“วันวัน ทำอะไร? เมื่อไม่ส่งลูกเข้าโรงเรียน” จากคุณแม่โฮมสคูล

บทความนี้เป็นการเล่าสู่กันฟัง จากประสบการณ์เฉพาะครอบครัว เมื่อพ่อแม่ไม่ส่งลูกเข้าโรงเรียนเรียน เด็กในแต่ละช่วงวัย เริ่มตั้งแต่อนุบาล ประถม เข้าสู่วัยรุ่น พวกเขามีการเรียนรู้อย่างไร เพราะการไม่ไปโรงเรียนไม่ได้แปลว่าไม่เรียนรู้

วิจารณ์ พาณิช: เป้าหมายของการเรียนรู้คือเปลี่ยนแปลงสมอง

เป้าหมายของการเรียนรู้คือเปลี่ยนแปลงสมอง นักเรียนต้องพร้อมเรียนรู้ด้วยสมองที่เต็มร้อย โดยการนำนักเรียนเข้าสู่สภาพพร้อมเรียน มีแรงบันดาลใจต่อการเรียน ครูต้องเข้าใจ 3 ขั้นตอน คือ เริ่มต้น อยากเรียน และเห็นคุณค่า

Mind-Body Medicine ปรับใจเยียวยากาย: ศาสตร์การบำบัดที่ทำให้คนกลับมาเข้าใจตัวเอง

หนังสือ ‘Mind-Body Medicine ปรับใจเยียวยากาย’ เสนอมอีกทางเลือกในการกลับมาดูแลกายและใจตัวเอง ทั้งการวิ่ง โยคะ ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด ละครบำบัด รวมถึงการเขียน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การกลับมาตระหนักรู้ในตนเองว่าอะไรคือความไม่สมดุลที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตของเรา มีอะไรที่ยังกวนใจเราอยู่ทุกวัน อะไรมากหรือน้อยเกินไปในชีวิต เพื่อที่จะดูแลใจของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอ

พันธุกรรมไม่สำคัญเท่าการเลี้ยงดู ความเอาใจใส่ของพ่อแม่กำหนดบุคลิกของลูกได้

สมองของทารกถูกตั้งโปรแกรมอัตโนมัติให้เรียกร้องความรู้สึกปลอดภัยเป็นสุข ผ่านการดูแลเอาใส่ใจ เข้าใจ เพราะมันเป็นต้นแบบความสัมพันธ์ที่เขาจะนำไปใช้กับเพื่อนๆ และโลกรอบตัว ที่สำคัญพัฒนาการน่าเป็นห่วงที่ได้รับผ่านพันธุกรรมจะหายไปได้ถ้าเขาได้รับความเอาใจใส่เพียงพอ

กลับมาเป็นพ่อแม่ที่มีหัวใจ ฟังเสียงข้างในที่ลูกไม่ได้พูด

ถ้าพ่อแม่กลับมาเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังลูกอย่างลึกซึ้งทั้งตัวและหัวใจ โดยไม่ถาม ไม่พูดแทรก ไม่ตัดสิน ไม่สั่งสอน นอกจากพ่อจะได้ยินถ้อยคำที่ลูกเปล่งออกมาแล้ว หากยังทำให้ได้ยิน ‘เสียงที่ลูกไม่ได้พูดออกมา’ อีกด้วย 

Puppetomime: ศิลปะง่ายกว่าที่คิด หยิบสิ่งของในบ้านนำมาเล่านิทานหรือสร้างงานละครได้

ศิลปะอาจง่ายกว่าที่คิด เพียงเรื่องเล่าในชีวิตจริงหรือแม้แต่สิ่งของในบ้านก็สามารถนำมาเล่านิทานหรือสร้างงานละครได้ ศิลปะอาจไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ และไม่จำเป็นต้องมีเงินก่อนถึงจะนึกถึงเรื่องศิลปะ เมื่อมีการสร้างงานศิลปะอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ศิลปะก็จะงอกงามเติบโตในใจทุกคน – กลุ่มการแสดง Puppetomime พิสูจน์แล้ว

1 2 3 29