Skip to content
ความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงาน
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    How to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear ParentsEarly childhood
  • Knowledge
    Growth & Fixed MindsetGritEF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning Theory
  • Life
    Myth/Life/CrisisLife classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy life
  • Voice of New Gen
  • Playground
    MovieSpaceBook
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
ความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงาน
Book
5 June 2026

ความจำที่สาบสูญ:  คือตัวตนที่สิ้นสูญ

เรื่อง สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

  • The Memory Police หรือ ‘ความจำที่สาบสูญ’ ผลงานนิยายของ โยโกะ โอกาวะ แปลเป็นภาษาไทยโดย อาภาพร วิมลสาระวงศ์ พล็อตเรื่องที่สุดล้ำ แฝงด้วยอารมณ์เศร้าปนหลอน อีกทั้งยังซุกซ่อนประเด็นให้ขบคิดมากมาย
  • นิยายเล่าเรื่องราวของเกาะไร้นามแห่งหนึ่ง ที่ผู้คนค่อยๆ สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ จนสิ่งเหล่านั้นหายไปจากการรับรู้และการดำรงอยู่ของพวกเขา ขณะที่ผู้ที่ยังคงจดจำได้ต้องหลบหนีการตามล่าของ ‘ตำรวจกุมความลับ’ ผู้ทำหน้าที่ควบคุมการสาบสูญให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์
  • ตัวตนของมนุษย์ทุกคน ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยเอกเทศ หากแต่เป็นผลจากความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือกระทั่งสิ่งของ และความสัมพันธ์เหล่านี้ ล้วนถูกเก็บไว้ในรูปของความทรงจำ

ถ้าหากว่า ความทรงจำเกี่ยวกับ ‘ตัวหนังสือ’ หายไปในชั่วข้ามคืน ทุกคนที่เห็นบทความชิ้นนี้ จะไม่รู้ว่าเลยว่า ลายเส้นยึกยักที่เห็นบนหน้าจอมือถือ (หรือจอคอมพิวเตอร์) คืออะไร ไม่มีใครรู้เลยว่า เจ้าลายเส้นพวกนี้ สามารถประสมรวมกันกลายเป็น ‘คำ’ นอกจากนี้ หลายๆ คำ ยังสามารถประสมรวมกันกลายเป็น ‘ประโยค’ และหลายๆ ประโยคต่อเนื่องรวมกันกลายเป็น ‘เรื่องเล่า’  ‘นิยาย’ หรือ ‘บทความ’ ตามแต่ละประเภทของงานเขียน

เรื่องสมมติข้างต้น นอกจากจะเป็นเรื่องที่ฟังดูน่าตกใจแล้ว ยังเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่งด้วย เพราะการหลงลืมบางสิ่งบางอย่าง เท่ากับว่า สิ่งๆ นั้น ไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลก (ของคนที่หลงลืม)

ถ้ายังคิดไม่ออกว่ามันน่าเศร้าตรงไหน ผมอยากให้คุณลองจินตนาการอีกครั้งว่า คนๆ หนึ่งที่เคยรู้จัก เคยสนิทสนม และเคยมีความรัก-ความสัมพันธ์กับคุณมาเกือบทั้งชีวิต แล้วจู่ๆ วันหนึ่ง คนๆ นั้นหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณ คนๆ นั้นไม่เคยมีคุณอยู่ในห้วงความทรงจำ ตัวตนของคุณ พลันหายสาบสูญไปจากโลกของเขาแล้ว

น่าเศร้ามาก ใช่มั้ยครับ เพียงแค่ความทรงจำสาบสูญ ตัวตนก็พลันสิ้นสูญไปด้วย

เรื่องสมมติที่แสนเศร้า คือเรื่องราวในหนังสือนิยายที่มีชื่อว่า The Memory Police หรือฉบับแปลไทยใช้ชื่อว่า ‘ความจำที่สาบสูญ’ ของ โยโกะ โอกาวะ แปลเป็นภาษาไทยโดย อาภาพร วิมลสาระวงศ์ ซึ่งพล็อตเรื่องที่สุดล้ำ แฝงด้วยอารมณ์เศร้าปนหลอน อีกทั้งยังซุกซ่อนประเด็นให้ขบคิดมากมาย ทำให้หนังสือเล่มนี้ เข้าไปถึงรอบสุดท้ายของรางวัล International Booker Price ประจำปี 2020

เซ็ตติ้ง หรือสถานที่ดำเนินเรื่องของหนังสือเล่มนี้ เกิดขึ้นบนเกาะไร้นามแห่งหนึ่ง ผู้คนบนเกาะแห่งนี้ จะต้องพบกับเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน นั่นคือ การสาบสูญความทรงจำที่มีต่อสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง (หรืออาจเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง)

ยกตัวอย่างเช่น อยู่มาวันหนึ่ง ความทรงจำที่มีต่อ ‘นก’ พลันสิ้นสูญ ทุกคนบนเกาะจะหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับ ‘นก’ พวกเขาไม่รู้เลยว่า สัตว์สองเท้าที่มีปีกโบยบินได้ คืออะไร

นอกจากนี้ แม้กระทั่ง ‘นามธรรม’ ที่เกี่ยวโยงกับ ‘นก’ เช่น ‘อิสรภาพ’ หรือ ‘การบิน’ ก็พลอยถูกหลงลืมไปด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการสาบสูญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คือ คนบนเกาะจะเอาสิ่งของที่สาบสูญที่มีอยู่กับตัวไปทิ้งลงแม่น้ำ หรือเผาทำลายทิ้ง เพื่อให้การสาบสูญนั้นครบถ้วนกระบวนความ ดังนั้น เมื่อความจำเกี่ยวกับนกสาบสูญ คนที่เคยเลี้ยงนก จะไม่เข้าใจเลยว่าสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในกรงที่บ้านเขาคือตัวอะไร พวกเขาจะพากันเอาสิ่งนั้นไปเผาทำลายทิ้ง หรือโยนทิ้งลงแม่น้ำ โดยไม่รู้ตัวว่าทำไมต้องทำแบบนั้น

แต่ก็มีบางคนบนเกาะไร้นามแห่งนี้ ที่ความทรงจำไม่ได้สาบสูญไป และนั่นก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เรียกว่า ‘ตำรวจกุมความลับ’ ที่จะเข้ามาดำเนินการเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น สิ่งใดที่ควรหาย เพราะถือว่ามันไร้ประโยชน์แล้ว ก็ควรจะต้องหาย หากมีใครที่ยังจดจำมันได้ คนๆ นั้นก็จะถูกจับกุม และทำให้สูญหายไป

เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ บอกเล่าผ่านสรรพนามบุรุษที่ 1 เรียกแทนตัวเองว่า ‘ฉัน’ ซึ่งเป็นหญิงสาวไร้ชื่อ ประกอบอาชีพเป็นนักเขียนนิยาย เธอใช้ชีวิตอย่างปกติ ผ่านพบเรื่องราวการสาบสูญมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงเหตุการณ์ที่แม่ของเธอ ถูกตำรวจกุมความลับจับตัวไป โทษฐานที่ยังไม่หลงลืมบางสิ่งที่ควรจะลืม

ที่น่าเศร้ากว่านั้นก็คือ เธอ และคนอื่นๆ บนเกาะ ไม่ได้รู้สึกรู้สากับการสาบสูญความทรงจำที่เกิดขึ้นเลย ราวกับว่า มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญ ไม่ต่างไปจากการนอนหลับ การกินอาหาร หรือการขับถ่าย ที่ทุกคนต้องทำเป็นปกติ

จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้ค้นพบว่า นาย R บรรณาธิการเล่ม ผู้ทำหน้าที่ประสานงาน-ดูแลนิยายที่เธอกำลังเขียน เป็นอีกคนหนึ่งที่ยังคงไม่ลืมความทรงจำที่สาบสูญไปแล้ว เขาบอกกับเธอว่า ของเหลวในขวดที่แม่ของเธอเคยแอบซุกซ่อนไว้ ก่อนจะถูกตำรวจกุมความลับยึดไปทำลายทิ้ง คือ สิ่งที่เรียกว่า ‘น้ำหอม’ , ก้อนหินเล็กๆ สีเขียว ที่แม่ของเธอรักนักหนา ก็คือ ‘มรกต’ ส่วนกล่องสี่เหลี่ยม ที่พอหมุนๆ ลานข้างใต้ จะส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งดังต่อเนื่อง มีชื่อเรียกว่า ‘กล่องดนตรี’

นาย R ยังบอกอีกว่า การที่ผู้คนค่อยๆ หลงลืมสิ่งต่างๆ ไป จะทำให้จิตใจของพวกเขาเปราะบางลงเรื่อยๆ สิ่งที่เขาพอจะทำได้ก็คือ เก็บรักษาสิ่งของที่สาบสูญไว้ โดยที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า การทำเช่นนั้นจะช่วยอะไรได้ในเรื่องนี้

