Skip to content
ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่
  • Creative Learning
    Everyone can be an EducatorUnique TeacherUnique SchoolCreative learningLife Long Learning
  • Family
    Dear ParentsEarly childhoodHow to get along with teenagerอ่านความรู้จากบ้านอื่นFamily Psychology
  • Knowledge
    Growth & Fixed MindsetGritEF (executive function)Adolescent BrainTransformative learningCharacter building21st Century skillsEducation trendLearning Theory
  • Life
    Life classroomHealing the traumaRelationshipHow to enjoy lifeMyth/Life/Crisis
  • Voice of New Gen
  • Playground
    SpaceBookMovie
  • Social Issues
    Social Issues
  • Podcasts
ชีวิตการทำงานความรู้สึกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การฟังและตั้งคำถามพัฒนาการgeneration gappublic spaceการสื่อสารอย่างสันติ(Nonviolent Communication)ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ปฐมวัยวัยรุ่นeco literacyการศึกษากลุ่มประเทศนอร์ดิกเทคนิคการสอนแบบแผนทางความสัมพันธ์ปม(trauma)Adolescent Brainโฮมสคูลมายาคติการเป็นแม่
Social Issues
12 January 2026

‘สวนมะพร้าวก็เป็นห้องเรียนได้’ การเรียนรูู้ที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘คิก – สุธิชัย เป็นสุข’ ต่ออนาคตบนเส้นทางการศึกษาที่เกือบไม่ได้ไปต่อ

เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • ‘คิก’ สุธิชัย เป็นสุข นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเนกขัมวิทยา เด็กที่เกือบหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงโควิด ที่ทุกโรงเรียนปรับรูปแบบมาเป็นการเรียนออนไลน์ ด้วยปัญหาเรื่องรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงเลือกทำงานรับจ้างตัดมะพร้าวเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกแรง
  • ‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และตอบโจทย์เด็กที่ไม่สามารถเข้าห้องเรียนได้เต็มเวลา ดึงให้คิกกลับมาเรียนอีกครั้ง โดยมีสวนมะพร้าวเป็นเหมือนห้องเรียนที่มากด้วยวิชาชีพ วิชาชีวิต บ่มเพาะวินัยและความรับผิดชอบ
  • หลังจากที่ได้กลับมาเรียนในห้องเรียนบวร คิกอยากทำธุรกิจแปรรูปมะพร้าว เพราะคลุกคลีกับการทำงานในสวนมะพร้าวมาตั้งแต่เด็กๆ และมะพร้าวน้ำหอมเองก็เป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี ถือเป็นการสืบสานภูมิปัญญาของชุมชนด้วย

ย้อนกลับไปช่วงสถานการณ์โควิดที่ทุกอย่างหยุดชะงัก ในตอนนั้นมีเด็กหลายต่อหลายคนหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยจาก ‘รายงานพิเศษความจริงและความเร่งด่วนของสถานการณ์เด็กนอกระบบในประเทศไทย’ โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ปี 2562 – 2567 พบเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 3 – 18 ปี กว่า 1.02 ล้านคนหลุดจากระบบการการศึกษา ด้วยเหตุปัจจัยหลายประการไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว ความไม่พร้อมของการเรียนออนไลน์ การสูญเสียแรงจูงใจและปัญหาสุขภาพจิต และช่วงรอยต่อปีการศึกษา ซึ่งเด็กมักเลือกที่จะไม่เรียนต่อ

‘คิก’ สุธิชัย เป็นสุข ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนเนกขัมวิทยา จ.ราชบุรี เป็นหนึ่งในเด็กที่เกือบหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงโควิด ที่ทุกโรงเรียนปรับรูปแบบมาเป็นการเรียนออนไลน์ ในตอนนั้นคิกกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เมื่อทางบ้านประสบปัญหาเรื่องรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย เขาจึงเลือกทำงานรับจ้างตัดมะพร้าวเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกแรง 

“ตอนนั้นอยู่ม.2 ครับ เป็นช่วงโควิดระบาด แล้วต้องเรียนออนไลน์ครับ การเรียนออนไลน์มันมีความยากลำบากหลายๆ อย่าง ทำให้ไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรียน แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือรายได้ในครอบครัวไม่พอ หลักๆ คือเป็นหนี้เยอะ ก็เลยออกมาทำงาน ไม่ลาออกครับแต่ว่าหายไปเลย ก็รับจ้างตัดมะพร้าวเอามาขึ้นรถและก็ขาย เป็นมะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอมครับ” 

คิกเล่าย้อนถึงเหตุจำเป็นที่ทำให้เขาหายไปจากโรงเรียนเกือบ 1 ปีเต็ม ซึ่งหลังจากที่คิกเริ่มไม่เข้าเรียนออนไลน์ เขาเล่าว่า ผอ.สุทิสา สุธาบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเนกขัมวิทยาและคุณครูได้มาติดตามถึงบ้านเพื่อให้กลับไปเรียน แต่ในตอนนั้นเขาคิดว่าสามารถทำงานหารายได้ได้แล้วจึงไม่อยากกลับไปเรียน เขาถูกตื้อหลายครั้งจนในที่สุดก็ยอมพูดคุยกับผอ.และคุณครู เพื่อหาแนวทางการเรียนร่วมกัน 

และทางเลือกที่สามารถดึงคิกกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ ก็คือ ‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ นวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์เด็กที่ไม่สามารถเข้าห้องเรียนได้เต็มเวลา 

‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ การศึกษาที่ยืดหยุ่น ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ชีวิต

สำหรับ ‘ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส’ ที่คิกกำลังเรียนอยู่นั้น เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’ โดยใช้หลักการ บ้าน-วัด-โรงเรียน (บวร) ในการทำงานร่วมกับชุมชน สร้างโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้แบบผสมผสาน ทั้งเรียนรู้ด้วยตนเองและเทียบโอน เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ เรียนแบบพบกลุ่ม ครูเดินสอนถึงบ้าน/ที่ทำงาน และเรียนผ่านกิจกรรมชุมชนและหลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้มีวุฒิการศึกษา ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ในการสร้างอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องมาโรงเรียนในห้องเรียนทุกวัน

“ห้องเรียนบวรก็คือเป็นห้องเรียนสำหรับนักเรียนที่มีปัญหาครอบครัวครับ อาจจะมีปัญหาครอบครัวใช้ความรุนแรง หรือว่าการเงินครับ หรือถ้าเป็นผู้หญิงก็จะอาจเป็นมีลูกในวัยเรียน ซึ่งจะเรียนห้องเรียนนี้ได้ก็จะมีตัวคัดกรองครับ ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะเรียนบวรก็เรียนได้ ครูเขาก็จะตรวจสอบว่านักเรียนคนนี้เข้าข่ายในการเรียนห้องเรียนบวรไหม”

สำหรับรูปแบบการเรียนของห้องเรียนบวรก็จะแตกต่างไปตามความเหมาะสมของบริบทนักเรียนแต่ละคน โดยจะเน้นถอดบทเรียนจากการทำงานของตนเอง นำความรู้ที่ได้มาบูรณาการในแต่ละวิชา โดยใช้รูปแบบของใบงานเป็นหนึ่งในตัววัดประเมินผลการเรียนรู้ ประกอบกับประเมินการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงร่วมกับผู้ปกครองและสถานประกอบการ

คิกยกตัวอย่างใบงานของตัวเองให้ฟังว่า “ใบงานก็จะเป็นของรายบุคคลเลยครับ อย่างของผมทำงานสวนมะมะพร้าว ก็จะมีใบงานให้จดบันทึกว่าเราทำอะไรบ้าง มะพร้าวปลูกยังไง ตัดยังไงดูยังไงว่าตัดได้แล้ว นำไปขายยังไง นำไปแปรรูปอะไรได้บ้าง ถึงผมไม่ได้เป็นคนปลูก ผมก็รู้วิธีการปลูกครับ นอกจากนี้วิชาพื้นฐานพวกภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษก็จะมีเนื้อหาตามระดับชั้น มีครูเวียนมาสอนครับ แล้วก็เรียนออนไลน์ด้วย”

“ส่วนเวลาเรียน ผมเรียนอาทิตย์ละวัน ก็สามารถทำงานไปด้วยได้ครับ และอีกอย่างไม่ได้จำกัดแค่ว่าอาทิตย์ละวัน ไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นวันไหน เพราะว่าส่วนมากจะเป็นวันไหนก็ได้ที่นักเรียนสะดวกครับ แต่ว่าวันที่นักเรียนเยอะๆ จะเป็นวันพฤหัสบดีครับ”

นอกจากทักษะวิชาชีพที่ได้จากการทำงาน ได้ความรู้พื้นฐานจากการเรียนแล้ว คิกมองว่า การเรียนรูปแบบนี้ทำให้เขาได้ฝึกวินัยและความรับผิดชอบที่อาจจะได้มากกว่าการเรียนในระบบอย่างที่เคยเรียนมา 

“ในการทำงานเราก็ต้องตื่นเช้าทุกวันครับ ตอน 6 โมงผมก็ตื่นแล้วเพื่อที่จะได้ไปทำงาน เพราะถ้าตื่นไม่ทันก็คือต้องโดนหยุดงาน ก็ได้ฝึกวินัยและความรับผิดชอบในการทำงานครับ แล้วก็การที่ได้เข้ามาในห้องเรียนบวร ก็ได้เปลี่ยนบุคลิกด้วยครับ  เมื่อก่อนนี้ผมก็เป็นคนที่ขี้อาย ก็คือไม่ค่อยแสดงออกไม่ค่อยกล้าพูด แต่พอครูเขาเริ่มพาไปอีเว้นท์หลายอีเว้นท์ก็เลยต้องพูด แชร์ประสบการณ์ในการเรียน ก็เลยได้ฝึกพูดมากขึ้นครับ”

คิกมองว่า แม้การเรียนรูปแบบนี้จะทำให้ได้ความรู้ในแต่ละวิชาน้อยกว่าการเรียนในห้องเรียนระบบปกติ แต่สิ่งสำคัญคือ ได้ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และทำให้มองเห็นโอกาสในชีวิตมากขึ้น กล้าคิดกล้าฝันในการประกอบอาชีพที่มากไปกว่าสิ่งที่ทำอยู่ 

เมื่อได้รับโอกาสทางการศึกษา ก็กล้าที่จะฝัน และมั่นใจที่จะลงมือทำ 

สำหรับอนาคตอันใกล้นี้ คิกเล่าว่าหลังจากที่ได้กลับมาเรียนในห้องเรียนบวร เขาอยากจะสานต่อจากสิ่งที่ทำ นั่นก็คือ ‘การแปรรูปมะพร้าว’ ตั้งใจจะทำเป็นธุรกิจของที่บ้าน เพราะคลุกคลีกับการทำงานในสวนมะพร้าวมาตั้งแต่เด็กๆ และมะพร้าวน้ำหอมเองก็เป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี ถือเป็นการสืบสานภูมิปัญญาของชุมชนด้วย

“ตอนนี้กำลังดูอยู่ครับว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยไหน คุณครูก็เริ่มเปรยๆ มาแล้วว่าเลือกดู เพราะจะได้ช่วยปูพื้นฐานให้ก่อนครับ ตอนนี้ผมอยู่ ม. 5 แล้ว จริงๆ ก็อยากจะสานต่องานจากที่บ้าน อาจจะทำธุรกิจเพิ่มครับ เพราะว่ามะพร้าวมันก็แปรูปได้หลายอย่าง ตอนนี้เราแค่ตัดแล้วส่งขายปกติ แล้วก็ผ่าน้ำขายครับ แต่ว่ามะพร้าวมันสามารถทำได้หลายอย่างเลย ทำเป็นน้ำปั่นก็ได้ เอาไปทำมะพร้าวแก้วก็ได้ แตกแขนงไปได้อีกครับ” 

“ผมคิดว่าถ้าเราไม่ได้กลับมาเรียน ก็คงจะไม่ได้คิดถึงธุรกิจอะไรอย่างนี้ เราคงคิดว่าเราก็แค่ทำไปรายวันของเรา ซึ่งรายได้เราจากตรงนั้นก็ได้อาทิตย์ละ 2,000 บาท สำหรับผมคิดว่ามันก็พอสำหรับค่ากินค่าอยู่แล้ว แต่ถ้ามองถึงอนาคตก็คิดว่าต้องหาเพิ่มครับ เพราะก็ต้องช่วยค่าใช้จ่ายที่บ้านบ้าง ที่บ้านอยู่ด้วยกันหลายคนครับ”

คิกพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “ห้องเรียนบวร สร้างโอกาส ทำให้ผมได้มีความหวัง” 

