Skip to content
ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์
  • Creative Learning
    Creative learningLife Long LearningEveryone can be an EducatorUnique TeacherUnique School
  • Family
    Early childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear Parents
  • Knowledge
    Transformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning TheoryGrowth & Fixed MindsetGritEF (executive function)Adolescent Brain
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์
Book
23 October 2026

ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์: ความอ่อนเยาว์อาจไม่ใช่เรื่องของวัย แต่คือหัวใจที่มองเห็นความงามในสรรพสิ่ง

เรื่อง สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

  • ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl’s Moving Castle) วรรณกรรมเยาวชนแฟนตาซีของ ไดอาน่า เวนน์ โจนส์ ซึ่งต่อมาถูกดัดแปลงเป็นอะนิเมชั่นโดย สตูดิโอ จิบลิ เล่าเรื่องราวของโซฟี หญิงสาวผู้ถูกสาปให้กลายเป็นยายแก่ และการเดินทางที่ทำให้เธอค้นพบความกล้าหาญและหัวใจแห่งความอ่อนเยาว์ของตัวเอง
  • ความอ่อนเยาว์อาจไม่ใช่เรื่องของวัย แต่คือหัวใจที่มองเห็นความงามในสรรพสิ่ง ผ่านเรื่องราวของโซฟีที่แม้จะมีรูปลักษณ์เป็นหญิงชรา แต่กลับเริ่มต้นใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ไม่ว่าภายนอกของเราจะเป็นอย่างไร ไม่ได้เป็นข้อจำกัดให้เราต้องติดอยู่ในกรอบนั้นเสมอไป ตราบเท่าที่หัวใจของเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนา หรือเติบโตขึ้นเพื่อเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องแก่กว่าเดิม

“Anyone whe keeps ability to see beauty never grows old” 

แปลเป็นไทยว่า “ผู้ที่มีหัวใจมองเห็นความงามในสรรพสิ่ง จะไม่มีวันแก่ชรา” คือหนึ่งในประโยคคำคมที่มักถูกหยิบยกไปใช้ในการอ้างถึงความแก่ชราและความอ่อนเยาว์ โดยเชื่อกันว่า ประโยคนี้ เขียนขึ้นโดย ฟรานซ์ คาฟคา (Franz Kafka) แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานยืนยันก็ตาม

ไม่ว่าประโยคดังกล่าวจะเขียนโดยคาฟคาหรือไม่ อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับสาระที่ประโยคนี้ต้องการสื่อถึง นั่นคือ ความแก่ชรา หรือความอ่อนเยาว์ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องทางกายภาพ หรือกระบวนการทางชีววิทยาเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่อยู่ในใจของแต่ละคนอีกด้วย

ตราบเท่าที่เรายังมีทัศนคติ หรือความรู้สึกเหมือนคนหนุ่มสาว มองโลกด้วยความรู้สึกดี มองเห็นความงามในสรรพสิ่ง ใช้ชีวิตอย่างคนหนุ่มสาว เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างกระตือรือร้น เราก็จะไม่มีวันแก่เฒ่า (อย่างน้อยก็ในความรู้สึก) แต่ตรงกันข้าม หากเรามีทัศนคติ หรือความรู้สึกเหมือนคนแก่ชรา มองโลกด้วยความห่อเหี่ยว มองเห็นแต่ความหม่นหมองของสรรพสิ่ง ใช้ชีวิตอย่างซังกะตายอยู่ไปวันๆ เราก็ไม่ต่างจากผู้เฒ่าที่นั่งเฝ้ารอวันสุดท้ายของชีวิต

และทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา อาจจะเป็นการสรุปเรื่องราวอย่างย่นย่อที่สุด ของวรรณกรรมเยาวชนที่หลายคนหลงรักเล่มหนึ่ง นั่นคือ วรรณกรรมที่มีชื่อว่า ‘ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์’

หนังสือเรื่อง ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl’s Moving Castle) ผลงานของไดอาน่า เวนน์ โจนส์ (Diana Wynne Jones) ซึ่งต่อมาถูกดัดแปลงเป็นอะนิเมชั่นโดย สตูดิโอ จิบลิ และกลายเป็นหนึ่งในการ์ตูนที่มีคนรักมากที่สุดในโลก

วรรณกรรมรางวัล บอสตัน โกลบ-ฮอร์น ในปี 1986 เล่าเรื่องราวของ ‘โซฟี’ ลูกสาวคนโตของร้านทำหมวก เธอผู้ถูกแม่มดใจร้ายสาปให้เป็นยายแก่ หลังจากนั้นโซฟีตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เพื่อหาวิธีถอนคำสาปของแม่มดแห่งทุ่งร้าง ซึ่งเป็นคนที่สาปให้เธอกลายเป็นหญิงชราวัยเก้าสิบ

ด้วยความบังเอิญ ชะตากรรมนำทาง หรือจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ โซฟีได้เข้าไปในปราสาทเวทมนตร์เคลื่อนที่ได้ของ ‘พ่อมดฮาวล์’ ซึ่งว่ากันว่าเป็นพ่อมดชั่วร้ายที่ชอบขโมยหัวใจของหญิงสาว โซฟีในร่างของยายเฒ่าจึงพบว่า แท้ที่จริงแล้วพ่อมดฮาวล์ไม่ใช่คนชั่วร้ายเลย เขาเหมือนเด็กหนุ่มเจ้าเสน่ห์แต่นิสัยไม่ดีคนหนึ่ง ออกจะหลงตัวเอง เอาแต่ใจตัวเอง และหมกมุ่นกับการไล่จีบสาวๆ ในเมือง

ที่ปราสาทแห่งนี้ โซฟีได้พบกับปีศาจเปลวไฟพูดได้ ชื่อ ‘คาลซิเฟอร์’ ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนปราสาทแห่งนี้ โซฟียังได้รู้อีกว่าชะตากรรมของคาลซิเฟอร์และฮาวล์ผูกพันกันด้วยคำสาป ทำให้ปีศาจเปลวไฟไม่สามารถหนีออกจากปราสาทได้ คาลซิเฟอร์ได้เสนอตัวจะช่วยถอนคำสาปให้แก่โซฟี โดยแลกเปลี่ยนกับการที่เธอต้องช่วยถอนคำสาปที่ผูกมัดคาลซิเฟอร์กับฮาวล์ โซฟีไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ เธอตอบตกลง แม้ว่าตัวเองก็ไม่รู้เลยว่าจะช่วยถอนคำสาปให้กับคาลซิเฟอร์ได้อย่างไร

หลังจากนั้นโซฟีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทเดินได้ หรืออีกนัยหนึ่ง ครอบครัวที่แสนพิลึกพิลั่นของฮาวล์ โดยโซฟีรับหน้าที่เป็นแม่บ้าน ผู้แปลงโฉมปราสาทสุดรกรุงรังให้ค่อยๆ แปรเปลี่ยนกลายเป็นบ้านอันแสนอบอุ่น คอยดูแลทั้งเรื่องข้าวปลาอาหารและเย็บชุนเสื้อผ้าให้แก่ฮาวล์ เป็นคุณยายใจดีให้กับ ‘ไมเคิล’ เด็กหนุ่มผู้ทำหน้าที่พ่อมดฝึกหัดของฮาวล์ รวมทั้งยังเป็นเพื่อนที่แสนดีให้กับปีศาจเปลวไฟ ผู้เป็นพลังขับเคลื่อนปราสาทเดินได้หลังนี้

เรื่องราวการผจญภัยของคุณยายโซฟีกับพ่อมดฮาวล์ในหนังสือ มีหลายจุดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นอะนิเมชั่นของสตูดิโอ จิบลิ (แม้ว่าทั้งสองแบบจะมีความสนุกสนานไม่แพ้กัน) ในขณะที่เวอร์ชั่นของจิบลิ เน้นเรื่องราวแฟนตาซีผจญภัย การต่อต้านสงคราม และความรักระหว่างโซฟีกับพ่อมดฮาวล์ แต่ในหนังสือดูจะให้ความสำคัญกับการค้นพบตัวเองของโซฟี รวมถึงพ่อมดฮาวล์มากกว่า

ตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง หนังสือพยายามย้ำกับเราว่า โซฟี ในฐานะพี่สาวคนโต ซึ่งต้องคอยดูแลน้องสาวอีกสองคน (ขณะที่ในเวอร์ชั่นอะนิเมชั่น โซฟี มีน้องสาวแค่คนเดียว) ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนแก่ หรือผู้ใหญ่คนหนึ่ง โซฟีต้องทำตัวเหมือนแม่ ขณะที่แม่ (ซึ่งเป็นแม่เลี้ยง) ไม่ได้สนใจดูแลลูกสักเท่าไหร่

จนเมื่อพ่อของโซฟีจากโลกนี้ไป แม่เลี้ยงของเธอจัดแจงวางเส้นทางชีวิตให้กับลูกๆ ทั้งสามคน ‘เล็ตตี้’ ลูกสาวคนรองถูกส่งไปทำงานในร้านขายขนมปัง ส่วน ‘มาร์ธา’ ลูกสาวคนเล็ก ได้ไปอยู่กับเพื่อนของแม่ รวมถึงได้เรียนต่อ ขณะที่โซฟีซึ่งเป็นคนรักเรียนกลับถูกให้ออกจากโรงเรียน และทำงานในร้านขายหมวกของพ่อ

อาจพูดได้ว่า โซเฟียไม่เคยได้รู้จักชีวิตในแบบของเด็กสาวเลย เธอใช้ชีวิตเหมือนยายแก่คนหนึ่ง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีทึมเทา ทำงานงกๆ ทั้งวัน แทบไม่ได้พูดจากกับใคร นอกจากลูกค้าในร้านขายหมวก เธอกลายเป็นเด็กสาวจืดชืด ผู้ตกใจกลัวแม้ตอนที่ชายหนุ่มแปลกหน้าชวนคุยหลอกล้อ

ตอนที่แม่มดแห่งทุ่งร้างสาปให้โซฟีกลายเป็นยายแก่อายุเก้าสิบปี ผมอดคิดไม่ได้ว่า แท้ที่จริงแล้วคำสาปนั้นคือเวทมนตร์ที่ทำให้ตัวตนในใจของเธอถูกขยายออกอย่างชัดเจน โซฟีใช้ชีวิตอย่างยายแก่มาโดยตลอด เธอจึงกลายเป็นแม่เฒ่าใบหน้าเหี่ยวย่น ผมสีขาวโพลน เดินเหินเชื่องช้าและตะกุกตะกัก

แต่หากมองในอีกแง่หนึ่ง คำสาปที่ว่ากลับเป็นพรอันประเสริฐ เพราะมันทำให้โซฟีเข้าใจในตัวเองมากขึ้นว่า ที่ผ่านมาเธอใช้ชีวิตอย่างซังกะตายเพียงใด และหลังจากที่กลายเป็นยายแก่แล้ว แทนที่เธอจะใช้ชีวิตตามแบบฉบับของคนแก่ เธอกลับเลือกใช้ชีวิตในแบบที่เธอไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการหนีออกจากบ้าน เพื่อหาวิธีถอนคำสาปด้วยตัวเอง การมุ่งหน้าสู่ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ โดยปราศจากความกลัวเกรงเหมือนที่ผ่านๆ มา เพราะโซฟีคิดเองว่า ในเมื่อเธอกลายเป็นหญิงชราไม้ใกล้ฝั่งแบบนี้แล้ว เธอก็ไม่มีอะไรจะสูญเสียอีก

การใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญ การมองโลกอย่างสวยงาม การเชื่อมั่นในวันพรุ่งนี้ รวมไปถึงการมีความรักผลิบานในหัวใจ ทำให้ท้ายที่สุด โซฟี หลุดพ้นจากคำสาป กลับคืนสู่สภาพหญิงสาวอีกครั้ง 

หรือเราอาจตีความอีกอย่างว่า เมื่อเธอเข้าใจและเข้าถึงคุณสมบัติของคนหนุ่มสาว โซฟีจึงได้หัวใจแห่งความอ่อนเยาว์กลับคืนมา

หากบทบาทของโซฟีในหนังสือเล่มนี้ สอนให้เราตระหนักถึงหัวใจของความอ่อนเยาว์  เรื่องราวในส่วนของพ่อมดฮาวล์และคาลซิเฟอร์ ก็น่าจะทำให้เราฉุกใจคิดถึงการสร้างความสมดุลระหว่างการงานและชีวิตส่วนตัว หรือ ระหว่างพลังอำนาจและหัวใจ

ฮาวล์และคาลซิเฟอร์ทำสัญญาผูกมัดกันและกันตั้งแต่ตอนที่ฮาวล์ยังเป็นเด็ก และคาลซิเฟอร์ยังเป็นแค่ดาวตกดวงหนึ่ง เพื่อให้ได้พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของปีศาจเปลวไฟ ฮาวล์จึงยอมเสียสละหัวใจของตนให้แก่คาลซิเฟอร์ และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ฮาวล์ถูกเรียกว่า ‘พ่อมดไร้หัวใจ’ ผู้เอาแต่ไล่ล่าขโมยหัวใจของหญิงสาว

ฮาวล์กลายเป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ โดยมีปราสาทเดินได้เป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ (ที่มาจากคาลซิเฟอร์) แต่ชีวิตของเขาไม่เคยได้พบกับความสุข และนั่นอาจทำให้เขาโหยหาความรักจากหญิงสาว (เพื่อไขว่คว้าหัวใจที่ตัวเองไม่มี)

ยิ่งไปกว่านั้น ฮาวล์ยังมีลักษณะของเด็กที่ไม่รู้จักโต ขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ และไม่ชอบให้ใครขัดใจ ซึ่งมีตอนหนึ่งที่ฮาวล์อกหักจากหญิงสาวคนหนึ่ง เขาถึงกับหมดอาลัยตายอยากและปล่อยเมือกสีเขียวเจิ่งนองทั่วปราสาท

หรือตอนที่ฮาวล์ถูกพระราชารับสั่งให้เข้าเฝ้า แต่เขาขลาดกลัวจนไม่อยากไป จึงพยายามขอร้องให้โซฟีไปเข้าเฝ้าแทน โดยอ้างว่าเธอคือแม่ของพ่อมดฮาวล์ 

อย่างไรก็ดี การมาถึงของโซฟีซึ่งเป็นเหมือนขั้วตรงข้ามของฮาวล์ ทำให้เขาค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตัวเอง จากเด็กที่มีพลังอำนาจสูง แต่ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ กลายเป็นชายหนุ่มที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และสุดท้าย ฮาวล์ ยังได้หัวใจของตัวเองกลับคืนมา ขณะที่คาลซิเฟอร์ ผู้เป็นอิสระหลุดพ้นจากพันธะผูกมัดในคำสาปก็ยังคงอยู่กับฮาวล์ต่อไป ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งชี้ว่า หัวใจและพลังอำนาจ หรือ ชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลได้

แน่นอนว่า ในหนังสือ (รวมถึงในอะนิเมชั่น) ไม่ได้มีการระบุชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ เพราะไดอาน่า เวนน์ โจนส์ ตั้งใจเขียนวรรณกรรมเยาวชน ไม่ใช่วรรณกรรมเชิงปรัชญา แต่ก็อย่างที่เคยมีนักเขียนท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า เรื่องราวในหนังสือ คือผลงานของผู้เขียน แต่การตีความสิ่งที่อยู่ระหว่างบรรทัดหนังสือ คือหน้าที่ของผู้อ่าน

สำหรับผมแล้ว หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้เป็นแค่วรรณกรรมแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแสนพิลึกพิลั่น หรือการผจญภัยที่สนุกสนาน หากแต่ยังเป็นตำราเวทมนตร์ที่สอนให้เรารู้จักมองอะไรลึกลงไปที่หัวใจ ไม่ใช่แค่เปลือกนอก เพราะหลายต่อหลายครั้ง หัวใจกับเปลือกนอกมักจะมีอะไรที่ดูขัดแย้งกันอยู่เสมอๆ

ไม่ว่าจะเป็น ผู้มีพลังอำนาจแสนยิ่งใหญ่ แต่ลึกๆ ข้างในกลับเปราะบางเหมือนเด็กน้อย หรือเด็กสาววัยรุ่นที่ตัวตนข้างในกลับไม่ต่างจากยายแก่วัยเก้าสิบ หรือปีศาจที่ภาพลักษณ์ดูน่ากลัว แต่ภายในกลับแสนอ่อนโยน

และท้ายที่สุด ไม่ว่าภายนอกของเราจะเป็นอย่างไร ไม่ได้เป็นข้อจำกัดให้เราต้องติดอยู่ในกรอบนั้นเสมอไป ตราบเท่าที่หัวใจของเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนา หรือเติบโตขึ้นเพื่อเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องแก่กว่าเดิม

Tags:

การเติบโตวรรณกรรมเยาวชนHowl’s Moving Castleไดอาน่า เวนน์ โจนส์การค้นพบตัวเอง

Author:

illustrator

สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน

อดีตนักแปล-นักข่าว ปัจจุบันเป็นพ่อค้า พ่อบ้าน และพ่อของลูกชายวัยรุ่น รักหนังสือ ชอบเข้าร้านหนังสือ และชอบซื้อหนังสือมาดองเป็นกองโต

Related Posts

  • Online Parenting Theory-nologo (2)
    Family Psychology
    สารพัดทฤษฎีเลี้ยงลูกออนไลน์ พ่อแม่ควรทำอย่างไรท่ามกลางข้อมูลที่ท่วมท้น

    เรื่อง ศุภณัฐ เติมชัยอนันต์ ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Dear ParentsMovie
    Boyhood: ครอบครัว แตกสลาย เติบโต

    เรื่อง พิมพ์พาพ์

  • Book
    The Fall: การร่วงหล่นของตัวตน สู่การแตกสลาย และเผยโฉม “มนุษย์สองหน้า” ที่อยู่ภายใน

    เรื่อง เจษฎา อิงคภัทรางกูร

  • Voice of New Gen
    คุณวุฒิ บุญฤกษ์: เด็กชายผู้ล้มเหลวในวิชาวิทย์ สู่นักวิจัยสายสังคมศาสตร์

    เรื่องและภาพ ณัฐชานันท์ กล้าหาญ

  • Character building
    สังคมแบบนี้ เด็กๆ ถึงจะ ‘อยู่ดีและมีความสุข’

    เรื่อง วิภาวี เธียรลีลา

  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts
  • Creative Learning
  • Life

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel