ฟาทูมา อับดุลกาดีร์ อาดัน: เตะบอลหยุดสงคราม ยิงประตูยังไงก็ดีกว่ายิงคน

  • ฟาทูมา อับดุลกาดีร์ อาดัน ทนายสาวเธอเลือกเก็บกระเป๋ากลับบ้านที่มาร์ซาบิท ตอนเหนือของเคนยา เพื่อใช้ลูกกลมๆ ตอบโต้ปัญหาสงคราม
  • เธอเชื่อว่า ยิงประตูดีกว่ายิงคน ในประเทศที่ยังเต็มไปด้วยสงครามชนเผ่าและสนับสนุนให้เด็กหญิงแต่งงานมากกว่าเล่นกีฬา
  • ฟุตบอลจะดึงความสงบกลับมา กระตุ้นการศึกษา และสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมให้กับผู้หญิงทุกวัย…เธอเชื่อเช่นนั้นจริงๆ

เรื่อง: ลีน่าร์ กาซอ

“มันคงง่ายกว่าถ้าเลือกอยู่ที่ไนโรบี ทำงานหาเงิน ขับรถเบนซ์เท่ๆ สักคัน แต่ฉันแค่อยากกลับบ้าน”

นั่นเป็นชีวิตที่ ฟาทูมา อับดุลกาดีร์ อาดัน (Fatuma Abdulkadir Adan) ทนายสาวน่าจะได้มีในเมืองหลวงของเคนยา แต่เธอเลือกเก็บกระเป๋ากลับบ้านที่มาร์ซาบิท (Marsabit) เพื่อใช้ฟุตบอลตอบโต้ปัญหาสงครามระหว่างชนเผ่าและวัฒนธรรมการแต่งงานกับเด็กหญิง ในประเทศที่ห้ามเด็กหญิงเล่นกีฬาทุกชนิด จนกลายเป็นหญิงแอฟริกันคนแรกที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการเครือข่ายสตรีทฟุตบอลโลก (Street Football World Network)

ฟาทูมา เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของ Horn of Africa Development Initiative (HODI) ตั้งฐานในเมืองมาร์ซาบิท ทางตอนเหนือของเคนยา ท่ามกลางสงครามระหว่างชนเผ่าโดยตั้งใจใช้กีฬาฟุตบอลดึงความสงบกลับมา กระตุ้นการศึกษา และสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมให้กับผู้หญิงทุกวัย

เธอใช้ฟุตบอลชนะใจผู้คนในชุมชนได้หลังเหตุการณ์สังหารหมู่ปี 2005 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปนับร้อย – แต่แน่ล่ะว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

เปลี่ยนกระสุนเป็นลูกฟุตบอล

ฟาทูมา ไม่เคยเตะฟุตบอลเลยจนกระทั่งอายุ 25 ปี

เป็นพ่อของเธอที่ปลูกฝังความหลงใหลในฟุตบอล ยอมรับบทบาทเพศ และพาเธอไปดูการแข่งขัน เธอดูจากข้างสนาม และลูกบอลลูกแรกของเธอมาจากเศษขยะโดยมีพี่ชายทำให้

“หนึ่งในพี่ชายช่วยทำลูกบอลจากของเหลือใช้ เราทำลูกใหญ่กันเลยเพราะเขาบอกว่า ‘เธอกำลังจะทำให้ผู้ชายหันมาเล่น ดังนั้นมันต้องไม่ใช่บอลลูกเล็กๆ สิ!’ ” จากนั้นเธอก็ไปขอเล่นกับเด็กชายกลุ่มหนึ่ง หลังจากเถียงกันไปมา พวกเขาก็ตกลง “เราจะสอนให้เธอรู้ว่าต้องเล่นยังไง”

นั่นคือครั้งแรกที่ฟาทูมาเตะบอล แม้จะเป็นลูกบอลทำจากขยะก็ตาม เมื่อจบเกม เธอบอกเด็กหนุ่มเหล่านั้นว่า “ยิงประตูดีกว่ายิงคนนะ”

และนั่นก็กลายเป็นหนึ่งในโปรเจ็คต์ของ HODI ที่ “แทนกระสุนด้วยลูกฟุตบอล”

เคนยาของ ฟาทูมา

“เคนยาของฉันไม่มีถนนยางมะตอย ไม่มีโรงเรียนดีๆ โรงพยาบาลก็ไม่ได้มีเครื่องมือพร้อม ถึงตอนนี้จะเริ่มมีถนนแล้ว แต่เรื่องอื่นเราต้องรอถึง 54 ปีแบบนี้ด้วยเหรอ – นี่คือคำถามที่ฉันถามบ่อยๆ”

แม้การขลิบอวัยวะเพศหญิง (Female Genital Mutilation – FGM) และการแต่งงานในเด็กเป็นเรื่องผิดกฎหมายแต่ก็ยังเกิดขึ้นทั่วไปเป็นปกติในเคนยา ฟาทูมาเติบโตมาท่ามกลางสงครามระหว่างชนเผ่าโบรานา (Borana) กาบรา (Gabra) และเรนดิลล์ (Rendille)

ในฐานะลูกสาวของหญิงเผ่ากาบราและชายเผ่าโบรานา ฟาทูมาไม่อาจเลือกมองอีกฝ่ายเป็นศัตรูได้ เมื่อการสังหารหมู่ปี 2005 คร่าชีวิตคนทุกชุมชน รวมถึงเด็กเกือบร้อยคนในโรงเรียน ฟาทูมาก็คิดถึงเป้าหมายในชีวิตใหม่อีกครั้ง

“ฉันว่างานกฎหมายเป็นสิ่งที่ดีแต่ว่างเปล่า มันช่วยคลี่คลายคดีได้แต่ไม่ช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ อย่างการต่อสู้ระหว่างชนเผ่า ความรุนแรงจากปืนที่ทำให้มีคนตายมากขึ้นทุกวัน”

เธอก่อตั้ง HODI ในปี 2003 เป้าหมายหลักระยะแรกเป็นการลดจำนวนทหารเด็ก ก่อนเข้าถึงเด็กผู้หญิงในหมู่บ้านเพื่อเดินทางเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ

“ฉันอยู่ในโรงเรียนสตรีและเรามีเด็กหญิง 56 คนในชั้นเรียน ระหว่างขึ้นเกรด 8 เราเหลือเพียง 17 คน แม้ทุกคนจะไม่พูดอะไรแต่ฉันกลับคิดว่า ‘มันไม่โอเค!’ ”

วิชาว่าด้วยสิทธิบนสนามฟุตบอล

“ก่อนหน้านี้ เด็กๆ จะมองว่าการได้แต่งงานตอนอายุ 12-13 ปีเป็นเรื่องเท่ แต่ตอนนี้ถ้าคุณแต่งงานตอนอายุ 13 ปี เด็กหญิงและชายในห้องเรียนจะต่อว่าคุณ”

โครงการของเธอกระตุ้นให้เด็กลุกขึ้นต่อสู้และสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง ผ่านการฝึกฝนทักษะฟุตบอล ท่ามกลางโครงสร้างของชุมชนที่ไม่อนุญาตให้เด็กและผู้หญิงมีสิทธิมีเสียง ส่วนเด็กชายก็เป็นเพียงหุ่นเชิดถือปืนออกไปทำสงคราม

ฟาทูมาเริ่มด้วยการขอให้โรงเรียนในท้องถิ่นเสนอชื่อเด็กหญิงเข้าร่วมโครงการฟุตบอล โดยสิ่งที่เด็กๆ ได้ทำคือตะโกนให้เพื่อนร่วมทีมส่งบอลให้ เรียนรู้เรื่องการแสดงออกและยืนหยัดเพื่อสิทธิของตัวเอง แต่ทั้งทีมกลับถูกลักพาตัวไปแต่งงานหลังจากนั้น

เธอใช้เวลาสองปีรวบรวมความกล้าที่จะเริ่มต้นอีกครั้ง และครั้งนี้เธอคิดว่าโรงเรียนอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องดึงพ่อแม่เข้ามาร่วมด้วยผ่านกิจกรรมสำหรับพ่อและชั้นเรียนสำหรับแม่ เพื่อ “กระตุ้นเด็กหญิงทั้งหลายในแนวทางที่แตกต่างกัน” และยังสอนให้เด็กๆ เห็นว่า สิทธิมาพร้อมกับความรับผิดชอบ

ถึงจะผิดกฎหมาย แต่การขลิบและแต่งงานกับเด็กยังมีอยู่ในท้องถิ่นหลายแห่งของเคนยา หลังล้มเหลวกับการพยายามเข้าถึงคนท้องถิ่น สุดท้าย ฟาทูมาเข้าทางกลุ่มผู้หญิงแต่ละเผ่าจนพวกเธอยอมเปิดใจและร่วมเดินขบวนไปยังที่ว่าการอำเภอ ประกาศต่อต้านสงครามและบอกว่าพวกเธอมีสิทธิที่จะไม่แก้แค้นต่อกัน

แม้ว่าสถานการณ์ในมาร์ซาบิทจะดีขึ้นแล้ว ฟาทูมาก็ยังคงเดินหน้าทำงานต่อไปโดยส่งไม้ต่อให้หญิงสาวรุ่นใหม่ขึ้นนำแล้วหันมาทำงานด้านเครือข่ายแทน

นับตั้งแต่ HODI เปิดตัวให้โลกรู้จักจากสมาชิกชาวรวันดาในเครือข่ายสตรีทฟุตบอลโลก ฟาทูมาก็รู้ว่า เธอยังสามารถใช้ทักษะความรู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโลกได้อีก

“เรายังมีงานให้ทำอีกเยอะ และหญิงสาวทั้งหลายจะต้องมีโอกาสได้ขึ้นมาเป็นผู้นำ”

ที่มา:
https://www.bbc.com
https://www.streetfootballworld.org