ต้องเป็นแม่ที่มีความสุขที่สุดถึงจะเป็นแม่ที่ดีที่สุดได้ by ‘ตามติดชีวิตแม่บ้านแขก’

  • เราต้องเป็นแม่ที่มีความสุขที่สุดก่อน ถึงจะเป็นแม่ที่ดีที่สุดได้ คือ เคล็ดลับสำคัญในการใช้ชีวิต ดูแลครอบครัวและเลี้ยงลูกของคุณอุ่น ลฎาภา เบลีย์ เจ้าของเพจ ‘ตามติดชีวิตแม่บ้านแขก’
  • อดีตแอร์โฮสเตสสุดแฮปปี้ที่ออกจากวงการมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ชีวิตแทบจะพลิกสุดขั้วทำให้เข้าสู่โหมดสติแตกไปพักหนึ่ง ก่อนจะกลับมายืนหนึ่งได้ด้วยการตั้งต้นที่ความสุขของตัวเอง
  • จริงๆ แล้วคุณอุ่นเขียนเล่าเรื่องไว้ในเพจตัวเองสนุกกว่านี้มาก แต่บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อยากเผยให้เห็นว่ากว่าแม่คนหนึ่งจะมีความสุขได้ ไม่ง่ายเลย

เรื่อง: ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
ภาพ: ลฎาภา เบลีย์

กลอนของเมีย…

รักกูหรือไม่ ไม่รู้
ทิ้งกูเมื่อไหร่ มึงตาย
อยากจากชั้นไป ออไร้ท์
แต่เดินออกจากบ้านไป ตัวเปล่า

รักซ้อนซ่อนเงื่อนเก่ง ใช่มั้ย
App Life360 มีไง คนผี
อย่าคิดเก่งกับชั้น คนดี
เหนือฟ้าเหนือน้ำยังมี มนุษย์เมีย

รู้มั้ยนอกใจมันผิด กฎหมาย
แล้วยังทำร้ายจิตใจ กูนี่
ขึ้นศาลไม่พอ กูต้องตี
หลอกให้กูรักครั้งนี้ ไม่ทน

เป็นกลอนของ ‘คุณอุ่น’ ลฎาภา เบลีย์ ที่อ่านให้สามี ไมเคิล เบลีย์ ฟังทุกคืน…

ชื่อ-นามสกุล ลฎาภา เบลีย์ อาจไม่คุ้นหู แต่ถ้าพูดถึงเพจ ‘ตามติดชีวิตแม่บ้านแขก’ ที่ผู้เขียนอธิบายตัวเองไว้สวยๆ ในเพจว่า Best Cabin Crew of the Airline และ Best Housewife of the Planet หลายคนน่าจะรู้จัก

ประโยคแรกคืออดีตของ คุณอุ่น แอร์โฮสเตสสาวแห่งสายการบินการ์ตา ผู้ใช้ชีวิตโสดที่ผ่านมาอย่างเต็มที่จริงๆ

“ช่วงยังไม่มีสามี อุ่นใช้ชีวิตเต็มที่จริงๆ เต็มที่ในทุกๆ จุด เช่น ตอนอุ่นบิน พอแลนดิ้งปุ๊บ อุ่นเที่ยวเลย เที่ยวยันเช้ากลับมาไปบินต่อ อย่างนี้ตลอด เต็มที่กับทุกด้าน reach the top จนไม่จำเป็นต้องโหยหาอะไรอีก”

พอสวิตช์โหมดมาเป็นคุณแม่บ้าน แต่งงานกับสามีชาวอังกฤษ และเปลี่ยนสถานะมาเป็นแม่และภรรยา เพื่อนรักทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่อยากเชื่อว่าอุ่นจะเป็นคุณแม่ได้ แต่จนถึงวันนี้ คุณอุ่นเชื่อสุดใจว่าตัวเองทำได้สมกับมอตโต้ Best Housewife of the Planet

“เราอยากเป็นคนที่ดี ต้องรู้จักเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ให้เป็นคุณแม่ให้ได้ เพื่อนอุ่นทุกคนพูดว่า ไม่อยากเชื่อว่าอุ่นจะเป็นคุณแม่ได้ คืออุ่นไม่รู้สึกว่าประหลาดนะคะ คนเราเมื่อถึงเวลา มันสวิตช์ได้ ถ้าเรารู้จักการปรับเปลี่ยนบทบาท รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ทุกคนก็น่าจะ survive ในสังคมได้”

จนถึงวันนี้ ลูกสาว – ‘น้องเอม’ เอมิลี่ เบลีย์ 4 ขวบแล้ว คุณอุ่นก็ยังเป็นแม่บ้านฟูลไทม์ ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เขียนและโพสต์ลงเพจ ‘ตามติดชีวิตแม่บ้านแขก’ อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับธุรกิจขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพออนไลน์ในเพจ ‘แม่ซื้อ’ ที่ยืนหนึ่งขึงมอตโต้ไว้ว่า I’m not a shopaholic, I’m helping the economy.

