Skip to content
แบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอน
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    อ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily PsychologyDear ParentsEarly childhoodHow to get along with teenager
  • Knowledge
    Growth & Fixed MindsetGritEF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning Theory
  • Life
    Myth/Life/CrisisLife classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy life
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
แบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอน
Transformative learning
12 October 2026

พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP4: แผนปฏิรูปโรงเรียน

เรื่อง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา ตอนที่ 4 ตีความจากหนังสือ Transformative Student Voice : Partnering with Young People for Equitable School Improvement (2025) เขียนโดย Shelley Zion, Ben Kirshner และ Carlos P. Hipolito-Delgado บทที่ 3 School Improvement Planning and School Reform ร่วมกับการเพิ่มเติมแนวคิดของผู้เขียน

บทก่อนหน้าได้ยืนยันความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีเสียงในทุกด้านของโรงเรียน บทนี้เน้นย้ำว่า “กระบวนการพัฒนา วางแผนยุทธศาสตร์ และปฏิรูปโรงเรียน” ควรให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบระยะยาวสูง เสียงนักเรียนจึงไม่ควรถูกจำกัดแค่แบบสอบถามเท่านั้น บทนี้จะพาไปรู้จักระดับของการมีเสียงของนักเรียน 3 ระดับ

เสียงนักเรียน 3 ระดับ  

Transformative Student Voice (TSV) ประกอบด้วยระดับการมีเสียงของนักเรียน 3 ระดับ ซึ่งผู้ขับเคลื่อนต้องสร้างพื้นที่ ให้นักเรียนมีบทบาทในทุกระดับ ได้แก่:

1. ระดับที่ 1: “ที่ปรึกษา” (Advisor) – นักเรียนให้ข้อมูลหรือความคิดเห็น เช่น การตอบแบบสอบถาม การใส่กล่องเสนอแนะ หรือร่วมวงพูดคุยกับผู้บริหาร โดยผู้ใหญ่รับฟังและนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ จุดสำคัญคือ ต้องรายงานผลกลับให้นักเรียนรู้ว่า ได้นำข้อมูลของพวกเขาไปใช้อย่างไร

2. ระดับที่ 2: “ผู้ร่วมมือ” (Collaborator) – นักเรียนทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ในโครงการเฉพาะ เช่น ร่วมออกแบบการพัฒนาครู ร่วมพัฒนาหลักสูตร หรือออกแบบแบบสอบถามวัฒนธรรมโรงเรียน เป็นการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมแต่จำกัดในช่วงเวลา

3. ระดับที่ 3: “ผู้นำร่วม” (Leader) – นักเรียนมีบทบาทประจำในคณะกรรมการ หรือเวทีที่กำหนดนโยบาย เช่น คณะกรรมการวางแผนยุทธศาสตร์ ปรับปรุงหลักสูตร หรือตรวจสอบข้อมูล โดยเน้นการแบ่งปันอำนาจและความรับผิดชอบกับผู้ใหญ่ในกระบวนการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง

ผู้เขียนยกตัวอย่างจากเขตต่างๆ ที่ใช้ทั้ง 3 ระดับนี้ร่วมกัน เช่น เขต Noble Township ที่ให้นักเรียนเป็นสมาชิกถาวรใน “สภาความเสมอภาค” เขต South Country ที่ทำงานร่วมกับนักเรียนแก้ปัญหาเฉพาะ และ Rural Schools Climate Project ที่พัฒนาโรงเรียนร่วมกับมหาวิทยาลัยในระยะ 4 ปี โดยให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมโรงเรียน

  • นักเรียนในฐานะผู้นำร่วม

ในกระบวนการวางแผนพัฒนาโรงเรียนและการปฏิรูประบบการศึกษา นักเรียนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับรู้หรือผู้ให้ความเห็นเท่านั้น แต่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางของโรงเรียนร่วมกับครูและผู้บริหาร

การมีส่วนร่วมของนักเรียนต้องครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่มักถูกละเลย เพื่อสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมในโรงเรียน นักเรียนได้รับการฝึกฝนให้พัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ การวิจัยเชิงมีส่วนร่วม และการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อให้สามารถเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริงในโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเป็นผู้นำร่วมของนักเรียนช่วยสร้างความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนระหว่างเยาวชนกับผู้ใหญ่ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดอย่างเปิดกว้าง และเพิ่มความรับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาโรงเรียน นอกจากนี้ยังช่วยให้นักเรียนรู้สึกเป็นเจ้าของและมีความผูกพันกับชุมชนโรงเรียนมากขึ้น

มีกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการมีนักเรียนเป็นผู้นำร่วมในกระบวนการวางแผนและปฏิรูปโรงเรียน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ทั้งในด้านวัฒนธรรมโรงเรียน การเรียนการสอน และนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง

การยอมรับและสนับสนุนให้นักเรียนเป็นผู้นำร่วมในกระบวนการพัฒนาโรงเรียน เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างระบบการศึกษาที่เท่าเทียม มีความหมาย และยั่งยืน ซึ่งครูและผู้บริหารควรให้ความสำคัญและเปิดโอกาสอย่างจริงจัง

  • นักเรียนในฐานะผู้ร่วมมือ

นักเรียนมีบทบาท “ร่วมมือ” กับผู้ใหญ่ในการพัฒนาโรงเรียน โดยไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ แต่มีส่วนร่วมในการออกแบบและดำเนินโครงการที่จับต้องได้ เช่น การพัฒนาแบบสำรวจวัฒนธรรมโรงเรียน การร่วมสร้างหลักสูตร หรือกิจกรรมพัฒนาครู แม้บทบาทนี้ยังไม่ถึงขั้นมีอำนาจร่วมในเชิงนโยบาย แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้ฝึกคิด แสดงความเห็น และลงมือทำในประเด็นที่มีผลกระทบต่อชีวิตจริงของตนเอง

การมีส่วนร่วมแบบร่วมมือ มักเป็นโครงการช่วงสั้นๆ ที่มีเป้าหมายชัดเจน และยุติลงเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น เช่น การแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติทางเพศในกฎระเบียบโรงเรียน การเสนอพื้นที่ปลอดภัยทางสุขภาพจิต หรือการร่วมสร้างนโยบายส่งเสริมสุขภาวะในโรงเรียน เน้นว่าการให้บทบาทนักเรียนในระดับ “ผู้ร่วมมือ” เป็นก้าวสำคัญที่สร้างความมั่นใจ พัฒนาทักษะภาวะผู้นำ และเป็นฐานสู่การเป็น “ผู้นำร่วม” ในอนาคต

  • นักเรียนในฐานะผู้ให้ความเห็น

เป็นระดับพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของนักเรียน โดยนักเรียนทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น หรือข้อมูล เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้ใหญ่ ตัวอย่างรูปธรรม ได้แก่ การตอบแบบสอบถาม การใส่ความคิดเห็นในกล่องแสดงความคิดเห็น การเข้าร่วมเวทีพูดคุยกับผู้บริหารโรงเรียน หรือการให้ข้อมูลในวงปรึกษา

แม้บทบาทนี้จะยังไม่ใช่การมีอำนาจร่วม แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างวัฒนธรรมแห่งการฟังและเคารพเสียงของนักเรียน สิ่งสำคัญคือต้อง “สื่อสารป้อนกลับ” คือ เมื่อรับฟังความคิดเห็นแล้ว ต้องแจ้งผลกลับว่า ข้อมูลถูกนำไปใช้อย่างไร หากข้อเสนอของนักเรียนไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องอธิบายเหตุผลและเสนอทางเลือกอื่น การให้บทบาทในระดับที่ปรึกษาช่วยให้นักเรียนรู้สึกว่าความเห็นของตนมีคุณค่า และเป็นก้าวแรกสู่การมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ดำเนินการให้เกิดผล

การบูรณาการเสียงของนักเรียนให้ได้ผลจริง ต้องอาศัยการออกแบบเชิงระบบที่ชัดเจน มีพื้นที่และโครงสร้างรองรับอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งจัดเวลา ทรัพยากร และการฝึกอบรมสำหรับทั้งนักเรียนและผู้ใหญ่ เพื่อสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

  • การวางรากฐาน

พื้นฐานสำคัญของการขับเคลื่อน Transformative Student Voice (TSV) ให้ประสบความสำเร็จ ต้องเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ความเชื่อพื้นฐานที่ว่า “นักเรียนมีความสามารถและคุณค่าที่แท้จริงในการร่วมเปลี่ยนแปลงระบบ” (2) ความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมระหว่างนักเรียนและผู้ใหญ่ ที่มีจากความไว้วางใจ การเคารพซึ่งกันและกัน และความมุ่งมั่นร่วมกันในการเรียนรู้ และ (3) โครงสร้างรองรับที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เช่น เวลา พื้นที่ และบทบาทที่มีความหมาย หากไม่มีรากฐานเหล่านี้ การมีส่วนร่วมของนักเรียนจะกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในระบบการศึกษา

  • เริ่มต้น

แนวทางเริ่มต้นการขับเคลื่อน TSV เน้นให้โรงเรียน หรือเขตการศึกษา เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่มีความหมาย เช่น การตั้งวงสนทนาเล็กๆ ระหว่างนักเรียนกับผู้บริหาร การรับฟังเสียงนักเรียนในการตัดสินใจเรื่องใกล้ตัว เช่น การออกแบบพื้นที่เรียน หรือการกำหนดกติกาชั้นเรียน การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใหญ่หรือสมบูรณ์แบบในทันที แต่ต้องมีเจตจำนงที่ชัดเจนในการเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับผู้ใหญ่ ให้เป็นแบบมีส่วนร่วมและเท่าเทียม

นอกจากนี้ยังเสนอให้โรงเรียนสร้างพื้นที่ปลอดภัย สำหรับการแสดงออกของนักเรียน ตั้งคำถามว่านักเรียนจะมีส่วนร่วมได้ตรงไหน และจะจัดสรรเวลา ทรัพยากร และการสนับสนุนอย่างไร พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมผู้ใหญ่ให้เปิดใจฟัง ไม่ตัดสิน และพร้อมเรียนรู้ร่วมกัน การเริ่มต้น TSV ที่ดีต้องสร้างความไว้วางใจ และเห็นนักเรียนเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาโรงเรียน ไม่ใช่เพียงผู้รับบริการ

จัดเตรียมทรัพยากร ทรัพยากรสำคัญที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ TSV เกิดขึ้นได้จริงและยั่งยืน ได้แก่ ทรัพยากรด้านเวลา งบประมาณ บุคลากร และพื้นที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของนักเรียน โรงเรียนต้องจัดเวลาที่เหมาะสมสำหรับการประชุมร่วมระหว่างนักเรียนกับผู้ใหญ่ จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนกิจกรรม ฝึกอบรม หรือค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของครู

นอกจากนี้ยังควรมีผู้รับผิดชอบอย่างเป็นทางการ เช่น ผู้ประสานงาน TSV หรือครูแกนนำที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร และควรสร้าง “โครงสร้างถาวร” เช่น คณะกรรมการร่วม นักเรียน-ครู-ผู้บริหาร เพื่อให้งาน TSV ไม่ขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเป็นเพียงโครงการระยะสั้น  

การลงทุนในทรัพยากรเหล่านี้ไม่ใช่เป็นภาระ แต่คือการวางรากฐานของโรงเรียนที่มีความเป็นธรรม เท่าเทียม และเติบโตไปพร้อมกับนักเรียน

จัดแผนผังเวลา (Timeline) ของการดำเนินการ ควรวางแผนเป็นระยะยาวอย่างน้อย 3 ปี โดยปีแรกเน้นการสร้างทีม วางโครงสร้าง และฝึกอบรม ปีที่สองเน้นการดำเนินกิจกรรม ทดลองกลไก และขยายบทบาทนักเรียน ส่วนปีที่สามเน้นการปรับระบบให้ยั่งยืน เชื่อมโยงกับนโยบายและการประเมินผล การเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมต้องใช้เวลา ไม่ควรเร่งรัด และต้องยืดหยุ่นตามบริบทของแต่ละโรงเรียนหรือเขตการศึกษา

ระวังกับดัก กับดักหรือข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการขับเคลื่อน Transformative Student Voice (TSV) ได้แก่การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่ดูเหมือนเปิดกว้าง แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียง “ภาพลักษณ์เชิงสัญลักษณ์” (Tokenism) ที่นักเรียนไม่มีอำนาจหรือบทบาทจริงในการตัดสินใจ อีกกับดักหนึ่งคือการเร่งดำเนินการโดยไม่เตรียมความพร้อมให้ทั้งนักเรียนและผู้ใหญ่ นำสู่สภาพที่มีความไม่เข้าใจ ความขัดแย้ง หรือความล้มเหลวในการมีส่วนร่วมที่แท้จริง

หากโรงเรียนไม่สร้างวัฒนธรรมแห่งความไว้วางใจ เปิดใจเรียนรู้ และไม่กำหนดบทบาทนักเรียนอย่างมีความหมาย กระบวนการ TSV จะไม่ยั่งยืนและอาจสร้างความผิดหวังแก่ทั้งนักเรียนและครู ดังนั้น การหลีกเลี่ยงกับดักเหล่านี้ต้องอาศัยเจตจำนงที่จริงใจ โครงสร้างที่ชัดเจน และความพร้อมในการฟังเสียงของนักเรียนอย่างแท้จริง

สรุป

การขับเคลื่อน Transformative Student Voice (TSV) ไม่ใช่แค่การสร้างพื้นที่ให้นักเรียนมีเสียงเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้าง วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ในระบบการศึกษาให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมอย่างแท้จริง โดยต้องมีความตั้งใจ ลงมือทำจริง และพร้อมเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรียน การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องใช้เวลา ความกล้าหาญ และพันธกิจร่วมกันจากทั้งครู นักเรียน และผู้นำระบบ

สามารถอ่านบทความ พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP1 – EP3 ได้ที่นี่

พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP1: การจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน เป็นพลังพลิกโฉมโรงเรียน ระบบการศึกษา และสังคม

พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP2: เสียงพลิกโฉมระบบของนักเรียน (Transformative Student Voice – TSV) คืออะไร

พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP3: เตรียมพร้อม

Tags:

หนังสือศ.นพ.วิจารณ์ พานิชพลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษาTransformative Student Voice

Author:

illustrator

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช

รองประธานกรรมการมูลนิธิสยามกัมมาจล ผู้อำนวยการคนแรกของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) และได้ดำรงตำแหน่ง 2 สมัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม(สคส.) ดำรงตำแหน่งกรรมการของหน่วยงานและมูลนิธิหลายแห่ง

Illustrator:

illustrator

ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

นักวาดภาพที่ใช้ชื่อเล่นว่า ววววิน facebook, ig : wawawawin

Related Posts

  • Transformative learning
    พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP3: เตรียมพร้อม

    เรื่อง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Transformative learning
    พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP2: เสียงพลิกโฉมระบบของนักเรียน (Transformative Student Voice – TSV) คืออะไร

    เรื่อง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • Transformative learning
    พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา EP1: การจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน เป็นพลังพลิกโฉมโรงเรียน ระบบการศึกษา และสังคม

    เรื่อง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ภาพ ณัฐวัตร์ สุพรรณกูล

  • BookEarly childhood
    พลังแห่งวัยเยาว์: ขอผู้ใหญ่ ‘อย่าเข้าไปยุ่ง’ เด็กเล็กควรเล่นอิสระมากกว่าฝึกฝน

    เรื่องและภาพ ณิชากร ศรีเพชรดี

  • Creative learning
    คนไม่มีความรู้=คนไม่มีอำนาจ?

    เรื่อง The Potential

  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel