เอ๊ะ นี่ครูหรือหมาป่า ด่า *&^#$&+x$% จนลืมสอน

“พวกเธอมาเตะบอลในห้องได้ไง ทำกระจกแตกอีก โตป่านนี้แล้ว ยังเล่นไม่เข้าเรื่อง”

“ทำอย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน ไปทำรายงานมาใหม่เลยส้มส้ม ใช้ไม่ได้”

“เป็นเด็กอย่าเถียงเวลาครูพูด”

“ถึงบอกไป ครูก็ไม่เข้าใจหรอก”

“หนูโง่จะตาย ใครจะไปทำได้”

ปัจจัยของความรุนแรงที่มาจากภาษาที่เราใช้จนเห็นเป็นธรรมดาโดยไม่รู้ตัว รูปประโยคที่เต็มไปด้วยการกล่าวโทษ ตัดสินตีความ วิจารณ์ และจัดประเภท และมีนัยยะว่าคนที่ไม่ทำตามความต้องการของเรามีความผิด หรือสถานการณ์ที่ไม่เป็นดังใจเราก่อความทุกข์

และประโยคเหล่านี้มักเกิดขึ้นในห้องเรียน

เพราะอะไร?

ระบบใครอำนาจเหนือกว่าเป็นใหญ่ (Dominant System)

สังคมที่หล่อหลอมให้คนมองโลกด้วยบรรทัดฐานดีชั่ว ถูกผิด เก่งโง่ เป็นธรรมดาที่ต้องใช้การทำโทษหรือให้รางวัลเป็นเครื่องมือเพื่อบริหารอำนาจตัดสิน สังคมแบบนี้คือ ระบบใครอำนาจเหนือกว่าเป็นใหญ่ (Dominant System) หมายความว่าคนมีสถานะเหนือกว่าจะใช้อำนาจนั้นควบคุม ‘เหนือ’ ผู้อื่นแทนที่จะเคารพในความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกันอย่างเท่าเทียม

ในสังคมนี้ เราจะเห็นพ่อแม่มีอำนาจในบ้าน คุณครูอาจารย์มีอำนาจที่โรงเรียน หรือเจ้านายมีอำนาจในบริษัท สามารถออกคำสั่ง ชี้ถูกผิด และตัดสินผู้อยู่ใต้อำนาจอย่างลูกหลาน นักเรียน ลูกจ้างเสมอมา

สังคมแบบนี้สอนให้เราวัดประเมินการกระทำกับคำพูดคนอื่นอยู่ตลอดว่าใครดีหรือไม่ดี ทำถูกหรือทำผิด จึงไม่แปลกที่ทุกคนต่างก็เรียนรู้ที่จะมองโลกด้วยสายตาแห่งการประเมินตัดสินเช่นกัน

ภาษาที่ตัดสินคนอื่นว่าผิดหรือโง่

ดร.มาร์เชล บี. โรเซนเบิร์ก (Marshall B. Rosenberg) ผู้ก่อตั้งและอำนวยการศูนย์การศึกษาเพื่อการสื่อสารอย่างสันติ สังเกตว่า ภาษาที่เราใช้สื่อสารก็เป็นตัวการหนึ่งที่ผสมโรงให้ความสัมพันธ์ของผู้คนในระบบ Dominant เต็มไปด้วยการแสดงออกทางความรุนแรงในความสัมพันธ์ เช่น ออกคำสั่ง ประเมินตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นว่าดีหรือร้ายอยู่ตลอดเวลา ยิ่งในโรงเรียน คนที่ด้อยอำนาจกว่าคือนักเรียน ต้องเป็นฝ่ายถูกตัดสิน บังคับ และกดความต้องการที่แท้จริงเพื่อให้ครูถูกใจ

โดยหารู้ไม่ว่ายิ่งถูกบีบให้กดความต้องการเท่าไหร่ แรงต่อต้านยิ่งก่อตัวมากขึ้นเท่านั้น เกิดเป็นการต่อต้าน อาการขบถ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ครูมองว่าเด็กมีนิสัยเกเร ดื้อ และลงเอยด้วยการทำโทษในที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดที่นักเรียนต้องเรียนรู้แทนที่จะเป็นการพัฒนาทักษะชีวิตและองค์ความรู้ จึงกลับเป็นการเรียนรู้ว่าทำยังไงจึงจะได้รับคำชม และทำยังไงจึงจะไม่ถูกต่อว่า

ครูจึงกลายเป็นหมาป่าโดยไม่รู้ตัว

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ สื่อสารกับเด็กๆ อย่างสันติ: ครูต้องสอนด้วยหัวใจไม่ใช่ไม้เรียว