เพราะความรู้ปัจจุบันไม่เพียงพอ ‘โรงเรียนอนาคต’ จะทำให้เด็กอยู่รอดและไปต่อในโลกที่เปลี่ยนแปลง

    • สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจในอนาคตได้แน่นอนคือ There still be tomorrow without us วันพรุ่งนี้จะมาไม่ว่าเราจะอยู่หรือเราจะไป แล้วโลกอนาคตจึงฝากไว้กับคนรุ่นใหม่ทั้งสิ้น
    • ความหวังอยู่ที่คนรุ่นใหม่ ความหลากหลายคือพลัง แล้วการสร้างเครือข่ายคือคำตอบ
    • โรงเรียนอนาคตเกิดขึ้นแล้วจะไม่จบแค่ 2 อาทิตย์ แต่มันจะดำเนินไปต่อ เครือข่ายของนักศึกษาจะดำเนินไปต่อ รู้จักกัน และร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมต่อไป

เรื่อง: กนกอร แซ่เบ๊

‘โลกอนาคตจะเป็นอย่างไร หน้าตาอย่างไร’ สองคำถามนี้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และน้อยคนนักที่จะตอบคำถามนี้ได้ สิ่งที่ตามมาคือเมื่อเราไม่รู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร แล้วเราจะอยู่ในโลกอนาคตได้อย่างไรถ้าเราไม่เตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้

รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แล้วเหตุใด ‘อนาคต’ ถึงสำคัญ รองศาตราจารย์ดอกเตอร์ พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงอนาคตไว้ว่า

“อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีความแน่นอนสูง คำถามคือเมื่อไม่รู้ว่าโลกอนาคตเป็นอย่างไร แล้วจะเตรียมคนเพื่อให้ไปสู่โลกอนาคตนั้นได้อย่างไร มีเพียงสิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจได้แน่นอนคือ There still be tomorrow without us วันพรุ่งนี้จะมาไม่ว่าเราจะอยู่หรือเราจะไป โลกอนาคตจึงฝากไว้กับคนรุ่นใหม่ทั้งสิ้น”

จากความไม่แน่นอนของอนาคต นำไปสู่การจัดตั้งโรงเรียนอนาคต โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท และบริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด

ภาคีทั้ง 5 ร่วมกันทำโรงเรียนอนาคตขึ้น ชวนนักเรียนนักศึกษาจากทั่วประเทศตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย จนถึงรั้วมหาวิทยาลัยทั้งหมด 30 คน เข้าร่วมเรียนด้วยกัน 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 8-22 กรกฎาคม ให้นักศึกษากิน นอน เรียนอยู่ด้วยกัน ผ่านกระบวนการเรียนรู้หลากหลายเพื่อสร้างความรู้และทักษะที่จะใช้ชีวิตในโลกอนาคต

รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไทยและสังคมโลกได้  และเหมาะสมกับการเป็นผู้นำแห่งศตวรรษที่ 21

รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้นำรุ่นใหม่ของ รศ.เกศินี ต้องมีคำว่า GREAT อยู่ใน DNA ซึ่ง GREAT ที่เหมาะกับศตวรรษที่ 21 นี้ไม่ได้หมายความสั้นๆ ว่า ยอดเยี่ยม แต่ไปไกลกว่านั้น คือ

G – Global mindset ในการอยู่ที่ไหนในโลกก็สามารถอยู่ได้ ปรับตัวเข้าได้ มีความรู้ความเข้าใจและเชื่อมโยงได้

R – Responsibility เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ

E – Eloquent มีสุนทรียในจิตใจ

A – Aesthetic appreciation สามารถสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์และทรงพลัง

T – Team leader  เป็นผู้นำทีม ในโลกยุคนี้ต้องทำงานเป็นทีม ช่วยกันคิดช่วยกันทำ และพร้อมที่จะเป็นผู้นำ

เป้าหมายสำคัญอีกประการของโรงเรียนอนาคต คือ ต้องการให้เยาวชนเกิดการตระหนักรู้ ตั้งคำถาม ที่สร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต เราต้องการเยาวชนที่มีความคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ ออกนอกกรอบ และสร้างสังคมที่เกิดความสมานฉันท์ขึ้น

สตีเนอ คลัพเพอร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES) ประเทศไทย

สตีเนอ คลัพเพอร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES) ประเทศไทย กล่าวด้วยความหวังที่ว่า

“แม้ว่าอนาคตจะยังดูไม่ค่อยสดใสในสังคมโลกปัจจุบัน แต่อยากให้ทุกคนมีความคิดว่าเราจะพัฒนาสังคม และโลกใบนี้ไปได้ เพราะอนาคตจะเป็นสิ่งที่เราสร้างและกำหนดรูปแบบได้ด้วยตัวเราเอง และหวังว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะร่วมกำหนดอนาคตไปด้วยกัน”

ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อโรงเรียนมีเป้าหมาย แต่โรงเรียนจะดำเนินต่อไปไม่ได้หากปราศจากฐานความเชื่อที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเรียนการสอนของโรงเรียนอนาคต ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พูดถึงฐานความเชื่อสามประการของโรงเรียน คือ

