การสื่อสารอย่างสันติไม่ใช่การต่อสู้ตอบโต้เพื่อเอาชนะ แต่กลับมาเข้าใจความต้องการของตัวเอง

การสื่อสารสันติ ไม่ใช่แค่การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาอย่างกรุณา แต่คือความเข้าใจตัวเองและคนอื่นด้วยว่า ที่รู้สึกแบบนั้น เพราะความต้องการอะไร และเมื่อเข้าใจ หลายครั้งความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองและคนรอบข้างก็เปลี่ยนแปลง

ห้องเรียนไม่ใช่สมรภูมิรบ: ครูสงบศึกได้ด้วยการสื่อสารอย่างสันติ

หลายครั้งห้องเรียนเป็นสมรภูมิรบ และครูคือคนที่เข้ามาไกล่เกลี่ย ไม่ควรเพิกเฉยกับความขัดแย้งหรือมองว่าความรุนแรงเป็นเรื่องธรรมชาติ และเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยครูคือ NVC หรือการสื่อสารอย่างสันติ ไม่ใช่การลงโทษให้เรื่องมันจบๆ ไป

ฟังลูกบ้าง อย่าเพิ่งแปลงร่างเป็นหมาป่า

หยุดแปลงร่างเป็นหมาป่าด้วย การเรียบเรียงประโยคแล้วสื่อสารอย่างสันติ (Nonviolent Communication) เพื่อตัดดราม่า ไม่อ้อมค้อม ตรงไปตรงมา และลดอาการบาดเจ็บจากคำพูดเชือดเฉือน ด้วยวิธีง่ายๆ บอกสิ่งที่เห็น, รู้สึก, ต้องการ ร้องขอ

สื่อสารกับเด็กๆ อย่างสันติ: ครูต้องสอนด้วยหัวใจไม่ใช่ไม้เรียว

แม้ลึกๆ แล้วคือความรักและหวังดี แต่การที่ครูบอกว่าเด็กๆ ทำผิดหรือโง่ นอกจากบรรยากาศเรียนรู้จะไม่เกิดขึ้น ความสัมพันธ์ครู-นักเรียนจะดิ่งลงเรื่อยๆ  ครู-นักเรียนเริ่มต้นกันใหม่ได้ด้วยการสื่อสารความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา คิดถึงใจเขาใจเรา แบบยีราฟ-สัตว์บกที่มี ‘หัวใจ’ ใหญ่ที่สุด มันจึงพร้อมจะแบ่งปันความรัก ความเมตตากรุณาทั้งกับตัวเองและคนอื่น 

หยุดทำร้ายใจด้วยคำพูด เริ่มต้นกันใหม่ด้วยการสื่อสารอย่างสันติ

ทั้งที่เป็นความห่วงใย แต่พูดไม่ถูกวิธี ยังไงเสีย..คนฟังก็ปิดหูไม่รับฟังอยู่ดี เปลี่ยนเสียงหมาป่าให้เป็นเสียงยีราฟ ด้วยการสื่อสารอย่างสันติ (NCV) โดยใช้วิธี 3 โหมด (สื่อสาร, รับฟัง, เข้าใจตัวเอง) 4 ขั้นตอน (สังเกต, รู้สึก, ต้องการ ร้องขอ) ทั้งหมดเพื่อลดอาการบาดเจ็บจากคำพูดเชือดเฉือน