การเรียนรู้ด้วยตัวเอง: อิสระ ไม่ต้องสอบ ให้ผลลัพธ์ชี้วัดตัวเอง โรงเรียนไม่ใช่เงื่อนไข

การเรียนรู้ด้วยตัวเองไม่ต่างจากการฝึกซ้อมกีฬาที่ต้องสร้างจุดแข็งและซ่อมเสริมจุดอ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ควรหลีกหนีว่า ‘ไม่’ เพราะจะทำให้ผู้เรียนขาดความกล้าและขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่มีความพยายามและความมุ่งมั่น ซึ่งทั้งหมดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้การเรียนรู้ด้วยตัวเองเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะครูห้ามและไม่เอาใจใส่ วินัยจึงไม่เกิดในห้องเรียน

หลายครั้ง ‘ระเบียบวินัย’ ในห้องเรียน เกิดจากการดุด่าและสั่งห้ามของครู ในที่สุดอาจทำให้เด็กนักเรียนต่อต้าน ครูควรละทิ้งความเชื่อเก่าๆ เปลี่ยนมาสร้างความไว้ใจและวินัยเชิงบวกในห้องเรียน โดยวิธีง่ายๆ คือการแคร์หัวใจนักเรียน เพราะจะทำให้เด็กมีสมาธิและโฟกัสกับการเรียนได้ดีขึ้น

ลงโทษแค่หลาบจำ ลูกจะกลับมาทำอีก ‘หนุนเสริมเชิงบวก’ เวิร์คกว่า เขาจะรู้ผิดถูกเอง

การลงโทษโดยใช้ความรุนแรง ตาต่อตาฟันต่อฟันกับลูกไม่ส่งผลดีอะไรเลยในระยะยาว ลองหันมาใช้วิธี ‘หนุนเสริมเชิงบวก’ ไม่เพียงทำให้ลูกมีพฤติกรรมดีขึ้น แต่ลูกจะเชื่อฟัง รับฟังเหตุผล รับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และเข้ากับคนอื่นได้ดีขึ้น

เอาชนะหุ่นยนต์ได้ด้วยการ ‘เอาใจเขามาใส่ใจเรา’ และความฉลาดทางอารมณ์

การเอาใจเขามาใส่ใจเรา คือทักษะหุ่นยนต์ทำไม่ได้ แต่มนุษย์อย่างเราทำได้ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ ความชำนาญกระฉับกระเฉง และความสามารถในการสื่อสารระหว่างบุคคล

เมื่อการเรียนรู้เชื่อมโยงสมองหลายส่วน คณิตศาสตร์จึงไม่ใช่สมองซีกซ้าย และสมองซีกขวาก็ไม่ใช่แค่ศิลปะอีกต่อไป

การเรียนคณิตศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของสมองซีกซ้าย ศิลปะและดนตรีไม่ใช่เรื่องของสมองซีกขวาอีกต่อไป, การกระตุ้นพัฒนาการเรียนรู้ ไม่ได้จำกัดแค่ช่วงวัยใดวัยหนึ่ง, การทำซ้ำๆ จนช่ำชอง อ่านซ้ำๆ จนจำได้ ไม่ใช่การเรียนรู้ที่ดีที่สุดเสมอไป คือคอนเซปท์สำคัญของ ‘การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงสมองหลายส่วน’

5 วิธี ลบคำพูดร้ายในใจเด็ก

อสูรร้ายคือ คำพูดเชิงลบที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเด็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งนี้เป็นอันตราย เพราะจะทำให้เด็กมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง แต่พ่อแม่สามารถช่วยลูกขจัดอสูรร้ายให้หายไปได้ ด้วย 5 วิธี

1 2 3