“ห้องเรียนนี้มีไว้สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาครอบครัวครับ อาจจะเป็นปัญหารายได้ที่ทำให้เขาไม่สามารถมาเรียนได้ หรือปัญหาเรื่องการเดินทาง ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ คุณครูก็จะลงพื้นที่ไปสอนที่บ้าน

ผมขอขอบคุณคุณครูและผอ.ที่ในวันนั้นให้โอกาสผมกลับไปเรียน  เพราะว่าถ้าย้อนกลับไปตอนม.2 ถ้าครูไม่ได้ให้โอกาสผมในการกลับไปเรียน ผมคงไม่ได้มีวุฒิการศึกษา คงจะต้องทำอาชีพตัดมะพร้าว รับจ้างทั่วไป แต่ว่าตอนนี้ผมได้รับการศึกษาแล้วครับ มีโอกาสในอนาคตที่จะสามารถประกอบอาชีพของตัวเองได้ครับ และขอบคุณตัวเองด้วยครับที่ตัดสินใจกลับมาเรียน”

สุดท้าย ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา ได้ผู้อำนวยการโรงเรียนและคุณครูที่ไม่ทอดทิ้งในวันที่เลือกหันหลังให้กับการศึกษาไปแล้ว คิกฝากถึงพี่ๆ น้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่มีเหตุปัจจัยให้ไม่สามารถเรียนต่อได้ หรือรู้สึกว่าการเรียนในระบบนั้นยาก อยากให้มองว่า…

“ถ้าคุณเรียนต่อคุณอาจจะได้ปริญญา อาจจะได้วุฒิการศึกษาครับ ทำให้สามารถไปทำงานในสายงานที่ตัวเองอาจจะชอบในอนาคตได้ แต่ถ้าตอนนี้คุณทำงานแล้วเลิกเรียนไปเลย คุณก็อาจจะอยู่แค่ตรงนี้” 

“คนส่วนใหญ่คิดว่าการเรียนก็ต้องมาเรียนครบทุกวันครับ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ได้อะไร เขาคิดกันอย่างนี้ แต่ว่าในการเรียน 3 รูปแบบเราได้วิชาชีพมาเสริมวิชาการ สามารถต่อยอดต่อไปได้ครับ”

Tags:

ทักษะชีวิตทักษะอาชีพการศึกษาที่ยืดหยุ่นเด็ก Dropoutโรงเรียนเนกขัมวิทยาห้องเรียนบวร สร้างโอกาส

Author:

illustrator

นฤมล ทับปาน

Photographer:

illustrator

ปริสุทธิ์

Related Posts

  • Social Issues
    Tambon Zero Dropout เราจะไม่ทิ้ง ‘เด็กนอกระบบ’ ไว้ข้างหลัง: หมอตุ้ย-สันติพงษ์ ศิลปสมบูรณ์

    เรื่อง อภิบาล ว่องวงษ์รักษ์ ภาพ ปริสุทธิ์

  • flexible learning-1
    Social Issues
    ‘ห้องเรียนระบบสอง’ การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตามโจทย์ชีวิตจริง:  นวัตกรรมการศึกษาแก้ปัญหาเด็ก Drop Out โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคมฯ

    เรื่อง นฤมล ทับปาน ภาพ ปริสุทธิ์

  • Creative learning
    ‘แกะสลักชีวิต’ วิชาที่ชวนเด็กสำรวจตัวเองและขจัดสิ่งที่ไม่ใช่ออกไป: ครูฐิติขวัญ เหลี่ยมศิริวัฒนา โรงเรียนปัญญาประทีป

    เรื่อง อภิบาล ว่องวงษ์รักษ์ ภาพ ปริสุทธิ์

  • Family Psychology
    เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ต้อง ‘ซ่อมใจ’ ทีหลัง: ผศ.นพ.อัศวิน นาคพงศ์พันธุ์ เจ้าของเพจ ‘เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ’

    เรื่อง อภิบาล ว่องวงษ์รักษ์

  • เปลี่ยน ‘ผู้คุม’ เป็น ‘นักจัดการเรียนรู้’ สานฝันสร้างโอกาสให้เด็กก้าวพลาดได้เริ่มต้นใหม่

    เรื่อง นฤมล ทับปาน

  • Creative Learning
  • Life
  • Family
  • Voice of New Gen
  • Knowledge
  • Playground
  • Social Issues
  • Podcasts

HOME

มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 19 เเขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Cleantalk Pixel