วิลเลียม คัมแควมบา: ความมุ่งมั่นและกัดไม่ปล่อยของเด็กชายที่ผลิตกังหันลมจากกองขยะ

  • วิลเลียม คัมแควมบา ตัวละครเด็กชายมาลาวี จากภาพยนตร์เรื่อง ‘The Boy Who Harnessed the Wind’ ต้องลาออกจากโรงเรียนเพราะความยากจน เขาจึงแอบวิ่งเข้าห้องสมุดไปขโมยความรู้ และลงมือสร้างกังหันลมไฟฟ้า หวังเพียงแค่ช่วยเหลือครอบครัวและชุมชนให้มีกิน
  • กังหันลมทำให้เขาได้รับโอกาสต่างๆ มากมาย ทำให้ปัจจุบัน วิลเลียม คัมแควมบา วัย 31 ปี กลายเป็นนวัตกรระดับโลก
  • ความมุ่งมั่น พยายาม อดทน ของวิลเลียม อธิบายความแตกต่างระหว่างความอดทนธรรมดา กับคำว่า Grit ที่หมายถึงความมุ่งมั่นอดทน ไม่ย่อท้อในการทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ไม่มองความล้มเหลวเป็นศัตรู และเป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้

เรื่อง: ณิชากร ศรีเพชรดี

วันก่อนผู้เขียนหลงเข้าไปดูภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงชื่อ ‘The Boy Who Harnessed the Wind’ ว่าด้วยเรื่องของ วิลเลียม คัมแควมบา (William Kamkwamba) เด็กชาวมาลาวี อายุ 13 ปี ที่ต้องออกจากโรงเรียนเพราะครอบครัวจ่ายค่าเล่าเรียนให้ต่อไม่ไหว ทุ่งหญ้าและแปลงข้าวโพดนอกบ้านแห้งแล้งอย่างหนัก เงินทั้งหมดในบ้านจำเป็นต้องรวบรวมเพื่อใช้ลงทุนกับการทำเกษตรกรรม

The Boy Who Harnessed the Wind

สิ่งที่วิลเลียมทำจึงคือการ ‘แอบ’ วิ่งเข้าวิ่งออกระหว่างห้องสมุดของโรงเรียนไปเปิดหนังสือเพื่อศึกษาวิธีทำมอเตอร์ไฟฟ้า และ กองขยะเพื่อหาวัตถุดิบมาทดลอง ทั้งหมดนี้เพื่อจุดมุ่งหมายใหญ่ …การผลิต ‘กังหันลม’

กังหันลมไม่ใช่องค์ความรู้ใหม่ในปี 2000 (จุดปีของเรื่องเล่า) แต่นี่คือกังหันลมแรกของหมู่บ้าน หมู่บ้านที่ผู้นำถูกฆ่าตายเพราะออกไปต่อรองกับนักการเมืองเรื่องความแห้งแล้ง หมู่บ้านที่ชาวบ้านวิ่งตามรถขายข้าวราคาถูกของรัฐเพียงเพื่อหวังว่าเงินที่มีน้อยนิด (แต่นั่นคือทั้งหมดของครอบครัว) จะพอซื้อข้าวสารประทังชีวิตต่อไปอีกมื้อ หมู่บ้านที่คนขโมยข้าวโพดมากกว่าสิ่งของมีค่า และเป็นการขโมยอย่างน้ำตานองหน้า บอกกับเจ้าของบ้านผู้นั้นว่า “เราไม่ได้กินอะไรมา 3 วันแล้ว หวังว่าคุณจะเข้าใจ”  และ …ในสถานการณ์อื่นๆ ที่ความแห้งแล้งยากจนจะกระทำกับมนุษย์อย่างสุดโต่ง  

ท่ามกลางความยากจนที่ต้องเลือกระหว่างเรียนหนังสือกับการมีกิน วิลเลียมไม่ได้ฝันอยากเป็นนวัตกรเอกของโลก เขาแค่คิดว่าความสนใจที่มีจะช่วยเหลือครอบครัวและชุมชนได้ กังหันลมไฟฟ้าคืออย่างเดียวที่จะช่วยขุดน้ำจากบ่อแล้วทำชลประทานในหมู่บ้าน และถ้ามันสำเร็จ วิลเลียมจะไม่ต้องทำงานเต็มเวลาแปลงข้าวโพด พ่อจะมีเงินส่งเขาเข้าโรงเรียน – นี่คือฝันสูงสุดในชีวิต …ได้กลับไปใส่ชุดนักเรียน

สิ่งที่วิลเลียมไม่รู้คือ เขาจะไม่ได้กลับไปใส่ชุดของโรงเรียนเดิมที่เขาแอบเข้าไปเรียนอีก เพราะหลังผลิตกังหันลมไฟฟ้าตัวแรกสำเร็จในปี 2002 ชื่อของเขาดังเป็นพลุแตกในบ้านเกิดและในแอฟริกาทันที ในปีเดียวกันนั้น วิลเลียมได้ทุนจาก African Leadership Academy 10 ปีถัดมา เขากลายเป็นบัณฑิตแห่งวิทยาลัยดาร์ทมัธ มหาวิทยาลัยเอกชนในไอวีลีกในสหรัฐอเมริกา 

ปัจจุบัน วิลเลียม คัมแควมบา อายุ 31 ปี เขาเป็นนวัตกร วิศวกร นักเขียน บางครั้งเป็นสปีคเกอร์สร้างแรงบันดาลใจระดับโลก 

ขณะวิ่งเข้าวิ่งออกระหว่างกองขยะกับห้องสมุด ระหว่างเปิดหนังสือเรื่องไฟฟ้าและมอเตอร์ทีละหน้า ระหว่างทดลองกังหันลมไฟฟ้าตัวแรก เอาไปบอกพ่อในแปลงนาแล้วพ่อระเบิดอารมณ์ใส่เพราะมองไม่ออกว่าจากกังหันทดลองจะกลายเป็นกังหันลมตัวใหญ่ แล้วจะเรียกคืนชีวิตของเกษตรกรอย่างเขาและชาวบ้านอย่างไร และคำพูดในเชิงตั้งคำถามจากคนที่เห็นความพยายามทั้งหมดจากเดือนเป็นปี …ไม่มีสักครั้งที่วิลเลียมจะไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่มีแม้สักครั้งที่หวั่นไหว แม้บางครั้งเขาไม่มั่นใจ …แต่ไม่เคยปล่อยมือ

วิลเลียมทรนง มุ่งมั่น ยืนกราน พยายาม เขาอดทน อดทน และอดทน

นี่อาจเป็นตัวอย่างของคำอธิบายความแตกต่างระหว่างความอดทนธรรมดา กับคำว่า Grit (ความมุ่งมั่นอดทน) ในความหมายของ แองเจลา ดัคเวิร์ธ (Angela Lee Duckworth) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Grit และนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania)

Grit และ Persistence ทักษะในศตวรรษที่ 21 ตัวที่ 23 หมวด Character Qualities กลุ่มทักษะด้านคุณสมบัติ คุณลักษณะ หรือ นิสัย ที่คนคนหนึ่งจะมีเพื่อแก้ปัญหาในโลกอนาคตที่จะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ 

คีย์เวิร์ดของ Grit ไม่ใช่ความอดทนกับโปรเจ็คท์ระยะสั้นราวเดือน สอง หรือสามเดือน แต่คือความอดทน ยืนกราน และไม่ยอมแพ้ที่จะทำอะไรสักอย่างด้วย ‘ความหลงใหล’ และ ‘ในระยะยาว’ สิ่งนั้นอาจใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี วิลเลียมอาจทำกังหันลมสำเร็จได้ในเวลาหนึ่งปี แต่เขาไม่จบแค่นั้น ยังคงมุ่งมั่นศึกษาด้านวิศวกรรมตามความชอบและตั้งใจเดิมต่ออีกหลายปีจนสำเร็จการศึกษา กลายเป็นวิศวกรรมและนวัตกรที่ประสบความสำเร็จในอาชีพคนหนึ่ง

Grit ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่คือ ‘ทักษะ’ และ ‘คาแรคเตอร์’ ซึ่งพอพูดว่าเป็นทักษะ นั่นหมายถึงมันไม่ได้เกิดได้เพียงเพราะรู้จักว่ามันคืออะไร แค่คือการฝึกให้ปรากฏขึ้นในเนื้อตัวและหยิบใช้มันโดยอัตโนมัติ 

Pulse Check: สำรวจชีพจร คุณมี Grit รึเปล่า?

เพื่อวัดว่าคุณเป็นคนมี Grit หรือไม่ และอยู่ในระดับไหน ลองใช้เช็คลิสต์เหล่านี้ช่วย

  • ฉันชอบโปรเจ็คท์ที่ต้องใช้เวลาทำเป็นปีถึงจะเห็นผล
  • เป้าหมายของงานหรือสิ่งที่ฉันทำอยู่นั้นเป็นเป้าหมายระยะยาว
  • สิ่งที่ฉันทำทุกวันคือสำรวจตัวเองว่า รู้จัก มองเห็น เชื่อมต่อกับคุณค่าลึกๆ ในตัวเองหรือไม่
  • มันจะมีอย่างน้อยหนึ่งอย่างหรือกิจกรรมสักอย่างหนึ่ง ที่ฉันทำได้โดยไม่รู้สึกเบื่อเลย
  • การต้อง ‘ถอยหลังหนึ่งก้าว’ ไม่เคยทำให้ฉันหวั่นไหวหรือสูญเสียความมั่นใจ
  • ฉันเป็นคนทำงานหนัก
  • ฉันไม่เคยทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ถ้าทำแล้วจะทำให้เสร็จเสมอ
  • ฉันไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง

หรือลองเข้าไปทำแบบทดสอบเรื่อง Grit ได้ที่นี่: https://angeladuckworth.com/grit-scale/  

ทำไมต้องมี ทำไมต้องรู้จัก Grit?

หลายครั้งเราสงสัยว่าทำไมคนที่ประสบความสำเร็จในด้านใดด้านหนึ่งถึงทำมันได้อย่างง่ายดายราวกับมีคนหยิบมอบพรสวรรค์ใดหนึ่งให้ แต่ไม่ว่าคุณจะคิดว่า ‘พรสวรรค์’ คืออะไร ไม่ว่าคุณเป็นคนเรียนรู้ได้ง่ายและเร็วขนาดไหน อย่างไรคุณ-ใครก็ตาม ต้องเข้าไปอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ ต้องใช้ความพยายามในการเรียนรู้ และการทำแบบนี้ไม่เคยมีทางลัด

งานวิจัยของดัคเวิร์ธข้อหนึ่งสรุปว่า Grit มีนัยสำคัญต่อการประสบความสำเร็จในชีวิต เช่น นักเรียนที่มี Grit มักจะพาตัวเองจบการศึกษา ทั้งมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นยังยืนยันว่า Grit และ IQ ไม่ได้แปรผันตามกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน หรือพูดได้ว่า ผู้ที่ถูกประเมินว่ามี IQ แย่ (ซึ่งตัวผลประเมินเองก็มีผู้คัดค้านจำนวนมากว่าความฉลาดของคนจำแนกได้ชัดเจนขนาดนั้นหรือ? ความฉลาดมีรูปแบบเดียวหรือ) แต่ถ้ามี Grit คนผู้นั้นย่อมประสบความสำเร็จในทางของตัวเองได้

“Ever tried. Ever failed. No matter. Try again. Fail again. Fail better.” – Samuel Beckett นักเขียนนวนิยาย

อันที่จริงทั้งหมดนี้เป็นแค่ทฤษฎีอธิบายว่า Grit คืออะไร ความสำคัญหรือสิ่งที่ดัคเวิร์ธผลักดันมาตลอด เป็นเพียงแนวคิดที่ว่า อย่าตีตราตัวเองว่าล้มเหลว อย่าลากเส้น ‘ขีดจำกัด’ ล้อมรอบตัวเอง การมี Grit สร้างได้ เราสร้างคาแรคเตอร์แห่งความทรหดอดทน ไม่ย่อท้อเพื่อทำสิ่งที่รักและหลงใหลได้ เราทำได้ 

เราทำได้ – ก้อนความคิดเติบโต หรือ Growth Mindset ดัคเวิร์ธกล่าวชัดว่าความสำเร็จของเราขึ้นกับเสียงในหัวเสียงนี้ ไม่ใช่แค่บอกตัวเอง แต่คือทัศนคติที่คุณมีต่อชีวิต ทั้งตัวเองและคนรอบข้าง 

มันเป็นปริศนาว่าการเกิดคาแรคเตอร์อย่าง Grit ในเนื้อตัวคน จะสร้างหรือปลูกฝังได้อย่างไร แต่หากเชื่อว่าคนเราเป็น ในสิ่งที่พ่อแม่เป็น เป็น อย่างที่ประสบการณ์ในชีวิตสอนเรา ชัดเจนว่าการเกิด Grit ได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมทั้งในวัยเด็กและในปัจจุบัน 

ถามอีกครั้ง… ทำไมต้องรู้จักคำนี้, Grit? 

สำหรับผู้เขียน แค่รู้ว่า Grit คือคาแรคเตอร์ของคนที่ยืนกราน ทรหด ไม่ย่อท้อที่จะทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อและหลงใหลอย่างไม่ละมือ รู้ว่ากระบวนการของการฝึกฝนจะยาวนาน ซึ่งในระหว่างนั้นมันพร้อมจะเกิดอุปสรรคให้ล้มลงได้เสมอ

คำว่า Grit จะย้ำกับเราว่า “ได้สิ ไม่เป็นไร ความล้มเหลวเป็นแค่หนึ่งในกระบวนการ” แล้วลุกขึ้นมาทำใหม่อย่างต่อเนื่อง นี่ไม่ใช่แค่อดทนต่อภาพในหัวที่เราอยากไปให้ถึง แต่ฝึก ‘ให้ตัวเองอดทน’ ‘ฝึกให้ตัวเองมี Grit’ แค่ฝึกทักษะความอดทนให้กับตัวเอง เท่านี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง 

ในบทสัมภาษณ์ชิ้นหนึ่ง ดัคเวิร์ธให้คำแนะนำที่น่าแบ่งปันว่า เอาจริงๆ Grit มีความยาก เพราะมันคือความอดทนยาวนานที่อาจทำให้คนคนนั้นล้มเลิกไปก่อน

เธอแนะนำว่าให้ลองใช้วิธี ‘small win’ หรือ ชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ การวางเส้นชัยไว้ตามรายทาง จะช่วยหล่อเลี้ยงและกำกับเส้นทางให้ตัวเองโดยไม่แบกความทดท้อเสียใจจนหลังหัก – นี่เป็นเคล็ดลับที่เธอแนะนำกับบุคคลทั่วไปและครู ให้เอาไปลองใช้กับเด็กๆ 

ไม่จำเป็นต้องตบท้ายว่า Grit จำเป็นสำหรับคนในศตวรรษที่ 21 เพียงเพราะมันถูกระบุเอาไว้ เรียนรู้จากเรื่องเล่าของผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมายและหลากวงการในหน้าประวัติศาสตร์ ไม่มีใครที่สำเร็จโดยไม่มีหนึ่งในคุณสมบัติข้อนี้ สิ่งที่ต้องถามคือ ถ้าทุกคนรู้ว่าความมุ่งมั่นพยายามนั้นสำคัญ ทำไมเราจึงห่วงกังวลว่าต่อไปพลเมืองโลกจะขาดคุณสมบัติข้อนี้ไป? 

ผู้เขียนจะไม่มีวันกลับไปดู ‘The Boy Who Harnessed the Wind’ อีกตลอดชีวิต มันเครียด มันบีบเค้น ความยากจนและความพยายามของวิลเลียม แค่ในฐานะคนดู ยังรู้สึกทดท้อและก่นด่าชะตาชีวิต แต่ความมั่นคงและยืนหยัดของวิลเลียมปลอบใจคนดูจนอยู่หมัด – ดูต่อไป เขาจะทำมันได้ 

แต่สิ่งที่จะฝังจำไปตลอดแม้ไม่กลับมาดูอีก คือความมุ่งมั่นกัดไม่ปล่อยของวิลเลียม จะคอยส่งเสียงบอกให้ผู้เขียนมุ่งมั่นฝึกฝนความอดทนของตัวเองต่อไป