    • ความหวังอยู่ที่คนรุ่นใหม่: เพราะเขายังมีศักยภาพเติบโตไปได้อีกนาน ยิ่งเราให้โอกาสเขาเร็วเท่าไหร่ เขาจะพัฒนาศักยภาพแล้วดึงศักยภาพตัวเองออกมาเร็วเท่านั้น
    • ความหลากหลายคือพลัง: โลกปัจจุบันความรู้เฉพาะด้านอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ความตั้งใจของหลักสูตรนี้คือเด็กสายนิเทศศาสตร์ที่อยากเติบโตไปเป็นสื่อ เขาควรจะมีความรู้ในเรื่องสังคม การเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย สิ่งแวดล้อม เด็กที่เรียนด้านรัฐศาสตร์ต้องรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ เด็กที่เรียนด้านศิลปะการแสดงจะได้มาเรียนเรื่องปรัชญา
    • การสร้างเครือข่ายคือคำตอบ: ลำพังตัวคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ต่อให้คุณเก่งอย่างไรก็ตาม เราก็อยากให้คนเก่งๆ ในแต่ละสาขาได้มีโอกาสมาเจอกัน แล้วหลังจากเรียนจบออกไป เราอยากให้เขาสานต่อความสัมพันธ์ เป็น ages of change คือ ตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงที่จะขยายองค์ความรู้ และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนนี้ไปสู่สังคมในวงกว้าง

 

ปกป้อง จันวิทย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ดิวันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด และบรรณาธิการบริหารสื่อความรู้สร้างสรรค์ บริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด

คำถามต่อมาคือแล้วผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะบรรลุไปสู่เป้าหมายของโรงเรียนได้อย่างไร ผ่านการเรียนการสอนแบบไหน ‘คุณครูใหญ่’ ปกป้อง จันวิทย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ดิวันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด และบรรณาธิการบริหารสื่อความรู้สร้างสรรค์ บริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด คุณครูใหญ่ปกป้องอธิบายว่า

กิจกรรมในแต่ละวันแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงเช้าเป็นคลาสพูดคุย ถกเถียงในเชิงวิชาการ ตั้งโจทย์จากประเด็น เช่น ความเป็นพลเมืองโลก ความยุติธรรม ความท้าทายต่อทุนนิยม ระเบียบโลกใหม่ ประเด็นเหล่านี้ต้องรวมหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อให้นักศึกษาเห็นว่าโลกเปลี่ยนอย่างไร เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกในสารพัดมิติ

ช่วงบ่ายเป็นคลาสลงมือทำเพื่อฝึกทักษะ ในโลกของการศึกษายุคใหม่ แนวคิด 21st century skill ที่ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาเท่านั้น นักศึกษาต้องมีความสามารถตั้งคำถามวิพากษ์ เรียนรู้ด้วยตัวเองตลอดเวลา ทักษะจึงเป็นเรื่องสำคัญ รวมทั้งการทำงานเป็นทีม และการเป็นพลเมืองโลกด้วย

Dinner talk หลังมื้อค่ำ เพราะการเรียนรู้มาจากบทสนทนาในวงที่ไม่เป็นทางการด้วย คนที่น่าสนใจในแวดวงต่างๆ เน้นคนในวงปฏิบัติจึงถูกเชิญมาเป็นอาจารย์พิเศษ เช่น ซีอีโอธนาคารเกียรตินาคิน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ  โดยให้นักศึกษาจะเป็นฝ่ายชวนคุยและตั้งคำถาม

ทุกวันเสาร์จะเดินทาง เช่นจะนำไปคุยกับทีมนักธุรกิจ start up ชวนนักศึกษาคุย ตั้งคำถามเกี่ยวกับธุรกิจในโลกยุคใหม่ เขาจะมีปฏิสัมพันธ์อย่างไรต่อโลกยุคใหม่ ไม่ใช่ให้เด็กๆ เข้าไปเป็นลูกจ้างอย่างเดียว แต่ให้คิดสร้างสรรค์ ทำอะไรที่เป็นของตัวเองได้ด้วย นอกจากนี้ยังชวนนักศึกษาให้รู้จักการเมืองไทยผ่านการเดินย่านสำคัญๆ อย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยนักศึกษาทุกคนต้องส่งผลงาน ทั้งรูปแบบงานกลุ่มและงานเดี่ยว ภายใต้โจทย์ว่า “คุณต้องทำเมืองไทยด้านไหนให้ดีขึ้น”

“เขาจะเอาความรู้ที่ได้จากการเรียน มานำเสนอในวันสุดท้ายของโรงเรียน  จากนั้นคือ งานเดี่ยว ที่ต้องส่งงานสามเดือนหลังจากนั้น ภายใต้หัวข้อ ‘โรงเรียนอนาคตของเรา’ ในมิติใดก็ได้ และไม่จำกัดรูปแบบ”

“เราตั้งใจว่าโรงเรียนอนาคตเกิดขึ้นแล้วจะไม่จบแค่ 2 อาทิตย์ แต่มันจะดำเนินไปต่อ เครือข่ายของนักศึกษาจะดำเนินไปต่อ รู้จักกัน และร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมต่อไป” คุณครูใหญ่ปกป้องทิ้งท้าย