ปิดโรงเรียนแล้วอย่างไรต่อ? มาตรการรับมือ ‘หลัง’ ปิดโรงเรียน จากรัฐบาลทั่วโลก

  • การปิดโรงเรียน คือ หนึ่งในมาตรการลดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) และรักษาความปลอดภัยของผู้คน แต่มาตรการรองรับต่อเนื่องจากการปิดโรงเรียนของรัฐบาลแต่ละประเทศ มีมาตรการอย่างไร และอะไรบ้าง The Potential ลองสำรวจว่าแต่ละประเทศรับมือกับการปิดโรงเรียนระยะสั้นและระยะยาว ในเชิงกระบวนการทั้งระบบอย่างไรกัน
เรื่อง: วิภาวี เธียรลีลา

การกระจายของไวรัสโคโรน่าทั่วโลกในเวลานี้ทำให้แต่ละประเทศต้องวางมาตรการรับมือและสกัดกั้นการระบาดของโรคในลักษณะที่แตกต่างกันไป อนุบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานศึกษารูปแบบต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียน หรือ school closure มีผลแล้วอย่างน้อย 32 ประเทศ นักเรียนอย่างน้อย 363 ล้านคนได้รับผลกระทบจากการหยุดเรียนครั้งนี้

หากพิจารณาในรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน การหยุดการเรียนการสอนไม่ได้กระทบแค่นักเรียน ครู หรือโรงเรียนเท่านั้น แต่กระทบโดยตรงถึงผู้ปกครอง โดยเฉพาะครอบครัวคนทำงานหาเช้ากินค่ำ เช่น อาหารมื้อเที่ยงฟรีของโรงเรียนบางแห่ง (แม้ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ที่หลายคนบอกว่าคือประเทศพัฒนาแล้ว) คือมื้อที่ช่วยต่อชีวิตให้กับเด็กและครอบครัว การปิดโรงเรียนจึงเท่ากับอาหารที่ดีและถูกสุขลักษณะที่หายไป ไม่นับปัญหาอื่นๆ ที่กระทบต่อกันเป็นห่วงโซ่

The Potential รวบรวมมาตรการและวิธีการรับมือหลังมีการประกาศหยุดเรียนในประเทศต่างๆ ไว้ เพื่อเป็นตัวอย่างและแนวทางแก่ผู้ปกครอง ครู โรงเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทุกคนตั้งหลักแล้วรับมือกับเรื่องนี้อย่างรู้ทัน และร่วมมือกันอย่างมีวินัยฝ่าฟันไปด้วยกันค่ะ

*ในภาวะฉุกเฉินนี้มาตรการต่างๆ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รายละเอียดที่นำเสนอเหล่านี้เป็นภาพรวมการดำเนินการของแต่ละประเทศช่วงที่ผ่านมา ในแต่ละทวีปว่ากำลังตั้งรับเพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งนี้อย่างไรบ้าง

ทวีปยุโรป

27 ประเทศในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรพบผู้ป่วยรายแรกที่ได้รับการวินิจฉัยติดเชื้อโควิค-19 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2020 หนึ่งเดือนต่อมาเกิดการระบาดอย่างรวดเร็วทางตอนเหนือของอิตาลี โดยสถิติตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมานั้น อิตาลีคือศูนย์กลางการระบาดใหญ่ในยุโรปและสหราชอาณาจักร กว่า 40% ของผู้ติดเชื้อในยุโรปอยู่ที่อิตาลี ตามต่อด้วยการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในสเปน แซงหน้าฝรั่งเศสและเยอรมันนีที่มีจำนวนประชากรมากกว่า

มาตรการรับมือ

  • อิตาลี ประกาศหยุดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาถึงวันที่ 3 เมษายน รัฐบาลสร้างเว็บเพจส่วนกลางให้ครูใช้เพื่อประชุมวางแผนการสอนออนไลน์
  • ฝรั่งเศส สเปน เดนมาร์ก และฟินแลนด์ ประกาศหยุดการเรียนการสอนอย่างไม่มีกำหนด ประเทศฝรั่งเศสอนุญาตให้ผู้ปกครองลาป่วยได้ 14 วันโดยยังได้รับค่าจ้าง ในกรณีที่ต้องหยุดงานเพื่ออยู่ดูแลลูก
  • เยอรมัน สถานศึกษาบางแห่งในรัฐทางตะวันตกของ North Rhine-Westphalia ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และโรงเรียนในรัฐ Lower Saxony ประกาศหยุดการเรียนการสอน
  • สวีเดน ไม่ได้มีมาตรการสั่งหยุดเรียนอย่างเป็นทางการ แม้ว่าโรงเรียนหลายแห่งประกาศปิดเนื่องจากพบพนักงานหรือนักเรียนในโรงเรียนติดเชื้อ
  • นอร์เวย์ และเบลเยี่ยม ประกาศยกเลิกการเรียนการสอน แต่โรงเรียนยังเปิดทำการ สำหรับผู้ปกครองที่ไม่สามารถหยุดดูแลลูกที่บ้านได้ ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็กหรือเนิร์สเซอรียังคงเปิดทำการตามปกติ
  • ออสเตรีย มีระบบการจัดการที่แตกต่างจากประเทศอื่น ประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมเป็นต้นไปจนถึงหลังเทศกาลอีสเตอร์ นักเรียนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปให้เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน โรงเรียนยังเปิดทำการสำหรับนักเรียนอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเลือกได้ว่าจะเรียนอยู่ที่บ้านหรือมาโรงเรียน ส่วนการเรียนการสอนระดับมหาวิทยาลัยถูกระงับ
  • สหราชอาณาจักร เริ่มต้นจากประกาศให้โรงเรียนที่พบผู้ป่วยติดเชื้อหยุดการเรียนการสอนได้ แต่เนื่องจากพบการแพร่ระบาดกระจายไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีการประกาศปิดสถานศึกษาอย่างเป็นทางการในที่สุด และเลื่อนการสอบในทุกระดับไปอย่างไม่มีกำหนด

เมื่อมีการประกาศหยุดเรียน ความรับผิดชอบจึงถูกส่งต่อมายังผู้ปกครอง

       “ฉันยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะจัดการดูแลลูกยังไง ในเมื่อเราสองคนพ่อแม่ยังต้องทำงานตั้งแต่เช้ายันเย็น” บทสนทนาบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นระหว่างครอบครัวของฉันและเพื่อนแม่สามี

รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกาเพิ่งประกาศระงับการเรียนการสอนในโรงเรียนไปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (15 มีนาคม)

เหมือนรู้กันโดยอัตโนมัติว่าความจำเป็นหลังจากนี้ คือ ความร่วมมือจากผู้ปกครอง ที่ต้องหยุดทำงานเพื่ออยู่บ้านดูแลลูก ทางการย้ำว่าผู้ปกครองจะต้องไม่ทิ้งลูกไว้ให้ผู้สูงอายุดูแลเนื่องจากผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงติดโรคมากกว่า ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ทำให้ในหลายประเทศประกาศให้โรงเรียนหยุดการเรียนการสอน แต่โรงเรียนยังเปิดดำเนินการเพื่อให้นักเรียนมาโรงเรียนและอยู่ในความดูแลของครูได้ ในกรณีที่ผู้ปกครองมีความจำเป็นต้องทำงาน

สำหรับสหราชอาณาจักร รัฐบาลขอความร่วมมือจากคีย์เวิร์คเกอร์ (Key Workers) ได้แก่ หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข (NHS) และพนักงานส่งอาหารดิลิเวอร์รี่ ให้ยังคงทำงานต่อ เนื่องจากเป็นบุคลากรสำคัญในสถานการณ์ ณ เวลานี้ ทั้งเรื่องการตรวจคัดกรองและรักษาโรค รวมถึงการบริการส่งอาหารถึงบ้าน หลังมีประกาศให้ผู้คนกักตัวเองอยู่ในบ้านเท่านั้น รัฐบาลให้ความมั่นใจว่าลูกๆ ของคนทำงานกลุ่มนี้จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในโรงเรียนและสถานรับเลี้ยงที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม มีนักเรียนด้อยโอกาสกว่า 1 ล้านคนในอังกฤษที่ฝากท้องไว้กับอาหารมื้อเที่ยงในโรงเรียน รัฐบาลจึงต้องวางแผนฉุกเฉินเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กด้อยโอกาสจะยังคงมีอาหารรับประทานในช่วงปิดโรงเรียน

รัฐบาลกำลังวางแผนแจกคูปองให้กับนักเรียนเพื่อนำไปใช้ซื้ออาหารจากซุปเปอร์มาร์เก็ตชดเชยค่าอาหารในโรงเรียน บางโรงเรียนหยุดการเรียนการสอนแต่ยังคงเปิดครัวทำอาหาร เพื่อปรุงอาหารไปกระจายให้กับนักเรียนที่ขาดแคลน รวมถึงนักเรียนพิการและกลุ่มพิเศษ

ส่วนเรื่องการเรียนการสอน แน่นอนว่าผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนทำงานที่ได้รับมอบหมายจากโรงเรียนในช่วงประกาศหยุดเรียน นอกจากนี้ รัฐบาลอังกฤษกำลังทำงานร่วมกับสำนักข่าวบีบีซีเพื่อออกแบบฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ให้นักเรียนได้ศึกษาด้วยตัวเองที่บ้าน

สหรัฐอเมริกา

ข้อกังวลที่เกิดขึ้นจากการประกาศระงับการเรียนการสอนไม่ต่างจากสหราชอาณาจักร การวางมาตรการควบคุมไม่สามารถคำนึงถึงแค่เรื่องการเรียนเพียงมิติเดียว แต่รวมถึงการใช้ชีวิตของนักเรียนด้อยโอกาสและครอบครัวที่ขาดแคลนทั่วประเทศ ในสหรัฐอเมริกา สถานศึกษาราว 95,000 แห่งทั้งรัฐและเอกชนยุติการเรียนการสอน ส่งผลให้นักเรียนอย่างน้อย 43.9 ล้านคนทั่วประเทศ ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน

หลายโรงเรียนยังคงเปิดโรงอาหารให้บริการแก่ครอบครัวของนักเรียนที่ขาดแคลน แต่ในระยะยาวโรงเรียนอาจถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่รองรับผู้ป่วยหรือเป็นสถานที่พักพิงสำหรับคนไร้บ้าน ส่วนการเรียนออนไลน์ที่ดูเหมือนเป็นทางออก ในเชิงเทคนิคแล้วโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่มีความพร้อมสำหรับการพัฒนาหลักสูตรการการเรียนออนไลน์ได้ทันในช่วงเวลานี้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารโรงเรียนหลายแห่งแสดงความกังวลใจ เนื่องจากหากโรงเรียนไม่สามารถเตรียมการสอนให้นักเรียนได้ศึกษา ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามกฏหมาย โรงเรียนมีโอกาสไม่ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากรัฐบาลกลาง

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อในสหรัฐ (Center for Disease Control: C.D.C.) ให้ข้อมูลจากสถิติการสร้างแบบจำลองการแพร่ระบาดว่า การปิดโรงเรียนระยะสั้นเพียง 2-6 สัปดาห์ไม่สามารถลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ มีตัวอย่างให้เห็นจากฮ่องกงที่ปิดเรียนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ขณะนี้ขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 20 เมษายน แต่หากพิจารณาปิดเรียนในระยะยาว โรงเรียนจำเป็นต้องวางแผนจัดการเรื่องการเรียนการสอน สำหรับสหรัฐอเมริกามาตรการรับมือต่างๆ ไม่ได้เป็นคำสั่งมาจากส่วนกลางเท่านั้น ผู้ว่าการรัฐมีอำนาจตัดสินใจและวางมาตรการในแต่ละท้องที่ด้วยเช่นกัน

หลายรัฐในอเมริกา ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย แมสซาชูเซตส์ มิชิแกน มิสซูรี เนวาดา โอคลาโฮมาและเวอร์จิเนีย ได้รับความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น ออกอากาศเนื้อหาบทเรียนผ่านโทรทัศน์ เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งคือ บทเรียนออนไลน์ที่หลายคนมองว่าเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกที่สุด ต้องใช้เวลาในการออกแบบบทเรียน และนักเรียนบางส่วนไม่มีความพร้อมเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) ได้

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการออกอากาศชั้นเรียนผ่านโทรทัศน์ในเมืองลอสแองเจลิสทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งมีนักเรียนกว่า 7 แสนคน เมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศ

ซานดิเอโก นำเสนอ “At Home Learning” ออกอากาศบทเรียนที่ตรงตามมาตรฐานของรัฐ 12 ชั่วโมงต่อวัน แผนการสอนสำหรับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ออกอากาศเวลา 18:00-20:00 สำหรับเกรด 4-8 และนักเรียนมัธยมปลาย ออกอากาศเวลา 13:00-18:00 ผ่านคนละช่องรายการ

“เราทำสิ่งนี้เพราะรู้ว่าทุกคนเข้าถึงโทรทัศน์ได้” ซินดี้ มาติน ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์สาธารณะ กล่าว

ล่าสุดวันที่ 19  มีนาคม สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเผยแผนชะลอการชำระเงินกู้ยืมเรียนเพื่อการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษา เพื่อช่วยบรรเทาการรับภาระหนี้สินในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา

ทวีปเอเชีย

กลับมาที่ทวีปเอเชียบ้านเรากันบ้าง เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่น มีประกาศขอความร่วมมือให้โรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาปิดทำการจนถึงต้นเดือนเมษายน ส่วนโรงเรียนอนุบาลได้รับการยกเว้น อย่างไรก็ตาม โรงเรียนประถมหลายแห่งหยุดการเรียนการสอนไปแล้ว แต่ยังคงเปิดทำการสำหรับนักเรียนที่ผู้ปกครองยังจำเป็นต้องเดินทางไปทำงาน

รัฐบาลญี่ปุ่นได้เสนอเงินอุดหนุนให้นายจ้างครอบคลุมค่าแรงของคนงานมากถึง 8,330 เยนต่อวัน (ประมาณ 2,450 บาท) ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2020 นอกจากนี้ยังได้เพิ่มเงินสนับสนุนทางการเงินให้กับผู้ปกครองที่ไม่สามารถไปทำงานได้ในช่วงประกาศปิดโรงเรียน

คณะรัฐมนตรีเสนองบประมาณรายเดือนสูงถึง 52,800 เยน (ประมาณ 15,500 บาท) ให้กับผู้ปกครองที่จำเป็นต้องจ้างคนมาดูแลลูก แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 262,000 เยน (ประมาณ 77,000 บาท) ในเดือนมีนาคมหลังรัฐบาลได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองจำนวนมาก

ไต้หวัน ประเทศที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลกว่ารับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งที่หากพิจารณาจากทำเลที่ตั้ง ไต้หวันน่าจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสจนอ่วม ช่องแคบระหว่างไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่มีระยะห่างเพียง 130 กิโลเมตร แม้เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากร 23 ล้านคน แต่การออกมาตรการที่ชัดเจนอย่างรวดเร็วและการปฏิบัติการอย่างเข้มข้น ทั้งการจำกัดเที่ยวบินเข้าออกประเทศตั้งแต่ต้นปี การสกรีนผู้โดยสาร การห้ามส่งออกหน้ากาก แล้วผลิตไว้ใช้เฉพาะในประเทศวันละ 4 ล้านชิ้น

เทคโนโลยีรวมฐานข้อมูลประกันสุขภาพแห่งชาติเข้ากับฐานข้อมูลของด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เพื่อเก็บประวัติการเดินทางของชาวไต้หวันทุกคนย้อนหลังกลับไป 14 วัน แล้วคัดกรองผู้มีความเสี่ยงให้กักตัวอยู่ที่บ้าน

นวัตกรรมแอปพลิเคชันติดตามผู้ป่วยและอัปเดตสถานการณ์โดยตรงจากภาครัฐผ่านสมาร์ทโฟน และไกด์ไลน์เรียนคลาสออนไลน์สำหรับนักเรียน ทั้งหมดทำให้ไต้หวันสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด ไม่ยืดเยื้อ แม้มีการสั่งปิดโรงเรียนแต่ก็สามารถทยอยเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยมาตรการในโรงเรียนต่อจากนี้ คือ การทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย มีการตรวจวัดอุณหภูมินักเรียนก่อนเข้าชั้นเรียน ครูดูแลนักเรียนอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับการล้างมืออย่างถูกวิธี จัดที่นั่งนักเรียนให้มีระยะห่างกันและมีแผงกั้นเพื่อป้องกันการไอจามรดกัน รวมถึงการเปิดหน้าต่างห้องเรียนให้อากาศถ่ายเทสะดวก ความสำเร็จของไต้หวันเป็นบทเรียนจากประสบการณ์เมื่อครั้งเกิดการระบาดของโรคซาร์ในปี 2003 ทำให้ไต้หวันจัดตั้งศูนย์สุขภาพแห่งชาติ (National Health Command Center: NHCC) อย่างเป็นทางการขึ้นในปี 2004

เกาหลีใต้ หนึ่งในประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาที่มีความกดดัน แข่งขันกันค่อนข้างสูง และนักเรียนเกาหลีใต้ใช้เวลาตอนเย็นในโรงเรียนกวดวิชา ไม่ต่างจากนักเรียนในประเทศไทย วิกฤตโควิด-19 ทำให้โรงเรียนต้องระงับการเรียนการสอนด้วยเช่นกัน

ขณะที่ประเทศจีน หลังพบการระบาดตั้งแต่ปลายปี 2019 การประกาศปิดโรงเรียนเป็นมาตรการฉุกเฉินเพื่อป้องกันการติดเชื้อ กระทรวงศึกษาธิการประเมินว่ามีนักเรียนมากกว่า 220 ล้านคนได้รับผลกระทบ ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนประถมและมัธยม 180 ล้านคน และเป็นเด็กก่อนวัยเรียน 47 ล้านคน ถึงตอนนี้โรงเรียนต่างทยอยเปิดโรงเรียนอีกครั้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

การบริหารสถานการณ์ การสั่งการที่ชัดเจน และความร่วมมือจากโรงเรียนและครูในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนออนไลน์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์และทางอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นระบบ คลายความกังวลของผู้ปกครองเกี่ยวกับการเรียนและผลการเรียนของเด็กๆ ไปได้

อย่างไรก็ตาม การปิดเรียนเป็นเวลานานและมาตรการกักตัวเองอยู่ในบ้านโดยไม่มีกิจกรรมกลางแจ้ง ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก สังเกตเห็นได้จากเด็กมีความตื่นตัวน้อยลง ติดโทรทัศน์และอุปกรณ์สื่อสารมากขึ้น และมีพฤติกรรมการนอนที่ผิดปกติ

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ปกครองกลายเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้บุตรหลานผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ด้วยการดูแลเอาใจใส่พวกเขานอกเหนือจากการเรียน แต่สรรหากิจกรรมทำร่วมกันในครอบครัวภายในที่พักอาศัย

ด้วยเหตุนี้ การฟื้นฟูผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากการถูกกักตัวอยู่บ้านเป็นเวลานาน เป็นสิ่งที่รัฐบาลทุกประเทศไม่ควรมองข้ามและต้องเตรียมการรับมือไว้เช่นกัน

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) มีความเห็นต่อการวางมาตรการรับมือด้านการศึกษาว่า หากจำเป็นต้องปิดโรงเรียนในระยะยาวเทคโนโลยีขั้นสูงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

สิ่งสำคัญคือการพิจารณาความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบอินเทอร์เน็ต ทักษะด้านดิจิทัลของครู ผู้ปกครองหรือคนในครอบครัว ที่ต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กๆ อาศัยอยู่ที่บ้าน หากจัดการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตไม่ได้ การออกอากาศบทเรียนผ่านวิทยุและโทรทัศน์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

หน่วยงานด้านสาธารณสุขจากประเทศอังกฤษ อเมริกา และญี่ปุ่น เห็นตรงกันว่า การหยุดการเรียนการสอนระยะสั้น ไม่ได้ช่วยบรรเทาการแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากสถิติบ่งชี้ชัดเจนว่าประชากรกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ แต่การทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัย ด้วยการคัดกรองนักเรียนอย่างเข้มงวด จัดระยะห่างที่นั่งของนักเรียนใหม่ให้ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร หากนักเรียนมีอาการป่วยให้พักรักษาตัวที่บ้าน และทำให้การล้างมืออย่างถูกวิธีกลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต สามารถช่วยลดความเสี่ยงติดโรคในระยะยาวได้มากกว่า

จากการรวบรวมข้อมูลระบบการจัดการการศึกษาในภาวะวิกฤตครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า การวางมาตรการปิดโรงเรียนเพื่อลดการระบาดของโคโรน่าไวรัสนั้น ไม่ใช่แค่การหยุดเรียนในห้องเรียน บอกให้นักเรียนไปเรียนผ่านระบบออนไลน์ แล้วทุกอย่างจะจบ การออกมาตรการในแต่ละประเทศต้องคำนึงถึง สถานการณ์ภาพรวม จำนวนประชากรตามหลักประชากรศาสตร์ วิถีชีวิตและศักยภาพของผู้ปกครอง อุปกรณ์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตพื้นฐานของประชากรแต่ละกลุ่มด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แผนการรับมือที่ดีและรัดกุม หรือแม้แต่ความผิดพลาดของประเทศอื่น น่าจะพอเป็นแนวทางวางมาตรการและนโยบายต่างๆ ในประเทศไทยเราได้บ้าง

อ้างอิง

How Europe is responding to the coronavirus pandemic
Coronavirus: why are UK schools closing and what does it mean for parents?
School Districts in 7 States Getting Remote Learning Help From Public Television
Experts raise doubts that Japan school closures will curb coronavirus
Mitigate the effects of home confinement on children during the COVID-19 outbreak
COVID-19 (“Coronavirus”) Information and Resources for Schools and School Personnel