ไปกันได้ดีมากๆ กับ cover profile ของเพจที่เขียนเอาไว้ว่า Marriage is a workshop…where husband works and wife shops.

ฟังๆ ดูเป็นชีวิตที่สุข สนุกสนานมาก จนเราอดถามไม่ได้ว่า ความทุกข์ที่สุดเท่าที่นึกออกคืออะไร

“อยู่ๆ เป็นไมเกรน อันนั้นคือทุกข์แล้วค่ะ” คุณอุ่นใช้เวลานึกอยู่พักใหญ่

แต่พอถามว่าสุขที่สุดคืออะไร เรานึกว่า happy mom อย่างแม่บ้านแขกจะลิสต์ได้ยาวเป็นหางว่าว แต่คำตอบกลับตรงกันข้าม

“สุขที่สุด…ไม่มีค่ะ อุ่นว่าความสุขมันเป็นโมโนโทน อยู่แบบปกติ ไม่ได้รู้สึกว่ามีความสุขสูงปรี๊ด พอเปลี่ยนวิธีการคิด รีแลกซ์กับตัวเองมากขึ้น มันกลายเป็นว่าหาความสุขกับชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ได้สุขที่สุดนะคะแต่มันคือความสุขธรรมดา เช่น อุ่นได้ทานอาหารอร่อยๆ มีคนทำอาหารให้เรากิน ก็มีความสุขละ มันแช่มชื่น ดังนั้นพอเรามีความสุข เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มันเป็นลบ เราไม่ขอเรียกว่ามันความทุกข์อะค่ะ เพราะความสุขมันกลืนความทุกข์ไปหมด”

คีย์เวิร์ดสำคัญของประโยคยาวๆ ข้างต้น คือ ‘เปลี่ยนวิธีคิด’

จากแฮปปี้สู่สติแตก

ไปให้สุด คือ ชีวิตของคุณอุ่นสมัยใช้คำนำหน้าว่านางสาว มาหักมุมจริงๆ เอาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

“ก่อนมีลูกอุ่นคิดว่าทุกอย่างมันง่ายมาก ต้องเลี้ยงง่าย สบายมาก แต่พอมีลูกเอง รู้เลยว่ามันไม่ได้ง่าย บางทีบทความหมอที่เราอ่านที่บอกว่ามันง่าย คุณต้องทำทุกอย่างให้มันง่าย สวยงามไปหมด แต่ในชีวิตจริง มันไม่ใช่ โดยเฉพาะอุ่นที่เลี้ยงลูกเอง อุ่นเลยบอกทุกคนเสมอว่าถ้าอยากมีลูกก็ขอให้มีลูกเมื่อพร้อม อุ่นไม่เคยบอกใครเลยนะว่ามีลูกเลยสิ มันคือภาระ หน้าที่ การงาน การเงิน ความแข็งแรงของจิตใจ …ทุกอย่างเลยค่ะ เราต้องแบกรับตรงนี้ให้ได้”

ด้วยความที่คุณอุ่นใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศร่วมกับสามีชาวอังกฤษ จึงต้องปรับตัวทั้งกับคู่ชีวิตและสถานที่

กับคุณไมเคิล-สามี วิธีของคุณอุ่นคือเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทั้งสองฝ่ายต้องเรียนรู้ที่จะเสียสละและหาตรงกลางกันให้เจอ

“แรกๆ ทะเลาะกันบ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงที่อุ่นปรับตัวกับชีวิตคู่ไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงที่อุ่นท้อง มันเครียดหนัก อุ่นขว้างปาข้าวของเหมือนเราไม่ใช่ตัวเอง จนวันหนึ่งหลับไปแล้วตื่นมาคิดว่า เฮ้ย เราจะปล่อยให้ตัวเราเป็นแบบนี้แล้วจะปล่อยให้สามี suffer เหรอ อุ่นบอกคนอื่นเสมอๆ ว่า มันไม่ใช่ only take มันต้อง give ด้วย เราต้องรู้จักอยู่ตรงกลาง เสียสละบ้าง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของเราให้อยู่รอดทุกๆ ความสัมพันธ์”

จนมาถึงบทบาทคุณแม่ คุณอุ่นรับบทหนักยิ่งกว่า ความเครียดที่ไม่เคยมาหาก็เข้ามาอย่างหนักหน่วง เพราะปรับตัวไม่ได้และต้องอยู่กับลูกสองคนทั้งวัน มีออกไปคุยกับคนอื่นบ้างแต่ก็ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเพื่อน

และก็มาถึงจุดที่เรียกว่า สติแตก

“ตอนนั้นอุ่นเริ่มสะสมความเครียดทุกวัน ปรับตัวกับที่ใหม่ไม่ได้ มันหลากหลายมาก จนก่อตัวเป็นความเครียด มีวันหนึ่งอุ่นขับรถพาลูกไป play group (เข้ากลุ่ม) ยังไงไม่รู้ มัน break down ร้องไห้ถล่มทลายจนต้องหยุดรถ สะอื้น แบบสติแตก กลับมาบ้านร้องไห้ไม่หยุดเลยค่ะ” คุณอุ่นเล่าจนเห็นภาพ

ต้องเป็นแม่ที่สุขที่สุดถึงจะเป็นแม่ที่ดีที่สุดได้

ตอนนั้นคุณอุ่นเอาแต่คิดว่า ทำไมตัวเองถึงไม่มีความสุขเลย และคิดว่าต้องหยุดตัวเองเพราะไม่อยากให้ลูกเห็นแม่ในสภาพนี้

สิ่งแรกที่คุณอุ่นทำคือ โทรหาสายด่วนสุขภาพของประเทศอังกฤษ เล่าปัญหาที่เกิดขึ้น ปลายสายถามกลับมาว่า มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเองไหม อยู่กับลูกไหวหรือเปล่า ถ้าไม่ได้เขาจะส่งคนมาช่วยดูแล

คุณอุ่นไม่เคยมีความคิดทำร้ายตัวเอง สิ่งที่สายด่วนทำหลังจากนั้นคือ ส่งนักจิตวิทยามาคุย จนสรุปว่าภาวะที่คุณอุ่นเป็นคือ วิตกกังวล (anxiety) ยังไม่ถึงขึ้นซึมเศร้า (depressed)

“พอได้คุยกับนักจิตวิทยา เขาพูดกับอุ่นคำหนึ่งว่า ยูอย่าตั้งความหวังว่ายูจะเป็นแม่ที่ดีที่สุด ยูต้องเป็นคนที่มีความสุขที่สุดก่อน ยูถึงจะเป็นเป็นแม่ที่ดีที่สุดได้ ยูจะไม่มีวันเป็นแม่ที่ success เลย ถ้ายูไม่มีความสุข ความสำเร็จมันมาพร้อมกับความสุข…โอ้โห มันเหมือนคลายปม มันดีมากๆ”

เมื่อถูกคลายปม คุณอุ่นเปรียบเทียบความรู้สึก ณ ตอนนั้นว่า เหมือนเปิดตัวเองใหม่ พร้อมประโยคที่เข้ามาบงการทุกจังหวะในชีวิตว่า เราต้องมีความสุขก่อน

พอตั้งสติได้และรู้ว่าชีวิตจะเดินต่ออย่างไร สิ่งแรกที่ภรรยาทำคือกลับมาคุยกับสามี บอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นและความต้องการอย่างตรงไปตรงมา

“คุยกับสามีว่าอุ่นต้องการสังคมของตัวเอง อุ่นต้องการพักผ่อน อุ่นต้องการเวลาที่รู้สึกว่าฉันไม่ได้เป็นแม่ ได้ออกจากโซนนี้บ้าง ซึ่งสามีบอกว่าเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าอุ่นจะเครียดขนาดนี้ เห็นอุ่นทำหน้าที่ทุกวัน ก็ไม่คิดว่าเราจะมีปัญหาอะไร แต่สามีโอเค บอกว่าจากนี้ตอนเย็นเป็นหน้าที่ของเขา อุ่นก็เริ่มจัดเวลา อยากบินกลับไทยเดือนละครั้ง อยากหาอะไรทำ อยากทำอะไรเพื่อตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ถึงไม่ใช่งานใหญ่มาก แต่มีอะไรทำ รู้สึกว่าชีวิตเริ่มมีความสุขมากขึ้น อุ่นเอาลูกเข้าเนิร์สเซอรีเลย มีเวลาได้พักผ่อน มีเวลาไปสปา ออกกำลังกาย เจอเพื่อนใหม่ๆ”

บางเดือนคุณอุ่นบินกลับมาเมืองไทยสิบกว่าชั่วโมง เพื่อใช้เวลาอยู่แค่วันเดียวแล้วก็บินกลับ แต่คุณอุ่นก็ทำ เพราะมันคือความสุข

“เราอยากบอกทุกคนว่าเราเผชิญตรงนี้มาแล้ว อย่าตั้งความหวังว่าตัวเองต้องเป็นแม่ที่ดี เราเป็นแม่ปานกลางก็ได้ แต่เราเป็นแม่ที่มีความสุข อย่าพยายามเสพบทความที่เขียนอย่างสวยหรูว่า คุณห้ามทิ้งลูก คุณต้องอยู่กับลูก การเป็นแม่ที่ดีต้องอยู่กับลูกตลอดเวลา สำหรับอุ่น ไม่เลย อุ่นบอกทุกคนตลอดเวลาว่า ถ้าคุณเครียด คุณเหนื่อย เอาลูกเข้าเนิร์สเซอรีเลย ลูกได้สังคมด้วย มันไม่ผิดปกติอะไรเลยค่ะ ฝรั่งกลับ encourage ให้เด็ก play group เร็วๆ ด้วย เพื่อให้เขาไปสร้าง skill ทางสังคมให้ดีที่สุด เพราะตอนกลับมาบ้านเขาก็อยู่กับพ่อแม่อยู่แล้ว”

เหมือนที่ครั้งหนึ่งคุณอุ่นเขียนไว้ในเพจว่า…

ชั้นรักลูก รักสา แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งชีวิตชั้นจะต้องทุ่มเทให้กับเค้าสองคนไม่มีเวลาชีวิตของตัวเอง ใครที่คิดว่าการเป็นแม่ที่ดีคือห้ามจากลูกไปไหน ห้ามพัก ห้ามเหนื่อย ลูกอยู่กับเราทุกที่ ไร้สาระค่ะ

ทุกคนถามว่าเดินทางไม่เหนื่อยเหรอ ชั้นบอกเลยว่ามันเป็นเวลา 48 ชม. ที่ชั้นได้อยู่ตัวคนเดียว ได้กินข้าวเงียบๆ ได้ไปที่ๆ เอาลูกไปไม่ได้แน่นอน เอาสาไปก็เม้าไม่มันส์ สำหรับชั้น ในความเหนื่อยมันคือการพักผ่อน และมันคือช่วงเวลาที่มีคุณค่าของชั้นมากๆ

อย่ากลัวถ้าจะบอกใครว่า แม่ก็ต้องการปลีกตัวคนเดียว แม่ต้องการออกไปเจอเพื่อนโดยไม่มีลูกไปด้วย แม่อยากไปยิม แม่อยากไปนวดบ้างไรบ้าง ให้ของขวัญกับตัวเองบ้าง ในความเหนื่อยที่ตัวเองทำมาตลอดนะคะแม่ๆ

ที่สำคัญชั้นชอบการฝากลูกไว้กับสามาก แม้นางจะให้ลูกกินของแช่แข็ง ดูทีวียาวๆ ให้เล่นเลอะเทอะ ให้ทำอะไรที่ชั้นไม่ชอบใจ แต่ก็ถือว่าลูกก็ได้สิ่งที่ชั้นไม่ให้เหมือนกัน อารมณ์แบบแอบกินขนมในห้องเวลาครูไปเข้าส้วม สาก็ได้รู้ด้วยว่าเลี้ยงลูกมันไม่ได้ง่าย มันต้องพาเค้าออกไปข้างนอกแม้ว่าจะหนาว ฝนจะพรำก็ตามที

อย่ากลัวที่จะออกไปพักผ่อนค่ะแม่

……………………

คุณอุ่นไม่เคยมีไอดอลหรือตำราใดๆ ในการเลี้ยงลูก ไม่ใช่เพราะหลงตัวเองแต่เพราะเชื่อใน Myself and I มาก

“ทุกอย่างมันควรเป็นสูตรเฉพาะของเราคนเดียว เราไม่มีทางเดินตามชีวิตแบบใครได้ ในชีวิตคู่ คิดอะไรได้ก็ทำ เลี้ยงลูก คิดอะไรได้ก็ทำ ต่อให้มันเจอปัญหา สุดท้ายแล้วเราเอาชีวิตใครมาแก้ปัญหาไม่ได้ค่ะ เราต้องแก้ปัญหาของเราด้วยตัวเองทั้งการเป็นแม่และการเป็นเมีย”

นี่ล่ะ Best Housewife of the Planet แบบคุณอุ่น