมภายใต้ความกดดัน เป็นต้น

ทั้งนี้จะสังเกตได้ว่า จุดแข็งจะปรากฎได้เด่นชัดในบริบทที่เหมาะสม กล่าวคือ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม หรือบทบาทหน้าที่ เป็นตัวกำหนดวิธีการแสดงออกของจุดแข็งแต่ละด้าน

เช่นนี้แล้ว จุดแข็งเดียวกันอาจให้ผลลัพธ์ต่างออกตามบริบทแวดล้อม เป็นต้นว่า คนที่มีจุดแข็งด้านความรอบคอบ จะฉายแววได้ดีในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล แต่สำหรับในองค์กรที่เน้นความคล่องตัว จุดแข็งนี้อาจถูกมองว่าเป็นความล่าช้าได้

นอกจากนี้ ในสถานการณ์เฉพาะบางอย่างยังทำให้จุดแข็งมีความหมายลึกซึ้งขึ้นด้วย เช่นในกรณีของคนที่กล้าตัดสินใจ จะโดดเด่นมากเมื่ออยู่ในทีมที่กำลังสับสนและต้องการทิศทาง 

ในทำนองเดียวกัน ไรอัน นีมิก ผู้เชี่ยวชาญด้าน Character Strengths แสดงความคิดเห็นว่า “คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งถูกหล่อหลอมโดยบริบทที่เราอยู่ ในแต่ละสถานการณ์จุดแข็งที่แตกต่างกันอาจเหมาะสมและรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า ซึ่งสะท้อนถึงอุปนิสัยและสัญญาณทางสังคมรอบตัวเรา” 

หรืออีกนัยหนึ่งคือ บทบาทของจุดแข็งที่เหมาะสมเกิดจากกระบวนการทำงานของอุปนิสัยภายในของเราร่วมกับสัญญาณภายนอก เสมือนสารที่ส่งมาจากสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง บริบทแวดล้อม ที่จะเป็นตัวบอกให้เราเลือกจุดแข็งใดออกมาใช้ให้พ้องกับสถานการณ์ 

เช่น เมื่อสังเกตเห็นภาวะอารมณ์ที่เปราะบางรอบข้างจากการถอนหายใจบ่อย เงียบซึมหรือไม่ค่อยสบตา สัญญาณทางสังคมเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ผู้ที่มีจุดแข็งด้านความเมตตา แสดงความปรารถนาดี ความห่วงใยผู้อื่นออกมาด้วยการรับฟังและปลอบโยนอย่างใส่ใจ

การทำงานร่วมกับจุดแข็งของตนเอง เริ่มต้นด้วยการตระหนักรู้

การทำความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของจุดแข็งต่างๆ ต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาและการทบทวนตัวเอง ควบคู่ไปกับการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ไรอัน นีมิก ได้เสนอแบบจำลองสำหรับการทำงานร่วมกับจุดแข็ง ที่เรียกว่า Aware-Explore-Apply Strengths Model ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

ขั้นตอนแรกคือ การตระหนักรู้ (Aware) เป็นการทำความเข้าใจและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับจุดแข็งของตนเอง ตามความเป็นจริง ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์กับความรู้สึก ยอมรับและเห็นคุณค่าของทั้งจุดแข็งที่โดดเด่นไปจนถึงจุดแข็งรองของตัวเอง การพัฒนาความตระหนักรู้ในจุดแข็งของตนเองช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถใช้จุดแข็งเหล่านั้นได้อย่างมีเป้าหมายมากขึ้น

ต่อมาเป็นขั้นตอนของ การสำรวจ (Explore) ด้วยการทบทวน ครุ่นคิด สะท้อนมุมมองตนเอง รวมถึงการพูดคุยและการสำรวจร่วมกันกับผู้อื่น ไตร่ตรองจุดเชื่อมโยงประสบการณ์ในอดีตและปัจจุบัน ว่าที่ผ่านมาเราได้ใช้จุดแข็งใด ในสถานการณ์อะไรบ้าง และส่งผลต่อพฤติกรรมหรือความสัมพันธ์อย่างไร

จากนั้น ‘ติดป้ายกำกับ’ (Labeling) ให้ชัดเจนว่าพฤติกรรมเชิงบวกที่แสดงออกมานั้นสัมพันธ์กับจุดแข็งข้อใดของเรา และจดบันทึกสถานการณ์ที่ได้ใช้จุดแข็งในแต่ละวัน แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อยก็ตาม เช่นนี้คุณจะเริ่มเห็นรูปแบบและโอกาสที่จะใช้จุดแข็งเหล่านั้นอย่างตั้งใจมากขึ้น

และมาถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการนำจุดแข็งมาประยุกต์ใช้ (Apply) ในชีวิตประจำวันอย่างตั้งใจให้มากยิ่งขึ้น อาจมีบางช่วงเวลาที่คุณต้องการพัฒนาจุดแข็งรองที่เคยซ่อนเร้นอยู่ เพื่อบรรลุเป้าหมายเฉพาะบางอย่าง บางครั้งพบว่าจำเป็นต้องแสดงจุดแข็งหลักที่โดดเด่นกับประสบการณ์หรือความท้าทายใหม่ๆ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ละเลยการเพิ่มพูนจุดแข็งที่คุณใช้เป็นประจำ 

ทั้งหมดนี้ เป้าหมายไม่ใช่เพื่อความสมบูรณ์แบบ แต่การทำงานตามกระบวนการนี้แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างสม่ำเสมอทุกวัน จะช่วยสร้างนิสัยที่ดึงเอาจุดแข็งออกมาใช้ จนแผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วทุกด้านของชีวิต

จากการตระหนักรู้ สู่การลงมือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

จิตวิทยาเชิงบวกเสนอมุมมองที่จุดประกายความหวังว่า คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งสามารถพัฒนาให้เติบโตได้ตลอดช่วงชีวิต เพราะถึงแม้ว่าคนเราอาจจะมีจุดแข็งบางอย่างตามธรรมชาติ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่คงที่อยู่ในระดับใดระดับหนึ่งอย่างถาวร 

แน่นอนว่า การบ่มเพาะคุณลักษณะภายในเชิงบวกเหล่านี้ตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว การได้รับการปลูกฝังจุดแข็งด้านคุณธรรมจากครอบครัวหรือโรงเรียน สามารถสังเกตพัฒนาการได้จากช่วงเวลาแห่งความสุขของเด็กๆ ซึ่งมีผลงานวิจัยรองรับว่า คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งมีความสัมพันธ์อย่างมากกับสุขภาวะทางจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน

ชัดเจนขึ้นด้วย งานวิจัยของ ลิซ่า วากเนอร์ (Lisa Wagner) และ วิลลีบัลท์ รูค (Willibald Ruch) ที่ชี้ให้เห็นว่า คุณลักษณะที่ดีเป็นทรัพยากรที่สำคัญในโรงเรียน สนับสนุนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม ปรากฎผ่านพฤติกรรมเชิงบวกในห้องเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดแข็งด้านความรอบคอบ ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งการเรียนรู้ของตนเองและเพื่อนร่วมชั้น และบางวิจัยยังพบว่าจุดแข็งด้านการควบคุมตนเองและความเพียรพยายาม เป็นปัจจัยสำคัญเสริมส่งการใช้สติปัญญา (IQ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบเชิงบวกของการส่งเสริมคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งในเด็กและเยาวชน ตอกย้ำว่า กุญแจสำคัญในการพัฒนาคุณลักษณะที่ดีในทุกด้านมาจากการฝึกฝน ฉะนั้น การนำจุดแข็งมาใช้งานซ้ำบ่อยๆ จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากขึ้นนั่นเอง ในทางตรงกันข้าม หากละเลยไม่ค่อยนำมาฝึกฝนใช้งาน บุคคลอาจรู้สึกตัดขาดจากจุดแข็งนั้นได้เมื่อเวลาผ่านไป 

แต่กระนั้นก็ตาม เมื่อระบุจุดแข็งของตัวเองได้แล้ว บางคนสามารถเริ่มนำไปปรับใช้ได้ทันที ทว่าคนอีกจำนวนมากอาจต้องการการวางแผนก่อนนำไปปฏิบัติจริง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายเล็กๆ ให้ลงมือทำได้จริงในแต่ละวัน สามารถเห็นความก้าวหน้าได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป 

เป็นต้นว่า นำจุดแข็งที่โดดเด่นไปใช้ในรูปแบบใหม่ เช่น ใช้ประโยชน์จากความอยากรู้อยากเห็น เสาะหาเส้นทางที่แตกต่างในการกลับบ้านช่วยให้ได้สำรวจย่านที่ไม่คุ้นเคยไปด้วย หรือ แสดงพลังแห่งความกระตือรือร้นผ่านการแต่งตัว เสื้อผ้า รองเท้า หรือเครื่องประดับที่มีสีสันสดใส 

หรือ สนับสนุนจุดแข็งรอง ด้วยการเลือกจุดแข็งรองหนึ่งอย่าง นำไปใช้ในสถานการณ์ที่คุ้นเคยและไม่รู้สึกกดดันเกินไป บ่อยครั้งขึ้นจนเกิดความมั่นใจและใช้ได้อย่างเป็ธรรมชาติ อีกวิธีหนึ่งคือการนำมาใช้ร่วมกับจุดแข็งหลัก เช่น ความกระตือรือร้นอาจช่วยเสริมหนุนความเพียรพยายามได้เป็นอย่างดี การนำจุดแข็งมาใช้ผสมผสานกันนั้น สามารถเติมเต็มจุดแข็งหลักและเพิ่มคุณค่าให้กับจุดแข็งระดับอื่นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การใช้คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งมีประสิทธิภาพ การสร้างความสมดุลและการผสานจุดแข็งเข้ากับเป้าหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังตัวอย่างเช่น การกำกับควบคุมตนเองที่มากเกินไป นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและร่างกายตนเองแล้ว อาจเป็นอุปสรรคในความสัมพันธ์และการทำงานได้ด้วย หรือในส่วนของความรู้สึกขอบคุณและความหวังเมื่อผสานรวมกัน จะช่วยให้รักษาทัศนคติที่ดีไว้ได้แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เชื่อมต่อกันด้วยคุณลักษณะที่ดีของตัวเอง และผู้อื่น

นอกเหนือไปจากการค้นหาจุดแข็งของตัวเองแล้ว การตั้งใจมองหาจุดแข็งจากบุคคลรอบตัวในชีวิตประจำวัน และชื่นชมต่อความแข็งแกร่งที่เราค้นพบ เช่น ความเป็นคนใจดีมีเมตตาของคนในความสัมพันธ์ หรือพนักงานร้านค้าที่ทำงานด้วยความรอบคอบ ไม่เพียงแต่จะพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่เรายังช่วยให้ผู้อื่นพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกันด้วย

คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็ง (Character Strengths) ที่ทุกคนมีอยู่ นอกจากจะเสริมสร้างความมั่นใจและความตระหนักรู้ในตนเองอย่างแท้จริงแล้ว ยังสนับสนุนให้ให้เกิดการทำความเข้าใจว่า แต่ละคนมีความแตกต่างกันและเห็นคุณค่าของจุดแข็งในผู้อื่น เกื้อหนุนต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและวัฒนธรรมชุมชนที่เป็นบวกมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของจิตวิทยาเชิงบวกที่ว่า ชีวิตที่ดีในวงกว้างมักเกิดขึ้นผ่านจุดแข็งของคุณลักษณะนิสัยที่เชื่อมโยงเรากับผู้อื่น

ไม่ว่าอย่างไร การไตร่ตรองถึงลักษณะที่เป็นจุดแข็งของตนเองอย่างสม่ำเสมอ มิได้หมายถึงการเพิกเฉยต่อด้านลบ หากแต่เป็นการสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับศักยภาพภายในที่ทำให้แต่ละบุคคลสามารถเติบโตไปในเส้นทางสู่ความเติมเต็มและความหมายในชีวิต และเชื่อมต่อกับผู้อื่นผ่านสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคุณ

เมื่อหันกลับมาสำรวจตัวเอง เพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้ขุมพลังทางจิตใจที่เป็นธรรมชาติแท้จริงในตัวเอง เริ่มต้นก้าวเล็กๆ และมองไปที่ความคืบหน้าในแต่ละวัน เราจะรู้สึกขอบคุณในสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ ขอบคุณในสิ่งที่ฉันเป็น ขอบคุณทุกความแข็งแกร่งภายในตัวเอง และขอบคุณคนที่ฉันกำลังจะเติบโตไปเป็น โอบรับและชื่นชมโลกรอบตัว อาจเป็นการเรียกคืนความมั่นใจและก้าวเดินไปอย่างมีความสุขในความงอกงามของตัวเอง ท่ามกลางกรอบความสำเร็จมากมายทางสังคม

“Who looks outside dreams; who looks inside awakes.” Carl Jung นักจิตวิทยา

อ้างอิง

A Simple Model For Working with Strengths

About The Positivity Project | Character Strengths for Schools

Exploring the Concept of Character Strengths in Positive Psychology

Learn Your Character Strengths & Personal Traits | VIA Institute

Good character at school: positive classroom behavior mediates the link between character strengths and school achievement

Growing Your Character Strengths: Can Strengths Be Developed Over Time – Biri Publishing

What Are the 24 Character Strengths?

Tags:

Character Strengthsคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งตัวตน (Self)การเข้าใจตัวเอง

Author:

illustrator

ยุรพร ยมนาค

Illustrator:

illustrator

ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

นักวาดภาพที่ใช้ชื่อเล่นว่า ววววิน facebook, ig : wawawawin

Related Posts

  • Transformative learning
    พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP4: แผนปฏิรูปโรงเรียน

    เรื่อง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • EF (executive function)
    เติม EF ตั้งแต่ปฐมวัย สร้างภูมิคุ้มกันใจให้เด็กในสังคมที่เปราะบาง: ผอ.รจนา ขอร่ม โรงเรียนบ้านโก จ.ศรีสะเกษ

    เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • love-hate-relationship-nologo
    Relationship
    Love-Hate Relationship: จะอยู่อย่างไรให้ไหว เมื่อคนในครอบครัวคือคนที่ทั้งรักและเกลียด?

    เรื่อง ชัค ชัชพงศ์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Loneliness and deep attachment (1)
    How to enjoy life
    จิตวิทยาความเหงา ‘อาจเพราะเรากำลังต้องการความผูกพันที่ลึกซึ้ง’ 

    เรื่อง ชัค ชัชพงศ์ ภาพ กรองพร ทององอาจ

  • Kru-gar_cover 2
    Creative learning
    ‘ปล่อยให้เด็กอ่านโลกก่อน แล้วค่อยอ่านหนังสือ’ ใช้เวลาทองแห่งการเติบโตช่วงปฐมวัยให้คุ้มค่า: ครูก้า – กรองทอง บุญประคอง โรงเรียนจิตตเมตต์ (ปฐมวัย)

    เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • Social Issues
  • Podcasts
  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel