Skip to content
แบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอน
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    Dear ParentsEarly childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily Psychology
  • Knowledge
    Growth & Fixed MindsetGritEF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning Theory
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
แบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอน
Unique School
24 February 2026

‘ขาด ลา มาสาย’ เรื่องที่ครูต้องรู้มากกว่าการเช็กชื่อ: ถอดบทเรียนการใช้ข้อมูลเพื่อดูแลเด็กทุกมิติของ ‘โรงเรียนบ้านกู้กู’ 

เรื่อง นฤมล ทับปาน

  • ข้อมูล ‘ขาด ลา มาสาย’ ของแต่ละคน จะถูกบันทึกและเก็บรวบรวมในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งจะแสดงให้เห็นประสิทธิภาพการมาเรียนและวินัยของนักเรียน ช่วยให้ครูและผู้ปกครองเข้าใจสาเหตุที่ไม่มาเรียน เพื่อที่จะได้หาทางช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม
  • โรงเรียนบ้านกู้กู จังหวัดภูเก็ต ใช้ระบบ Q-info (Quality Learning Information System) ในการจัดเก็บข้อมูลเด็กทุกมิติ ช่วยให้ครูดูแลใส่ใจเด็กและพัฒนาการเรียนรู้ได้ตรงจุด
  • ระบบ Q-info ทำให้ครูทำงานง่ายขึ้น สะดวกขึ้น มีแอปพลิเคชันรองรับ และสามารถประมวลผลข้อมูลที่เชื่อมโยงกันรอบด้าน ทั้งผลการเรียน ภาวะโภชนาการ อัตราการมาเรียน เพื่อที่เราจะสามารถวางแผนติดตามดูแลเด็กได้ทัน อีกทั้งยังส่งต่อให้กับเพื่อนครูที่รับช่วงต่อในการดูแลเด็ก ทำให้ลดจำนวนเด็กที่จะหลุดจากระบบการศึกษาได้ 

“ข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว ข้อมูลการมาเรียน ข้อมูลด้านโภชนาการ ถ้าเรารู้จักข้อมูลและใช้เป็น ข้อมูลจะเป็นตัวส่งสัญญาณให้เราได้เห็นปัญหาของเด็กรอบด้าน เราต้องใช้พลังของข้อมูลในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ได้รับการศึกษา ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและทันท่วงที”     

ผอ.ทิพย์วิมล เพ็ชรฉุย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกู้กู จังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความสำคัญของข้อมูลในการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในเสวนาออนไลน์ Together We Grow ครั้งที่ 3 หัวข้อ ส่งมอบความรัก ด้วยพลังแห่งการใช้ข้อมูลเพื่อดูแลและใส่ใจ ‘หัวใจ’ เด็กๆ

โดยในทุกๆ วันของการเรียนการสอนในแต่ละวิชา นอกจากการกล่าวทักทายกันระหว่างคุณครูผู้สอนกับนักเรียน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ ‘การเช็กชื่อ’ การมาเรียนของแต่ละคน ข้อมูลนี้จะถูกบันทึกและเก็บรวบรวมในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งจะแสดงให้เห็นประสิทธิภาพการมาเรียนและวินัยของนักเรียน ช่วยให้ครูและผู้ปกครองเข้าใจสาเหตุที่ไม่มาเรียน เพื่อที่จะได้หาทางช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม

หลังจากนั้น เมื่อเรียนไประยะหนึ่งก็จะเข้าสู่ช่วงการสอบวัดผลเก็บคะแนนต่างๆ ข้อมูลผลการเรียนเหล่านี้จะแสดงให้เห็นพัฒนาการเรียนรู้และความเข้าใจในแต่ละวิชา รวมไปถึงข้อมูลด้านโภชนาการ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพกายใจ และความพร้อมในการเรียนรู้ในชั้นเรียนด้วย

อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวมักจะเป็นข้อมูลที่ไม่ได้พร้อมใช้นัก เพราะกว่าจะถูกประมวลผลออกมาจนเห็นถึงความผิดปกติของเด็กคนหนึ่งก็อาจจะช้าเกินไป โรงเรียนบ้านกู้กู อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จึงใช้ระบบ Q-Info (Quality Learning Information System) เป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน

‘ระบบ Q-Info’ การจัดเก็บข้อมูลเด็กทุกมิติ ช่วยครูดูแลใส่ใจเด็กและพัฒนาการเรียนรู้ได้ตรงจุด 

“โรงเรียนบ้านกู้กู เราใช้ข้อมูลในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบในทุกมิติ”  

ผอ.ทิพย์วิมล เล่าว่า เดิมทีโรงเรียนบ้านกู้กูใช้ระบบการกรอกข้อมูลทั้งแบบการเขียนลงกระดาษ ร่วมกับการใช้โปรแกรม Excel ในการคำนวน และวิเคราะห์ผลเอง ปัญหาคือขาดความเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ แต่ระบบ Q-info ผู้บริหารสามารถที่จะเห็นการประมวลโดยรวมว่า ในแต่ละระดับชั้น ในแต่ละรายวิชา หรือภาพรวมทั้งหมดของโรงเรียน มีการวัดและประเมินผลในระดับใดบ้าง 

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนฝ่ายวิชาการกับทะเบียนวัดผล จะต้องเอาปพ. 5 (แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน) มา แล้วก็โปรแกรม Excel รวมๆ กันมา แล้วก็หาค่าเฉลี่ย แต่ว่าตอนนี้คุณครูผู้สอนเขาจะกรอกข้อมูล แล้วระบบก็จะประมวลผลให้เอง ให้เราเห็นผลได้ด้วยเร็วขึ้น

แล้วพอเรามาเริ่มใช้ระบบ Q-info ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น สะดวกขึ้น มีแอปพลิเคชันรองรับ เเล้วก็สามารถประมวลผลข้อมูลเชื่อมโยงกันหมด”

ข้อมูลการมาเรียนของนักเรียนแต่ละคนที่ได้มานั้น ผอ.ทิพย์วิมล อธิบายว่า จะสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ เด็กกลุ่มปกติที่มาเรียนครบ กลุ่มนี้เน้นวางแผนเพื่อส่งเสริมศักยภาพอย่างต่อเนื่อง อีกกลุ่มคือ เด็กกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ขาดเรียนเกินกำหนดจนหมดสิทธิสอบ และกลุ่มที่ติดตามจนพบว่ามีปัญหา ต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงรุก เช่น เด็กที่ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนได้ด้วยปัญหาสุขภาพ โรงเรียนจึงปรับแผนการเรียนที่ยืดหยุ่นให้ เพื่อให้เด็กไม่หลุดจากระบบการศึกษา

“ระบบ Q-info จะรายงานแยกย่อยให้เห็นถึงความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นด้านผลการเรียน ด้านข้อมูลโภชนาการ น้ำหนัก ส่วนสูง อัตราการมาเรียน เพื่อที่เราจะสามารถวางแผนติดตามดูแลเด็กได้ทัน” 

นอกจากนี้ข้อมูลในระบบ Q-info จะเชื่อมโยงกับข้อมูลจาก OBEC Care ระบบสารสนเทศออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาแบบครบวงจร ช่วยครูในการเก็บข้อมูลรายบุคคล คัดกรองความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ การเรียน พฤติกรรม และเศรษฐกิจ และติดตามผลเชิงรุกเพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา 

“ในส่วนของข้อมูลด้านภาวะโภชนาการของเด็กๆ ระบบจะประมวลผลโดยรวมและเป็นประเภทมาให้เลยว่า นักเรียนกลุ่มเสี่ยงของเรามีจำนวนเท่าไร เราก็จะนำข้อมูลของเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการที่มีน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาวางแผนว่า เราจะทำยังไงดีนะ เพื่อที่จะให้เด็กๆ เขามีน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์ เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพเเละความพร้อมในการเรียนรู้ ซึ่งโรงเรียนได้ประสานภาคีเครือข่ายคือ กองทุนหลักประกันสุขภาพประจำตำบลในการสนับสนุนอาหารเช้า เป็นงบประมาณที่เราได้มาดูแลเด็กๆ

นอกจากภาวะโภชนาการที่เราดูแลแล้ว ยังมีข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงจาก OBEC Care คือข้อมูลเด็กยากจน เราก็จะดึงข้อมูลมาของบประมาณสนับสนุนเด็กที่มีความขาดแคลนทุนทรัพย์”

ทั้งนี้ ในการดูแลช่วยเหลือหรือเสริมแรงให้เด็กได้พัฒนารอบด้านด้วยข้อมูลสารสนเทศ ผอ.ทิพย์วิมล มองว่าจะดูจากระบบอย่างเดียวไม่ได้ คนที่อยู่หน้างานกับเด็กๆ ก็คือคุณครูจะเป็นคนสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลจากในระบบมาสู่การช่วยเหลือดูแลเด็ก

‘Student Profile’ การเชื่อมข้อมูลที่จะทำให้ครูรู้จักนักเรียนรายบุคคลและส่งต่อการดูแลอย่างไร้รอยต่อ

ครูตาล-ศิวพร ไกรนรา ครูแกนนำโรงเรียนบ้านกู้กู เล่าในมุมของคุณครูผู้เก็บข้อมูลเด็กและใช้ข้อมูลนั้นในการวางแผนดูแลช่วยเหลือเด็กว่า ถ้าคุณครูสามารถนำข้อมูลมาจัดเก็บให้เป็นระบบ และนำไปใช้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมรอบด้าน คุณครูก็จะสามารถติดตามและดูแลนักเรียนได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียนได้ อีกทั้งข้อมูลที่ได้ช่วยเหลือนักเรียนแล้ว สามารถส่งต่อให้กับเพื่อนครูที่รับช่วงต่อในการดูแลเด็ก ซึ่งแน่นอนว่าจะสามารถลดจำนวนเด็กที่จะหลุดจากระบบการศึกษาได้ เนื่องจากพวกเขาจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ 

“บทบาทของครูในแต่ละวันเราจะต้องอยู่กับเด็กๆ เช้ามา…แน่นอนค่ะว่าเราต้องดูก่อนว่าวันนี้เด็กๆ ของเรามากี่คน ซึ่งระบบ Q-info ก็จะสะดวกมากสำหรับคุณครู ในการใช้สมาร์ทโฟน ใช้ Q-Attendance (แอปพลิเคชันเช็กชื่อและบันทึกข้อมูลนักเรียนรายบุคคลบนมือถือ) ในการที่จะเช็กนักเรียนในแต่ละวัน ซึ่งสามารถที่จะเช็กได้อีกด้วยว่า ในส่วนของ Early warning หรือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงของเรามีใครบ้างที่ในช่วงสัปดาห์นี้ขาดเรียนต่อเนื่องกัน ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เราต้องติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือ หรือว่าประสานกับผู้ปกครองเพื่อที่จะร่วมกันดูแลนักเรียน”

ครูตาลยกตัวอย่างเคสเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ไม่มีความสามารถที่จะเลี้ยงดูลูกได้ จากที่ได้ข้อมูลว่าขาดเรียนบ่อย และได้ติดตามถึงบ้าน ทำให้ทราบถึงปัญหาของเด็ก คุณครูและผอ.จึงร่วมกันวางแผนโดยประสานงานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต และทางสำนักงานพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต ในการให้ความช่วยเหลือพาเด็กไปอยู่ในสถานที่ที่มีความปลอดภัย และได้รับการดูแลด้านสภาพจิตใจ ปัจจุบันแม้เด็กคนนี้จะไม่ได้เรียนที่โรงเรียนบ้านกู้กูแล้ว แต่อย่างน้อยข้อมูลนี้ทำให้เด็กได้รับการช่วยเหลือและส่งต่อไปยังญาติที่พร้อมจะดูแลให้ความอบอุ่น และได้อยู่ในระบบการศึกษาต่อไป

“เมื่อเรามีระบบ Q-info ที่สามารถประเมินตัวชี้วัดผลการเรียนรายวิชาของนักเรียนได้ ทำให้เห็นว่าเด็กขาดด้านไหน เราสามารถที่จะเสริมให้ได้ผ่านการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม 

ครูเองก็มีเวลามากขึ้นไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์ข้อมูลเอง แต่ใช้ข้อมูลที่มีนำไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอน พาเด็กไปลงพื้นที่ เพื่อการวัดประเมินผลที่หลากหลายมากขึ้น ที่สำคัญเราสามารถที่จะสะท้อนผลการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาให้กับเด็กๆ ได้ 

ข้อมูลทุกส่วนของเด็กก็จะอยู่ใน Student Profile ซึ่งมีข้อมูลพื้นฐานของเด็ก รวมไปถึงข้อมูลพื้นฐานครอบครัว ซึ่งเชื่อมโยงมาจากข้อมูลของ OBEC Care ซึ่งข้อมูลปัจจัยพื้นฐานของเด็กยากจนส่วนนี้เป็นจุดดีมาก ช่วยร่นเวลาให้ครู เมื่อก่อนต้องเช็กทั้งเวลาเรียนใน Q-info และต้องไปเช็กข้อมูลอื่นๆ ประกอบกันด้วย แต่ในระบบตอนนี้เชื่อมโยงข้อมูลของเด็กรายบุคคลทั้งหมด แล้วก็ประมวลออกมาเป็น Student Profile มันทำให้ง่ายที่ครูจะเข้าถึงข้อมูล และที่สำคัญในการที่รับช่วงต่อมา เราจะได้รู้ข้อมูลเด็กก่อนที่จะดูแลเขา หรือส่งต่อข้อมูลให้กับครูที่จะรับช่วงต่อในชั้นถัดไปได้” 

ในมุมมองของผู้บริหารโรงเรียน ผอ.ทิพย์วิมล กล่าวว่า “การที่เห็นคุณครูทำงานอย่างมีความสุข แล้วเด็กๆ ของเรามาเรียนรู้อย่างมีความสุข คือสิ่งที่ทำให้เราอยากที่จะพัฒนาระบบการทำงาน เพื่อให้คุณครูมีกำลังมีแรงพอที่จะไปออกแบบการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับภารกิจงานของเขาโดยตรง 

ในขณะเดียวกันนักเรียนเองจะได้รับการจัดการศึกษา ได้รับการพัฒนา ได้เรียนได้เล่นได้ทำในสิ่งที่สมควรกับช่วงวัย แล้วเขาก็จะเติบโตอย่างมีความสุข”

Tags:

Q-infoข้อมูล (Data)ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนครูตาล-ศิวพร ไกรนราผอ.ทิพย์วิมล เพ็ชรฉุยโรงเรียนบ้านกู้กูการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

Author:

illustrator

นฤมล ทับปาน

Related Posts

  • Social Issues
    ครูต้องมีใจเมตตา ห้องเรียนต้องเปิดกว้าง ยืดหยุ่น และโอบรับเด็กทุกโจทย์ชีวิต: ผอ.สุทิสา สุธาบูรณ์ โรงเรียนเนกขัมวิทยา

    เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • Transformative learning
    ‘ข้อมูลที่ตรงจริง กับคุณครูที่มีหัวใจ’ โรงเรียนเปลี่ยนได้ด้วย Data Driven: ผอ.ปัฐน์ศรัญย์ จิตต์ประยูร

    เรื่อง นิภาพร ทับหุ่น

  • Transformative learningSocial Issues
    ขับเคลื่อนการศึกษาคุณภาพ ปั้นสมรรถนะ ‘เด็กตงห่อ’ สานต่ออนาคตของภูเก็ต

    เรื่อง กนกพิชญ์ อุ่นคง

  • Dr. Udom-nologo
    Transformative learning
    “ผมไม่เคยหมดหวังกับการศึกษา” ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ชวนทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ

    เรื่อง The Potential ภาพ ปริสุทธิ์

  • Dek-Hoo-Jak-Kuam_nologo
    Transformative learningSocial Issues
    ‘เด็กฮู้จักควม’ คิดเป็น ทำเป็น เห็นคุณค่าในตัวเอง เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเชิงพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ    

    เรื่อง นฤมล ทับปาน

  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel