- ‘คิก’ สุธิชัย เป็นสุข นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเนกขัมวิทยา เด็กที่เกือบหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงโควิด ที่ทุกโรงเรียนปรับรูปแบบมาเป็นการเรียนออนไลน์ ด้วยปัญหาเรื่องรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงเลือกทำงานรับจ้างตัดมะพร้าวเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกแรง
- ‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และตอบโจทย์เด็กที่ไม่สามารถเข้าห้องเรียนได้เต็มเวลา ดึงให้คิกกลับมาเรียนอีกครั้ง โดยมีสวนมะพร้าวเป็นเหมือนห้องเรียนที่มากด้วยวิชาชีพ วิชาชีวิต บ่มเพาะวินัยและความรับผิดชอบ
- หลังจากที่ได้กลับมาเรียนในห้องเรียนบวร คิกอยากทำธุรกิจแปรรูปมะพร้าว เพราะคลุกคลีกับการทำงานในสวนมะพร้าวมาตั้งแต่เด็กๆ และมะพร้าวน้ำหอมเองก็เป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี ถือเป็นการสืบสานภูมิปัญญาของชุมชนด้วย
ย้อนกลับไปช่วงสถานการณ์โควิดที่ทุกอย่างหยุดชะงัก ในตอนนั้นมีเด็กหลายต่อหลายคนหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยจาก ‘รายงานพิเศษความจริงและความเร่งด่วนของสถานการณ์เด็กนอกระบบในประเทศไทย’ โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ปี 2562 – 2567 พบเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 3 – 18 ปี กว่า 1.02 ล้านคนหลุดจากระบบการการศึกษา ด้วยเหตุปัจจัยหลายประการไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว ความไม่พร้อมของการเรียนออนไลน์ การสูญเสียแรงจูงใจและปัญหาสุขภาพจิต และช่วงรอยต่อปีการศึกษา ซึ่งเด็กมักเลือกที่จะไม่เรียนต่อ
‘คิก’ สุธิชัย เป็นสุข ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเนกขัมวิทยา จ.ราชบุรี เป็นหนึ่งในเด็กที่เกือบหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงโควิด ที่ทุกโรงเรียนปรับรูปแบบมาเป็นการเรียนออนไลน์ ในตอนนั้นคิกกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เมื่อทางบ้านประสบปัญหาเรื่องรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย เขาจึงเลือกทำงานรับจ้างตัดมะพร้าวเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกแรง
“ตอนนั้นอยู่ม.2 ครับ เป็นช่วงโควิดระบาด แล้วต้องเรียนออนไลน์ครับ การเรียนออนไลน์มันมีความยากลำบากหลายๆ อย่าง ทำให้ไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรียน แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือรายได้ในครอบครัวไม่พอ หลักๆ คือเป็นหนี้เยอะ ก็เลยออกมาทำงาน ไม่ลาออกครับแต่ว่าหายไปเลย ก็รับจ้างตัดมะพร้าวเอามาขึ้นรถและก็ขาย เป็นมะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอมครับ”
คิกเล่าย้อนถึงเหตุจำเป็นที่ทำให้เขาหายไปจากโรงเรียนเกือบ 1 ปีเต็ม ซึ่งหลังจากที่คิกเริ่มไม่เข้าเรียนออนไลน์ เขาเล่าว่า ผอ.สุทิสา สุธาบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเนกขัมวิทยาและคุณครูได้มาติดตามถึงบ้านเพื่อให้กลับไปเรียน แต่ในตอนนั้นเขาคิดว่าสามารถทำงานหารายได้ได้แล้วจึงไม่อยากกลับไปเรียน เขาถูกตื้อหลายครั้งจนในที่สุดก็ยอมพูดคุยกับผอ.และคุณครู เพื่อหาแนวทางการเรียนร่วมกัน
และทางเลือกที่สามารถดึงคิกกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ ก็คือ ‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ นวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์เด็กที่ไม่สามารถเข้าห้องเรียนได้เต็มเวลา

‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ การศึกษาที่ยืดหยุ่น ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ชีวิต
สำหรับ ‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ ที่คิกกำลังเรียนอยู่นั้น เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’ โดยใช้หลักการ บ้าน-วัด-โรงเรียน (บวร) ในการทำงานร่วมกับชุมชน สร้างโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้แบบผสมผสาน ทั้งเรียนรู้ด้วยตนเองและเทียบโอน เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ เรียนแบบพบกลุ่ม ครูเดินสอนถึงบ้าน/ที่ทำงาน และเรียนผ่านกิจกรรมชุมชนและหลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้มีวุฒิการศึกษา ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ในการสร้างอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องมาโรงเรียนในห้องเรียนทุกวัน
“ห้องเรียนบวรก็คือเป็นห้องเรียนสำหรับนักเรียนที่มีปัญหาครอบครัวครับ อาจจะมีปัญหาครอบครัวใช้ความรุนแรง หรือว่าการเงินครับ หรือถ้าเป็นผู้หญิงก็จะอาจเป็นมีลูกในวัยเรียน ซึ่งจะเรียนห้องเรียนนี้ได้ก็จะมีตัวคัดกรองครับ ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะเรียนบวรก็เรียนได้ ครูเขาก็จะตรวจสอบว่านักเรียนคนนี้เข้าข่ายในการเรียนห้องเรียนบวรไหม”
สำหรับรูปแบบการเรียนของห้องเรียนบวรก็จะแตกต่างไปตามความเหมาะสมของบริบทนักเรียนแต่ละคน โดยจะเน้นถอดบทเรียนจากการทำงานของตนเอง นำความรู้ที่ได้มาบูรณาการในแต่ละวิชา โดยใช้รูปแบบของใบงานเป็นหนึ่งในตัววัดประเมินผลการเรียนรู้ ประกอบกับประเมินการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงร่วมกับผู้ปกครองและสถานประกอบการ
คิกยกตัวอย่างใบงานของตัวเองให้ฟังว่า “ใบงานก็จะเป็นของรายบุคคลเลยครับ อย่างของผมทำงานสวนมะมะพร้าว ก็จะมีใบงานให้จดบันทึกว่าเราทำอะไรบ้าง มะพร้าวปลูกยังไง ตัดยังไงดูยังไงว่าตัดได้แล้ว นำไปขายยังไง นำไปแปรรูปอะไรได้บ้าง ถึงผมไม่ได้เป็นคนปลูก ผมก็รู้วิธีการปลูกครับ นอกจากนี้วิชาพื้นฐานพวกภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษก็จะมีเนื้อหาตามระดับชั้น มีครูเวียนมาสอนครับ แล้วก็เรียนออนไลน์ด้วย”
“ส่วนเวลาเรียน ผมเรียนอาทิตย์ละวัน ก็สามารถทำงานไปด้วยได้ครับ และอีกอย่างไม่ได้จำกัดแค่ว่าอาทิตย์ละวัน ไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นวันไหน เพราะว่าส่วนมากจะเป็นวันไหนก็ได้ที่นักเรียนสะดวกครับ แต่ว่าวันที่นักเรียนเยอะๆ จะเป็นวันพฤหัสบดีครับ”
นอกจากทักษะวิชาชีพที่ได้จากการทำงาน ได้ความรู้พื้นฐานจากการเรียนแล้ว คิกมองว่า การเรียนรูปแบบนี้ทำให้เขาได้ฝึกวินัยและความรับผิดชอบที่อาจจะได้มากกว่าการเรียนในระบบอย่างที่เคยเรียนมา
“ในการทำงานเราก็ต้องตื่นเช้าทุกวันครับ ตอน 6 โมงผมก็ตื่นแล้วเพื่อที่จะได้ไปทำงาน เพราะถ้าตื่นไม่ทันก็คือต้องโดนหยุดงาน ก็ได้ฝึกวินัยและความรับผิดชอบในการทำงานครับ แล้วก็การที่ได้เข้ามาในห้องเรียนบวร ก็ได้เปลี่ยนบุคลิกด้วยครับ เมื่อก่อนนี้ผมก็เป็นคนที่ขี้อาย ก็คือไม่ค่อยแสดงออกไม่ค่อยกล้าพูด แต่พอครูเขาเริ่มพาไปอีเว้นท์หลายอีเว้นท์ก็เลยต้องพูด แชร์ประสบการณ์ในการเรียน ก็เลยได้ฝึกพูดมากขึ้นครับ”
คิกมองว่า แม้การเรียนรูปแบบนี้จะทำให้ได้ความรู้ในแต่ละวิชาน้อยกว่าการเรียนในห้องเรียนระบบปกติ แต่สิ่งสำคัญคือ ได้ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และทำให้มองเห็นโอกาสในชีวิตมากขึ้น กล้าคิดกล้าฝันในการประกอบอาชีพที่มากไปกว่าสิ่งที่ทำอยู่

เมื่อได้รับโอกาสทางการศึกษา ก็กล้าที่จะฝัน และมั่นใจที่จะลงมือทำ
สำหรับอนาคตอันใกล้นี้ คิกเล่าว่าหลังจากที่ได้กลับมาเรียนในห้องเรียนบวร เขาอยากจะสานต่อจากสิ่งที่ทำ นั่นก็คือ ‘การแปรรูปมะพร้าว’ ตั้งใจจะทำเป็นธุรกิจของที่บ้าน เพราะคลุกคลีกับการทำงานในสวนมะพร้าวมาตั้งแต่เด็กๆ และมะพร้าวน้ำหอมเองก็เป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี ถือเป็นการสืบสานภูมิปัญญาของชุมชนด้วย
“ตอนนี้กำลังดูอยู่ครับว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยไหน คุณครูก็เริ่มเปรยๆ มาแล้วว่าเลือกดู เพราะจะได้ช่วยปูพื้นฐานให้ก่อนครับ ตอนนี้ผมอยู่ ม. 5 แล้ว จริงๆ ก็อยากจะสานต่องานจากที่บ้าน อาจจะทำธุรกิจเพิ่มครับ เพราะว่ามะพร้าวมันก็แปรูปได้หลายอย่าง ตอนนี้เราแค่ตัดแล้วส่งขายปกติ แล้วก็ผ่าน้ำขายครับ แต่ว่ามะพร้าวมันสามารถทำได้หลายอย่างเลย ทำเป็นน้ำปั่นก็ได้ เอาไปทำมะพร้าวแก้วก็ได้ แตกแขนงไปได้อีกครับ”
“ผมคิดว่าถ้าเราไม่ได้กลับมาเรียน ก็คงจะไม่ได้คิดถึงธุรกิจอะไรอย่างนี้ เราคงคิดว่าเราก็แค่ทำไปรายวันของเรา ซึ่งรายได้เราจากตรงนั้นก็ได้อาทิตย์ละ 2,000 บาท สำหรับผมคิดว่ามันก็พอสำหรับค่ากินค่าอยู่แล้ว แต่ถ้ามองถึงอนาคตก็คิดว่าต้องหาเพิ่มครับ เพราะก็ต้องช่วยค่าใช้จ่ายที่บ้านบ้าง ที่บ้านอยู่ด้วยกันหลายคนครับ”

คิกพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส ทำให้ผมได้มีความหวัง”
“ห้องเรียนนี้มีไว้สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาครอบครัวครับ อาจจะเป็นปัญหารายได้ที่ทำให้เขาไม่สามารถมาเรียนได้ หรือปัญหาเรื่องการเดินทาง ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ คุณครูก็จะลงพื้นที่ไปสอนที่บ้าน
ผมขอขอบคุณคุณครูและผอ.ที่ในวันนั้นให้โอกาสผมกลับไปเรียน เพราะว่าถ้าย้อนกลับไปตอนม.2 ถ้าครูไม่ได้ให้โอกาสผมในการกลับไปเรียน ผมคงไม่ได้มีวุฒิการศึกษา คงจะต้องทำอาชีพตัดมะพร้าว รับจ้างทั่วไป แต่ว่าตอนนี้ผมได้รับการศึกษาแล้วครับ มีโอกาสในอนาคตที่จะสามารถประกอบอาชีพของตัวเองได้ครับ และขอบคุณตัวเองด้วยครับที่ตัดสินใจกลับมาเรียน”
สุดท้าย ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา ได้ผู้อำนวยการโรงเรียนและคุณครูที่ไม่ทอดทิ้งในวันที่เลือกหันหลังให้กับการศึกษาไปแล้ว คิกฝากถึงพี่ๆ น้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่มีเหตุปัจจัยให้ไม่สามารถเรียนต่อได้ หรือรู้สึกว่าการเรียนในระบบนั้นยาก อยากให้มองว่า…
“ถ้าคุณเรียนต่อคุณอาจจะได้ปริญญา อาจจะได้วุฒิการศึกษาครับ ทำให้สามารถไปทำงานในสายงานที่ตัวเองอาจจะชอบในอนาคตได้ แต่ถ้าตอนนี้คุณทำงานแล้วเลิกเรียนไปเลย คุณก็อาจจะอยู่แค่ตรงนี้”
“คนส่วนใหญ่คิดว่าการเรียนก็ต้องมาเรียนครบทุกวันครับ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ได้อะไร เขาคิดกันอย่างนี้ แต่ว่าในการเรียน 3 รูปแบบเราได้วิชาชีพมาเสริมวิชาการ สามารถต่อยอดต่อไปได้ครับ”