หลังจากนั้น หญิงสาวตัวเอกของเรื่อง ตัดสินใจช่วยนาย R ให้รอดพ้นจากการถูกตำรวจกุมความลับจับกุมตัว ด้วยการให้เขาซ่อนตัวและใช้ชีวิตอยู่ในห้องใต้ดินที่บ้านของเธอ รวมทั้งใช้พื้นที่ห้องใต้ดินเล็กๆ นั้น เป็นสถานที่เก็บสิ่งของต่างๆ ที่ถูกทำให้สาบสูญ

นอกจากหญิงสาวและนาย R แล้ว ยังมีคุณตา ซึ่งเป็นชายแก่ใจดีที่หญิงสาวรู้จักตั้งแต่เด็ก ที่รับรู้ความลับเรื่องนี้ รวมถึงที่ตั้งของห้องลับใต้ดิน ทั้งสามคน ต่างช่วยกันประคับประคองหัวใจของกันและกัน ให้รอดพ้นจากสภาพการถูกทำให้เปราะบางลงเรื่อยๆ แม้จะไม่รู้ว่า ถึงที่สุดแล้ว การสาบสูญของสิ่งต่างๆ จะหยุดลงเมื่อไหร่ หรือแม้แต่พวกเขาจะรอดพ้นการไล่ล่าของตำรวจกุมความลับได้หรือไม่

เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ดำเนินไปอย่างเนิบช้า จนบางครั้งชวนให้อึดอัด (แถมยังแทรกเรื่องราวแบบ ‘นิยายซ้อนนิยาย’ คือ เล่าถึงเรื่องราวในนิยายที่ตัวเอกกำลังเขียน) อย่างไรก็ดี ความเนิบช้านี้ เปิดช่องให้เราขบคิดตามไปด้วย โดยเฉพาะในประเด็นความเกี่ยวข้องระหว่าง ‘ความทรงจำ’ และ ‘ตัวตน’

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่า ตัวตนของมนุษย์ทุกคน ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยเอกเทศ หากแต่เป็นผลจากความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือกระทั่งสิ่งของ และความสัมพันธ์เหล่านี้ ล้วนถูกเก็บไว้ในรูปของความทรงจำ

ตัวตนของผม ของคุณ หรือของใครก็ตาม ที่มีรสนิยมความชอบแบบใดแบบหนึ่ง เช่น ชอบฟังเพลงสากล เพลงไทย เพลงลูกทุ่ง หรือเพลงหมอลำ ชอบอ่านหนังสือ หรือไม่อ่านเลย ชอบดูหนังตลก หรือชอบดูซีรีส์เกาหลี มีทัศนคติทางการเมืองแบบใดแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอนุรักษ์นิยม เสรีนิยม หรือแม้แต่ไม่นิยมชอบชอบเรื่องราวการเมืองเลย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลจากความทรงจำที่เราเก็บสะสมไว้ ทั้งจากที่เคยพูดคุยกับเพื่อนสนิท จากการอ่านหนังสือ หรือจากประสบการณ์ร่วมในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเกินจริงเลยหากจะกล่าวว่า ความทรงจำที่สาบสูญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวตนของสิ่งนั้นสูญหายไป แต่ยังทำให้ตัวตนของเราเปราะบางลง ราวกับชิ้นส่วนบางส่วนในตัวตนของเรา ถูกทำให้สาบสูญไปด้วย

หากความทรงจำที่มีต่อคนๆ หนึ่ง สาบสูญหายไป ย่อมส่งผลกระทบต่อตัวตนของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เราอาจกลายเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ หากความทรงจำในวัยเด็ก ที่แม่เคยอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟังทุกคืน เลือนรางจางหายไป หรือ เราอาจไม่ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ หากไม่เหลือความทรงจำถึงเพื่อนคนหนึ่งในวัยเด็ก คนที่ชวนให้เราเตะฟุตบอลหลังเลิกเรียนคนนั้น หรือ เราอาจกลายเป็นคนจิตใจแข็งกระด้างกว่านี้ หากความทรงจำถึงบทกวีบทหนึ่ง ที่ใครบางคนเขียนให้ สาบสูญไปอย่างไม่มีวันกลับมา

แน่นอนว่า เรื่องราวทุกเรื่องในโลกนี้ ไม่ได้เป็นเหตุผลเรียบง่ายตรงไปตรงมา เช่น เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนั้นจึงเกิดขึ้น หรือเมื่อสิ่งนี้หายไป สิ่งนั้นจึงหายไป เพราะในความเป็นจริง ความเป็นไปของทุกๆ ปรากฎการณ์ มีองค์ประกอบที่ยิบย่อยมากมายเกินกว่าที่เราคิด แต่ถึงกระนั้น เราก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า การสาบสูญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะดูเป็นสิ่งเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ล้วนส่งผลกระทบถึงตัวเราและคนอื่นๆ ได้เสมอ

นอกเหนือจากแง่มุมในเชิงปรัชญาแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังทำให้เราฉุกคิดถึงความเปราะบางของตัวตน ในแง่มุมทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์อีกด้วย พอเล่ามาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะนึกถึงโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) หรือโรคสมองเสื่อม ซึ่งหากผู้ป่วยอาการถึงขั้นรุนแรง จะจำคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา พ่อ แม่ หรือ ลูกหลานตัวเองไม่ได้เลย

สิ่งนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง สำหรับญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดของผู้ป่วย เพราะการที่ความทรงจำดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน ถูกลบกลายเป็นศูนย์ ย่อมทำให้ความรัก ความผูกพัน ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันและกัน สูญสลายกลายเป็นความว่างเปล่า

อย่างไรก็ดี การหลงลืมความทรงจำ ไม่ได้เป็นแค่ความเสื่อมถอยของสมอง หากแต่เป็นหนึ่งในกลไกการทำงานของสมอง ดังนั้น จึงไม่แปลกที่คนเราทุกคน จะเคยมีประสบการณ์การลืมบางสิ่งบางอย่าง รวมถึงเรื่องราวและผู้คนที่ไม่อยากจะลืม

หากเราปราศจากกลไกในสมองที่ทำให้เราลืมบางสิ่งบางอย่าง ชีวิตเราอาจทุกข์ทรมานกว่านี้หลายเท่า เพราะเราจะไม่เคยลืมเลยว่า เคยเศร้าเสียใจแค่ไหน ตอนที่แมวตัวโปรดตายไป หรือเคยเจ็บช้ำปางตายแค่ไหน ตอนถูกคนรักหักอกครั้งแรก หรือเคยว่างเปล่ากลวงโบ๋ในหัวใจ ตอนที่พ่อแม่ของเราจากไป ความเจ็บปวดทรมานเหล่านี้ ที่เคยจางลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา จะยังสดใหม่อยู่เสมอไปจนชั่วอายุขัย นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่า ไม่น่าจะมีมนุษย์คนไหนแบกรับไว้ได้

ท้ายที่สุดแล้ว อาจกล่าวได้ว่า ชีวิตที่แสนเปราะบางของมนุษย์ ล้วนอยู่ได้ด้วยการรักษาสมดุล ระหว่างการเก็บรักษาความทรงจำที่สวยงาม และการหลงลืมความทรงจำที่เลวร้าย และสมดุลนี้เอง ที่ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ เรียนรู้และจดจำสิ่งใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับผู้คนอื่นๆ ได้

Tags:

นิยายความทรงจำ

Author:

illustrator

สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

อดีตนักแปล-นักข่าว ปัจจุบันเป็นพ่อค้า พ่อบ้าน และพ่อของลูกชายวัยรุ่น รักหนังสือ ชอบเข้าร้านหนังสือ และชอบซื้อหนังสือมาดองเป็นกองโต

Related Posts

  • Playground
    Z for Zacariah: แม้โลกจะล่มสลาย ไม่มีใครต้องทนอยู่กับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ

    เรื่อง สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

  • Book
    ไม้บรรทัดของยมทูต: เมื่อความตายคือจุดหมายของชีวิต

    เรื่อง สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

  • Book
    ‘เด็กบึง’ เหยื่ออคติผู้พลิกชีวิตด้วยความใฝ่รู้: ปมรักในบึงลึก

    เรื่อง สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

  • Book
    ความฝันที่ล้มเหลวไม่เจ็บปวดเท่าความฝันที่ไม่ได้ลงมือทำ: คิริโกะกับคาเฟ่เยียวยาใจ

    เรื่อง อภิบาล ว่องวงษ์รักษ์

  • 041-Novels & Poems-nologo
    Character building
    อ่านนิยาย ร่ายบทกวี ไม่มีเสียเปล่า

    เรื่อง นำชัย ชีววิวรรธน์

  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel