3 คำสร้างนิสัยที่ดี 2 สิ่งที่พ่อแม่ควรมีคือใจและเวลา

  • ถอดรหัส “อะไรคือสิ่งที่สร้างนิสัย” จาก จอน เมิร์ทซ (Jon Mertz) ผู้เขียนหนังสือ Activate Leadership: Aspen Truths to Empower Millennial Leaders
  • บุคลิกภาพคือภายนอก แต่ ‘นิสัย’ คือ ข้างใน ไม่ใช่สิ่งที่สร้างกันง่ายๆ แค่ซื้อหนังสือทำนอง ‘นิสัยสร้างได้’ หรือ ‘มาเสริมสร้างนิสัยที่ดีกันเถอะ’ มาอ่าน
  • ‘ปลูกฝัง ขัด และ เกลา’ คือ 3 คำที่พ่อแม่และผู้ปกครองต้องช่วยลูก แล้วคุณลักษณะนิสัยที่ดีจะค่อยๆ เกิดขึ้นเอง

เรียบเรียง: บุญชนก ธรรมวงศา

ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปที่พ่อแม่ ในยุคปัจจุบันจะให้ความสำคัญกับ ‘คุณลักษณะนิสัย’ ของลูก ซึ่งเป็นตัวตนภายในที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า ‘บุคลิกภาพ’ ที่อยู่ภายนอก

ถ้าลองไปเดินในร้านหนังสือ แล้วเลี้ยวเข้าหมวดพัฒนาตนเอง เรามักจะพบหนังสือทำนอง ‘นิสัยสร้างได้’ หรือ ‘มาเสริมสร้างนิสัยที่ดีกันเถอะ’ มากพอๆ กับหนังสือแนว ‘บุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง’ นั่นเป็นเพราะทั้ง ‘คุณลักษณะนิสัย’ และ ‘บุคลิกภาพ’ ต่างก็สำคัญ

อย่างไรก็ตาม บุคลิกภาพคือรูปลักษณ์หรือการแสดงกิริยาภายนอกที่สามารถลงทุนได้ด้วยเงินทองและสิ่งของตกแต่ง แต่คุณลักษณะนิสัยเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้ง ไม่สามารถประเมินได้ด้วยการมองเห็น และเป็นแก่นแท้หรือคุณค่าที่วัดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของคนคนนั้น

ทำไมการสร้างนิสัยจึงสำคัญ?

หากเปรียบบุคลิกเป็นเปลือกหุ้ม นิสัยก็คือแก่นกลางข้างใน การสร้างบุคลิกทำให้เรามีภาพลักษณ์ที่ดี ใช้เป็นใบเบิกทางต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน ฐานะทางสังคมได้ แต่คุณลักษณะนิสัยเป็นคุณค่าความดีงามที่คนคนหนึ่งพึงมีในความรู้สึกนึกคิดภายในและส่งผ่านเป็นการกระทำซึ่งอาจไม่เป็นตัวการันตีผลลัพธ์ในความสำเร็จใดๆ

แต่การสร้างนิสัยก็คือการเติมคุณงามความดีภายในให้ความเป็นมนุษย์เต็มเปี่ยมมากขึ้น

ทุกอย่างสร้างนิสัย

จอน เมิร์ทซ (Jon Mertz) ผู้เขียนหนังสือ Activate Leadership: Aspen Truths to Empower Millennial Leaders 1 ใน 100 ผู้นำทางความคิดซึ่งจัดอันดับโดยสมาคมผู้บริหารแห่งสหรัฐอเมริกา และมีประสบการณ์การทำงานกับองค์กรใหญ่อย่าง like Deloitte, IBM, Quick Arrow และ Corepoint Health กล่าวไว้ในบทความเรื่อง ‘What Builds Character?’ หรือ ‘อะไรคือสิ่งที่สร้างนิสัย’ ซึ่งเผยแพร่ใน ThinDifference.com เว็บคอมมูนิตี้ออนไลน์ที่เขาก่อตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านพัฒนาศักยภาพบุคคลว่า “ทุกกิจกรรม สถานการณ์ และประสบการณ์ที่เราได้ประสบล้วนเป็นสิ่งที่สร้างคุณลักษณะนิสัยในตัวเราขึ้นมาทั้งสิ้น”

เมิร์ทซหยิบยกรากศัพท์ภาษากรีกของคำว่า character – kharakter ซึ่งมีความหมายว่า ‘รอยสลัก (engraved mark)’ ขึ้นมาพิจารณาและชี้ให้เห็นว่ามันเป็นคำที่มีนัยยะเกี่ยวข้องกับคำว่า ‘ขัด’ (scrape) หรือ ‘เกลา’ (scratch) มากๆ จากรากศัพท์ดังกล่าว เขาโยงความเกี่ยวข้องของคำว่านิสัย (character) เข้ากับคำกริยา 3 คำ คือ ปลูกฝัง (engrave) ขัด (scrape) เกลา (scratch) ไว้ดังนี้

  • ปลูกฝัง – ความคิดวิจารณญาณที่จะเลือกกระทำบางอย่างเพื่อก่อให้เกิดลักษณะนิสัยที่ดีขึ้นมา เช่น ความซื่อสัตย์ ความเพียร ความกล้า และสำนึกผิดชอบชั่วดี
  • ขัด – เรียนรู้จากการแก้ปัญหา มุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไม่ย่อท้อ หรือล้มเลิกกลางคัน อดทนลงมือทำอย่างสม่ำเสมอแล้วพิสูจน์ว่าเราจะทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม
  • เกลา – ยอมรับเมื่อพลาดพลั้งและปรับปรุงตัวเองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา

เริ่มปลูกฝังนิสัยที่ดีตั้งแต่เด็ก

แม้เมิร์ทซจะผ่านประสบการณ์การทำงานทั้งด้านการเมืองและบริษัทใหญ่มามากมาย แต่เขาเล่าว่าการปลูกฝังและขัดเกลาที่มีอิทธิพลต่อนิสัยของเขาเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กที่เขาต้องช่วยพ่อซึ่งเป็นชาวนาทำงานทุกอย่างในฟาร์มของครอบครัว โดยพ่อมักจะกรอกหูเสมอว่า ยิ่งมาช่วยงานมากเท่าไหร่ สิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะยิ่งช่วยบ่มเพาะนิสัยที่ดีให้เขาได้

แม้เขาจะยังไม่เข้าใจในตอนนั้น แต่ก็ได้เรียนรู้ในภายหลังว่างานทุกอย่างที่พ่อให้ทำ แม้แต่การทำความสะอาดเล้าหมู ทำให้เกิดเป็นความเคยชินจนฝังติดตัวเป็นนิสัย

ของไทยคือ ‘ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก’ เมิร์ทซอธิบายในทำนองเดียวกันว่า แม้นิสัยเป็นสิ่งที่สร้างได้ทุกช่วงอายุ แต่เพราะต้องอาศัยระยะเวลากว่าจะคุ้นเคย กว่าจะซึมซับ จึงควรเริ่มบ่มเพาะนิสัยดีๆ ให้ติดตัวไว้ตั้งแต่เด็ก เพราะอายุยิ่งมาก ยิ่งขัดเกลายาก เสียเวลาชีวิตและยังอาจต้องเสียความสัมพันธ์ดีๆ ไปกับนิสัยด้านลบที่แก้ไขไม่ทัน

ดังนั้นช่วงวัยเด็กจึงมีความสำคัญมาก ครอบครัวและโรงเรียนควรส่งเสริมการฝึกพฤติกรรมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมคุณลักษณะนิสัยที่ดีให้ติดตัวไปให้มากที่สุด โดยเปิดโอกาสให้ได้ทำกิจกรรมที่ต้องอาศัย ‘การลงมือทำ’ และ ‘ฝึกฝน’ อย่างต่อเนื่อง เช่น กีฬา ศิลปะ จิตอาสา เพื่อเวลาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาแก้ไขกันในภายหลัง

นิสัยบางอย่างอาจเปลี่ยนไปได้เมื่อเวลาผ่านไป หรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

เมิร์ทซเตือนว่าเหตุการณ์บางช่วงบางตอนของชีวิตอาจทำให้คุณลักษณะนิสัยบางอย่างที่ไม่ดีผุดออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ชีวิตสะดวกสบายอย่างใจไปเสียหมด ความระมัดระวัง ควบคุมกาย-ใจ เริ่มน้อยลง เช่น จากเคยขยันกลับขี้เกียจ สิ่งที่เขาแนะนำ คือ มีสติ และหมั่นสำรวจความคิดและการกระทำของตนเองให้รู้ตัวในทุกๆ สิ่งที่กำลังคิด พูด หรือกระทำอยู่เสมอว่า สถานการณ์กำลังนำพาให้เราไปอยู่จุดไหน เมื่อมีสติเราจะไตร่ตรองสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านั้นว่ามีอะไรบ้างที่มีผลต่อความคิดอ่านและเลือกที่จะเก็บไว้ให้คงอยู่ในตัวเรา

7 พฤติกรรมเพื่อสร้างนิสัยที่ดี

จากประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายของเมิร์ทซ ทั้งนักเขียน นักธุรกิจ นักการตลาดหรือนักการเมือง เขาสรุปว่ามีพฤติกรรม 7 อย่างที่ควรฝึกทุกวันเพื่อเป็นรากฐานของนิสัยที่ดี

1. ตั้งใจทำงานทุกอย่างให้ดีที่สุดโดยไม่เกี่ยงงาน และมีเป้าหมาย ตั้งเป้าหมายในการทำงานและตั้งใจทำให้ดีที่สุด เมื่อมุ่งมั่นตั้งใจ ระยะเวลาและประสบการณ์จะเคี่ยวกรำสร้างลักษณะนิสัยใจคอเราให้เข้มแข็งและมีวิจารณญาณมากขึ้น

2. เอาใจเขามาใส่ใจเรา (ไม่หักหน้าใคร) เราสามารถเติบโตทางความคิดได้จากการแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างเปิดใจ เคารพในความแตกต่าง โดยก่อนแสดงความคิดเห็นต้องมีสติตริตรองให้ถี่ถ้วน

3. ทะนุถนอมความสัมพันธ์แม้ในช่วงเลวร้ายของชีวิต เพราะพลังแห่งความรักจะคงอยู่กับเรา อย่าสร้างความสัมพันธ์ที่จะทำร้ายกันทั้งทางกายหรือใจ ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน ในครอบครัว กับเพื่อนบ้านหรือออฟฟิศ จงรักษาความสัมพันธ์ให้ราบรื่นและสวยงาม

4. อ่อนน้อมถ่อมตนในความสำเร็จ (รู้จักให้เครดิตคนอื่น และตอบแทน) อ่อนน้อมแต่ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้คนอื่นหยาบคายหรือกดเราให้ต่ำลงได้ ความอ่อนน้อมถ่อมตนคือรู้ว่าความสำเร็จมาจากความร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว

5. สุภาพแม้ในสถานการณ์ที่ชวนบันดาลโทสะ ฝึกสติให้เท่าทันอารมณ์

6. ไม่ท้อถอยเมื่อล้มเหลว เรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วแก้ไข

7. ตั้งใจทำงานไม่ว่างานใหญ่หรือเล็ก ไม่เกี่ยงงอนเมื่อคนขอความช่วยเหลือและไม่อายที่จะเป็นฝ่ายร้องขอ อย่ากดคนอื่นให้ต่ำกว่าเรา และอย่าเกี่ยงงาน มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

หากจะยึดทั้ง 7 ข้อนี้ไปปฏิบัติตาม อาจมีสิ่งที่ใกล้เคียงหรือแตกต่างออกไปบ้าง แต่เมิร์ทซย้ำว่านั่นไม่สำคัญเท่ากับความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในตัวเองและฝึกในสิ่งที่นำเราไปสู่ความดีงามให้เคยชินเป็นนิสัย ในประเด็นนี้สามัญสำนึกอาจเป็นองค์ประกอบของคุณงามความดีเหล่านั้นที่เมิร์ทซพูดถึง

ทั้งหมดทั้งสิ้นของการสร้างนิสัยที่ดีคือต้องรู้ว่าการกระทำและการตัดสินใจในแต่ละครั้งสะท้อนสำนึกผิดชอบชั่วดีที่มีต่อตนเองและต่อผู้อื่นมากน้อยแค่ไหน ผลลัพธ์ในเรื่องนี้อาจไม่ได้ออกมาเป็นรูปธรรม เช่น ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การมีชื่อเสียงหรือมีฐานะร่ำรวยขึ้น แต่การบ่มเพาะนิสัยที่ดีที่เรากำลังพูดถึงนี้ คือการรักษาแก่นแท้คุณค่าความเป็นมนุษย์ ให้คงอยู่ติดตัวไปตลอดชีวิตต่างหาก

ที่มา: เรียบเรียงจากบทความเรื่อง ‘What Builds Character?’