Skip to content
ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์
  • Creative Learning
    Unique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long LearningEveryone can be an Educator
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning TheoryGrowth & Fixed MindsetGritEF (executive function)
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์
How to enjoy life
27 February 2026

Apathy Syndrome: วันที่โลกใจร้าย หัวใจจึงเลือกเฉยชา

เรื่อง สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน ภาพ กรองพร ทององอาจ

  • Apathy Syndrome ในภาษาไทยใช้ได้ทั้งคำว่า ภาวะเฉยชา ภาวะเฉื่อยชา ภาวะไร้อารมณ์ คือภาวะที่ขาดแรงจูงใจ ความสนใจ และการตอบสนองทางอารมณ์ แตกต่างจากโรคซึมเศร้าที่มีความรู้สึกดิ่งเศร้า และต่างจากภาวะสิ้นยินดีที่ขาด ความสุข โดยผู้ที่มีภาวะนี้มักดูว่างเปล่าไม่ยินดียินร้าย
  • ภาวะเฉยชาอาจเกี่ยวข้องได้ทั้งกับโรคทางระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ภาวะสมองเสื่อม รวมถึงปัจจัยทางจิตใจ เช่น บาดแผลในใจ ความเครียด ภาวะหมดไฟ และการเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ
  • การเยียวยาอาการเฉยชา จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากคนใกล้ชิด ทั้งคนในครอบครัวและเพื่อนๆ โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้และทำความเข้าใจผู้ที่อยู่ในภาวะเฉยชา และยอมรับว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนืออำนาจการควบคุม

ในโลกสมัยใหม่ ชีวิตถูกขับเคลื่อนให้เดินหน้าอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างถูกถาโถมท่วมทับด้วยข้อมูลมหาศาล ปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงความผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์หลายอย่างที่ไม่เคยรู้จัก ดาหน้าเข้ามาให้เราทำความรู้จักอย่างไม่เต็มใจ ไม่ว่าจะเป็น โรคซึมเศร้า (Depression) ภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia)

ล่าสุด หลายคนที่ติดตามข่าวสารทางด้านสุขภาพจิต อาจพบเจอกับคำศัพท์ที่ว่า ‘Apathy Syndrome’ ซึ่งคำแปลในภาษาไทยใช้ทั้งคำว่า ภาวะเฉยชา ภาวะเฉื่อยชา ภาวะไร้อารมณ์ หรือภาวะไม่ยินดียินร้าย (สำหรับบทความชิ้นนี้ ขออนุญาตใช้คำว่า ภาวะเฉยชา เพียงคำเดียว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิด)

จริงๆ แล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต รวมถึงแวดวงนักวิชาการ คุ้นเคยกับคำนี้มาหลายสิบปี อย่างน้อยก็ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในฐานะอาการที่มักพบเจอในทหารผ่านศึก ที่ประสบเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรงจนกลายเป็นความเครียดและบาดแผลในใจ (Post-traumatic Stress Disorder) 

หลังจากนั้น ภาวะเฉยชา ยังพบได้ในผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสุขภาพจิต เช่น อัลไซเมอร์ (Alzheimer) พาร์กินสัน (Parkinson) ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) และโรคจิตเภท (Schizoprenia)

สิ่งที่สร้างความสับสนอย่างมาก ก็คือ ความเกี่ยวข้องระหว่าง ภาวะเฉยชา กับโรคซึมเศร้า (Depression) ซึ่งในบางครั้ง การมีภาวะเฉยชาเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่ในบางครั้ง มีผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าก่อน แล้วจึงพบว่ามีอาการของภาวะเฉยชาเกิดขึ้น 

นอกจากนี้ ภาวะเฉยชา ยังถูกเข้าใจผิดว่า คืออาการเดียวกับภาวะสิ้นยินดี เนื่องจากทั้งสองอาการ มีความใกล้เคียงและเกี่ยวข้องกัน และหลายๆ ครั้งที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน

ในทางการแพทย์ นิยาม ‘ภาวะเฉยชา’ ว่า คือ การขาดกิจกรรมที่มีเป้าหมายหรือแรงจูงใจ แต่คำนิยามที่น่าจะเข้าใจง่ายกว่า บอกว่า ภาวะเฉยชา คือ การหมดความสนใจที่จะเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือการปราศจากความรู้สึก ไม่ว่าจะในสถานการณ์ทางอารมณ์ใดๆ

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในบางครั้ง คนเราจะมีความรู้สึกเฉยชาต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยเฉพาะเมื่อเราพบกับความผิดหวังซ้ำๆ หรือตกอยู่ในภาวะที่รู้สึกว่าแก้ไขอะไรไม่ได้เลย แต่ในทางการแพทย์ จะนับว่าภาวะเฉยชาที่เกิดขึ้นอาจเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพ หากมีอาการดังกล่าวเป็นระยะเวลานาน รวมถึงเกิดขึ้นร่วมกับความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะสมองเสื่อม หรือป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการระบุชัดเจนว่า ภาวะเฉยชา ถือเป็นปัญหาสุขภาพจิต แต่หากยึดตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ที่ระบุว่า ภาวะสุขภาพสมบูรณ์ที่สุด คือ ภาวะที่ส่งเสริมศักยภาพในการเจริญเติบโต ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งอารมณ์ นั่นหมายความว่า ภาวะเฉยชา จะเข้าข่ายเป็นอุปสรรคขัดขวางภาวะสุขภาพสมบูรณ์ที่สุดของคน

“ภาวะเฉยชา โดยเฉพาะในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม ส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตย่ำแย่ลง รวมถึงสูญเสียความสามารถในการพึ่งพาตนเอง” มัวรา มอลเพ็ตตี (Maura Malpetti) นักวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์เชิงปัญญา (Cognitive Neuroscience) มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าว

ภาวะเฉยชา แบ่งออกได้ 3 มิติ คือ

1 ภาวะเฉยชาทางพฤติกรรม – ผู้ที่มีอาการนี้ จะมีแรงจูงใจ หรือเริ่มต้นทำกิจกรรมที่มีการกำหนดเป้าหมาย น้อยลง หรือไม่มีเลย

2 ภาวะเฉยชาทางสังคม – คนที่ตกอยู่ในภาวะเฉยชา มีแนวโน้มจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นน้อยลง หรือกระทั่งใส่ใจความรู้สึกคนอื่นน้อยลง

3 ภาวะเฉยชาทางอารมณ์ –  อารมณ์ความรู้สึกดูราวกับจะหายไป ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นในชีวิต คนๆ นั้นก็ไม่รู้สึกแตกต่าง รวมทั้งไม่รู้สึกอะไร หากพูดหรือทำให้คนอื่นไม่พอใจ

จากคำนิยามเหล่านี้ ทำให้เราพอจะมองเห็นความแตกต่างระหว่างภาวะเฉยชากับโรคซึมเศร้า รวมถึงความแตกต่างระหว่างภาวะเฉยชากับภาวะสิ้นยินดี

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คงต้องบอกว่า คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จะมีความรู้สึก ‘ดิ่ง’ มากกว่า มีทั้งความเศร้า รู้สึกผิด หรือกระทั่งมองโลกในแง่ร้าย ขณะที่คนที่มีอาการภาวะเฉยชา จะดู ‘ว่างเปล่า’  ไม่สุขและไม่เศร้า

ขณะที่ภาวะเฉยชาและภาวะสิ้นยินดี จุดที่แตกต่างกันชัดเจน คือ ในภาวะสิ้นยินดี สิ่งที่ขาดหายไป คือ ‘ความสุข’ กิจกรรมที่เคยรู้สึกชอบหรือสนุก ก็ไม่ได้รู้สึกชอบเหมือนเคย ส่วนในภาวะเฉยชา สิ่งที่ขาดหายไป ก็คือ ‘แรงจูงใจ’ คนที่กำลังมีภาวะนี้ จะหมดความสนใจที่จะทำกิจกรรมใดๆ ที่เคยชอบทำเลย

ถึงแม้จะแตกต่างกัน แต่ภาวะเฉยชาและภาวะสิ้นยินดี (หรือเรียกอีกอย่างว่า Dead Inside หรือ ตายจากข้างใน) ก็มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด บางครั้ง ภาวะเฉยชาเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ความรู้สึกว่างเปล่าจากข้างใน กลายเป็นภาวะสิ้นยินดี แต่ในบางครั้ง คนที่อยู่ในภาวะสิ้นยินดีเป็นเวลานาน ก็นำไปสู่การเกิดภาวะเฉยชาได้เช่นกัน และอีกหลายต่อหลายครั้ง ที่ภาวะทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมๆกัน

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ นักวิชาการบางคนตีความว่า ภาวะเฉยชา คือ สภาพอารมณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าความรู้สึกโกรธ-เกลียดเสียอีก เพราะเป็นการเพิกเฉย ไม่รู้สึกรู้สาต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดกับตนเองหรือผู้อื่น

ขณะที่นักวิชาการด้านศาสนาบางคนก็ตีความว่า ภาวะเฉยชา คือ หนึ่งในบาป 7 ประการของศาสนา คือ Sloth หรือ ความเกียจคร้าน ซึ่งจริงๆ แล้ว ในภาษาละตินใช้คำว่า Acedia ที่แปลว่า การเพิกเฉย ไม่ใส่ใจ หรือจิตใจที่เย็นชาต่อผู้อื่น

สำหรับสาเหตุที่ทำให้คนเราตกอยู่ในภาวะเฉยชา อาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ สาเหตุจากปัญหาสุขภาพกาย หรือปัญหาที่เกี่ยวกับระบบประสาท และสาเหตุจากปัญหาสุขภาพจิต

ในส่วนสาเหตุจากปัญหาสุขภาพกาย หมายถึง ภาวะเฉยชาที่พบในผู้ป่วยโรคระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน และภาวะสมองเสื่อม ขณะที่มีผลการวิจัยหลายชิ้น ระบุว่า ความผิดปกติ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมองส่วนหน้า รวมถึง โครงสร้างสมองส่วนล่างที่มีชื่อว่า เวนทรัล สไตรอาทัม (Ventral Striatum) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้และแรงจูงใจ อาจส่งผลให้เกิดภาวะเฉยชาได้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ภาวะเฉยชา สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้โรคระบบประสาท โดยเฉพาะผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม ตั้งแต่ในช่วงระยะเริ่มต้นที่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการร้ายแรง

“สำหรับผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม ยิ่งเรารักษาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น และการมีภาวะเฉยชา ก็เป็นหนึ่งในอาการที่ช่วยให้เรารู้ว่า ผู้ป่วยอาจมีภาวะสมองเสื่อม ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่แสดงอาการป่วยอื่นๆ” มอลเพ็ตตี กล่าว

สำหรับสาเหตุที่มาจากปัญหาสุขภาพจิต หรือที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเรียกว่า สาเหตุที่มาจากสถานการณ์ อาจมาจากหลายปัจจัย เช่น

1 การเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ (Low-self esteem) คนที่มองเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ หรือขาดความภูมิใจในตนเอง อาจกลายเป็นคนที่มีภาวะเฉยชา เพราะคิดว่าตัวเองไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นได้ หรือไม่มีวันประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

2 บาดแผล หรือปมในใจ (Trauma)  การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือเคยมีประสบการณ์เลวร้ายในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการตกเป็นเหยื่อภัยพิบัติร้ายแรง การถูกไล่ออกจากงาน หรือความล้มเหลวในการสอบ สิ่งเหล่านี้ นำมาซึ่งความรู้สึกโศกเศร้า ขาดความมั่นใจ และหวาดกลัว หากไม่มีจัดการกับบาดแผล หรือปมในใจเหล่านี้ คนๆ อาจเริ่มแยกตัวจากสังคม และตกอยู่ในภาวะเฉยชา

3 ปัญหาในการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ  บางครั้งการพบเจอความเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ไม่คาดคิดมาก่อน เช่น การเปลี่ยนงานอย่างฉับพลันทันที การย้ายโรงเรียนกลางเทอม หรือการถูกคนรักบอกเลิก ทำให้บางคนมีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ จนกลายเป็นตกอยู่ในภาวะเฉยชา หรือเลือกที่จะไม่ยินดียินร้ายกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

4 ความเครียดที่ถาโถมและภาวะหมดไฟ  ปัญหาสองอย่างที่ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก หลายครั้งที่การทุ่มเททำงานหนักของคนๆ หนึ่ง ไม่มีใครเห็นคุณค่า ไม่ได้รับการยอมรับ หรือไม่ได้ผลตอบแทนอย่างที่ควรจะได้ และยิ่งหากคนๆ นั้นไม่รู้จักรักตัวเองด้วย สิ่งที่อาจเกิดขึ้นตามมาก็คือ ความรู้สึกท้อแท้ ถูกทับถมด้วยความเครียดสูง (Overwhelm) จนกลายเป็นภาวะหมดไฟ (Burnout) ก่อนที่จะนำไปสู่ภาวะเฉยชาในท้ายที่สุด

นอกจากนี้ นักวิชาการหลายคนยังระบุว่า กลุ่มเด็กและวัยรุ่นอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเฉยชามากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ (ไม่นับภาวะเฉยชาที่เกิดจากโรคทางระบบประสาท) เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่กำลังค้นหาตัวตน รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก

แล้วเราจะเยียวยาอาการเฉยชาได้อย่างไร

ก่อนอื่นเลย เราต้องมองเห็นสัญญาณบ่งชี้ภาวะเฉยชา ทั้งที่เกิดกับตัวเองและคนที่เรารักก่อน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้สามารถสังเกตได้ง่าย เพียงแค่เรามีความใส่ใจ เช่น

1 ถอยห่างจากงานหรืองานอดิเรกที่เคยชอบ รวมถึงการใช้เวลากับคนที่รัก

2 หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ

3 พึ่งพาคนอื่นมากขึ้นในงานที่เคยทำด้วยตัวเอง 

4 ไม่ค่อยแสดงออก (หรือแสดงน้อยลง) ทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์เชิงบวกหรือเชิงลบ

สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่า ตัวเราเอง หรือคนที่เรารัก กำลังอยู่ในภาวะเฉยชาแล้ว

การเยียวยาอาการเฉยชา จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากคนใกล้ชิด ทั้งคนในครอบครัวและเพื่อนๆ โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้และทำความเข้าใจผู้ที่อยู่ในภาวะเฉยชา และยอมรับว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนืออำนาจการควบคุม

การพูดคุยโดยไม่ตัดสินคือสิ่งสำคัญ ให้บอกกับคนที่เรารักที่กำลังมีภาวะเฉยชาว่า เราสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องผิดหรือน่าอับอาย และเราพร้อมจะอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลือเสมอ

การชักชวนคนที่เรารัก ให้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เป็นหนึ่งในวิธีปฏิบัติ ที่สามารถเยียวยา หรือลดอาการเฉยชาลงได้

แต่หากยังไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า คนใกล้ชิด หรือคนที่เรารัก อาจมีภาวะเฉยชา เนื่องจากป่วยเป็นโรคระบบประสาท หรือมีปัญหาสุขภาพจิตที่ร้ายแรงกว่านั้น

ท้ายที่สุด ในวันที่โลกอาจจะใจร้าย จนทำให้หัวใจบางดวงเกิดเฉยชา แต่ความรัก-ความใส่ใจ ทั้งจากคนในครอบครัวและคนใกล้ชิด จะสามารถเยียวยาให้คนๆ นั้น หายจากความเฉยชา และกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้อีกครั้ง

อ้างอิง

1 What is Apathy and Why Does It Occur?

https://www.news-medical.net/health/What-is-Apathy-and-Why-Does-it-Occur.aspx

2 Understanding Apathy

https://jedfoundation.org/resource/understanding-apathy/

3 Apathy

https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/24824-apathy

4 Apathy Could Predict Onset of Dementia Years Before Other Symthomps

https://www.cam.ac.uk/research/news/apathy-could-predict-onset-of-dementia-years-before-other-symptoms

5 Understanding Apathy : Signs, Causes and Treatment Options

https://www.healthline.com/health/apathy

Tags:

Apathy Syndromeอารมณ์Apathyภาวะเฉยชา

Author:

illustrator

สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

อดีตนักแปล-นักข่าว ปัจจุบันเป็นพ่อค้า พ่อบ้าน และพ่อของลูกชายวัยรุ่น รักหนังสือ ชอบเข้าร้านหนังสือ และชอบซื้อหนังสือมาดองเป็นกองโต

Illustrator:

illustrator

กรองพร ทององอาจ

Graphic Designer & Illustrator Instagram: @monkrongpin

Related Posts

  • Social Issues
    ‘วรรณกรรมเยียวยา’ พื้นที่ปลอดภัยให้เด็กสำรวจโลกของอารมณ์  เรียนรู้และโอบรับความเปราะบางของตนเอง: ธาม เชื้อสถาปนศิริ

    เรื่อง บุญญิสา รัตนมณี ภาพ ปริสุทธิ์

  • Book
    วางความคาดหวังของคนอื่นลง แล้วกลับมาฟังเสียงหัวใจตัวเอง: เธอก็ออกมาได้นะจากบึงโคลนแห่งความเศร้าและไม่เข้าใจตนเอง

    เรื่อง อภิบาล ว่องวงษ์รักษ์

  • positive-parenting-nologo
    Adolescent Brain
    Positive Parenting: เลี้ยงลูกด้วย ‘จิตวิทยาเชิงบวก’ เสริมสร้างสมองที่แข็งแกร่ง

    เรื่อง ศุภณัฐ เติมชัยอนันต์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Book
    จัดการอารมณ์(ร้ายๆ) ก่อนจะกลายเป็นมรดกครอบครัวที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น: Permission to Feel

    เรื่อง อภิบาล ว่องวงษ์รักษ์

  • Self-doubt
    How to enjoy life
    โยนคำวิจารณ์ที่บดขยี้ความมั่นใจของเราทิ้งไป แล้วกลับมาฟังเสียงหัวใจตัวเอง

    เรื่อง อัฒภาค ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts
  • Creative Learning

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel