ครูก็คือครู อย่าเอาหน้าที่ของพ่อแม่มาแบกไว้บนไหล่

  • ครูและโรงเรียนไม่ได้สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเด็กได้ พ่อแม่ต้องเข้าใจและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กด้วย
  • ยกตัวอย่าง ‘วิกฤตโรคอ้วน’ ที่เกิดขึ้นกับเด็ก สาเหตุหลักเกิดขึ้นที่บ้าน โรงเรียนมีหน้าที่ให้ความรู้และส่งเสริมการออกกำลังกาย กินอาหารสุขภาพ แต่ไม่สามารถรักษาให้เด็กหายได้ เพราะมันคือหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญและพ่อแม่ต่างหาก
  • โรงเรียนมีบทบาทในการให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับอันตราย แต่ไม่ได้หมายความว่า โรงเรียนจะเป็นยาครอบจักรวาลที่จะรักษาโรคทางสังคมได้

เรียบเรียง : กนกอร แซ่เบ๊

“พ่อแม่ต้องไม่ทิ้งภาระทั้งหมดให้ครู” คำยืนยันจาก Ofsted (the Office for Standards in Education) ของอังกฤษ

โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ…

พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังว่าโรงเรียนจะควบคุมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายของเด็กๆ หรือแม้แต่การเข้าห้องน้ำบนรถไฟก็ตาม อแมนด้า สปิลแมน (Amanda Spielman) ผู้อำนวยการ Ofsted กล่าว

หัวหน้าผู้ตรวจสอบโรงเรียนของอังกกฤษกล่าวว่า ‘วิกฤตโรคอ้วน’ ที่เกิดขึ้นกับเด็ก มีสาเหตุเกิดขึ้นที่บ้าน และพ่อแม่ไม่ควร ‘ละทิ้งความรับผิดชอบ’

เพราะโรงเรียนไม่สามารถเป็น ‘ยาครอบจักรวาล’ ที่จะรักษาหรือดูแลเด็กได้ทุกเมื่อ

ที่เด็กอ้วน ไม่ใช่เพราะครูไม่สอน

จากการศึกษาสองครั้งในปีนี้ได้สอบถามถึงผลที่ได้ของโครงการต่อต้านโรคอ้วนในโรงเรียนเดือนกุมภาพันธ์ British Medical Journal รายงานว่าโครงการป้องกันโรคอ้วนในระยะยาว ซึ่งมีนักเรียนโรงเรียนประถมกว่า 600 รายของ West Midlands ไม่ได้รับการแก้ไข และเดือนกรกฎาคมจากสำรวจของ Ofsted ใน 60 โรงเรียนไม่พบว่ามีความพยายามในการจัดการกับความอ้วนและน้ำหนักของนักเรียน

สปิลแมน สนอรายงานประจำปี เรื่องความกังวลว่าเด็กๆ เกือบ 1 ใน 4 ของเด็กนักเรียนอังกฤษที่เริ่มเข้าเรียนโรงเรียนประถมมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน และจะเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในสามเมื่อพวกเขาเข้าสู่โรงเรียนมัธยมศึกษา

“โรงเรียนสามารถและควรสอนให้เด็กๆ  เห็นความสำคัญของการกินเพื่อสุขภาพ และการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับบทเรียนที่สอนในโรงเรียน อย่างเช่นวิชาพละก็ควรทำให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการรัษาสุขภาพ” สปิลแมนกล่าว

“แต่นอกเหนือจากนั้นโรงเรียนไม่สามารถรับบทบาทของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และทำหน้าที่แทนพ่อแม่ทั้งหมดได้”

จากเรื่องร่างกาย มาสู่เรื่องอาชญากรรม

เรื่องที่รุนแรงกว่าโรคอ้วนในเด็ก อย่างการก่ออาชญากรรมในเด็ก ก็ถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน สปิลแมน เถียงว่า จะคาดหวังให้โรงเรียนจัดการกับความรุนแรง อาชญากรรมในเด็ก หรือความเสี่ยงทางสังคมที่จะเกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้เสียสมาธิจากจุดประสงค์หลัก แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้

“เรื่องที่ซับซ้อนดังกล่าวต้องได้รับการจัดการโดยผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญที่ถูกต้อง” สปิลแมนแย้ง

“ในขณะที่โรงเรียนมีบทบาทในการให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับอันตราย แต่ไม่ได้หมายความว่า โรงเรียนจะเป็นยาครอบจักรวาลที่จะรักษาโรคทางสังคมได้การป้องกันอาชญากรรมเป็นความร่วมมือกันของหน่วยงานด้านการคุ้มครองท้องถิ่นที่จะปกป้องเด็กจากอันตราย และจัดการกับความผิดทางอาญาได้” สปิลแมนกล่าวทิ้งท้าย

ที่มา: https://www.bbc.com